ควายตัน ที่พรหมพิราม

วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:48:35 น.

เทคโนฯ ปศุสัตว์

ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

 

“จุดเริ่มต้นจริงๆ แล้ว ตอนนั้นผมต้องการเลี้ยงควายเพื่อกำจัดหญ้าในพื้นที่เท่านั้น”

 

คุณสมบัติ ทำละเอียด บอกกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงควาย และได้พัฒนาจนมาเป็นฟาร์มควายแหล่งใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้ชื่อ บิ๊กไอซ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 53 หมู่ที่ 1 ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม โทร. (081) 886-2033

 

บิ๊กไอซ์ฟาร์ม ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเฉพาะแหล่งอนุรักษ์สายพันธุ์ควายแหล่งใหญ่เท่านั้น ยังเป็นฟาร์มที่เน้นการเลี้ยงควายที่มีน้ำหนักตัวของควายไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม อันเป็นที่มาของชื่อเรียกกันเล่นๆ ว่า ควายตัน

ปัจจุบัน ปัญหาสำคัญของการเลี้ยงควายในประเทศไทย นอกจากปริมาณควายจะมีจำนวนที่ลดลงเป็นอย่างมากแล้ว ยังพบว่าควายที่เกษตรกรเลี้ยงกันโดยทั่วไปนั้นมีขนาดของลำตัวเล็กลงไปด้วย อันเป็นผลมาจากขาดการพัฒนาสายพันธุ์

 

โดยที่ผ่านมานั้นจะมีการคัดควายที่มีขนาดใหญ่จำหน่ายออกไป และควายที่เหลืออยู่ก็ขาดการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ จึงส่งผลให้ควายไทยมีขนาดลำตัวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยน้ำหนักควายไทยในวันนี้เหลือน้ำหนักเพียงตัวละ 300-400 กิโลกรัม เท่านั้น

 

ดังนั้น การที่มีฟาร์มเลี้ยงควายที่มีการวางแผนการพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้ได้ควายที่ตัวใหญ่และน้ำหนักมากถึง 1 ตัน จึงนับเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจ และจะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสายพันธุ์ควายของประเทศไทย

 

สำหรับจุดเริ่มต้นการเลี้ยงควาย เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ด้วยจำนวนควายตัวเมียที่มีลูกติดท้องมาเพียง 2 ตัว และได้มีการเพิ่มจำนวนควายที่เลี้ยง ทั้งที่มาจากการขยายพันธุ์ภายในฟาร์ม และควายจากเกษตรกร จากตลาดนัดวัว-ควายและจากโรงฆ่าสัตว์ เข้ามาเพิ่ม จนทำให้ฟาร์มแห่งนี้เคยมีปริมาณควายสูงสุดเกือบ 200 กว่าตัว

 

“ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ย้ายมาปักหลักทำมาหากินที่จังหวัดพิษณุโลก โดยประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว และพอดีว่าได้ซื้อที่ดินไว้ จำนวน 75 ไร่ แต่มีปัญหาว่ามีหญ้าวัชพืชขึ้นมากเลย แต่ก่อนนั้นก็ใช้เครื่องตัดหญ้าเข้ามาใช้อยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็มีปัญหาว่า คนตัดหญ้าตัดไม่ทัน  บางทีก็มีปัญหา เครื่องตัดหญ้าพัง อีกทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าน้ำมันเป็นจำนวนมาก”

 

“ต่อมาจึงทำให้มาคิดหาวิธีการอื่นที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา และต่อมาก็มาคิดว่าเราก็เป็นลูกชาวนา คลุกคลีกับการเลี้ยงควายมาก่อน น่าที่จะเลี้ยงควายเอาไว้กินหญ้า แทนที่จะใช้เครื่องตัดหญ้า การเริ่มต้นเลี้ยงเพื่อประโยชน์ในการกำจัดหญ้าที่ขึ้นในพื้นที่”

 

“การเลือกซื้อควายมาเลี้ยงนั้น ผมก็จะเน้นการคัดควายที่มีลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตดี เช่น ดูที่ขา ขาต้องใหญ่ ข้อขาต้องสูง อุ้มกีบต้องใหญ่ และช่วงขาสูง รวมถึงช่วงท้ายลำตัวต้องใหญ่ และต้องมีความสวยงามตามลักษณะควายที่ดีด้วย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งบ่งชี้ได้ว่า ควายตัวนี้จะโตดี มีขนาดใหญ่หรือไม่”

 

“ตอนแรกผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเลี้ยงแม่พันธุ์ให้ได้ประมาณ 300 ตัว ซึ่งปีหนึ่งๆ หากจำหน่ายควายที่เกิดจากฟาร์มออกไป จะได้เงินไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท แต่เราไปถึงจุดนั้นไม่ได้เพราะติดปัญหาเรื่องการซื้อที่ดินเพื่อขยายฟาร์มเพิ่มให้มีพื้นที่เพียงพอกับควายที่เลี้ยง ที่ดินมีราคาเพิ่มสูงมาก จนไม่สามารถซื้อได้ ผมจึงตัดสินใจขายควายออกไปส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเอาไปให้เกษตรกรที่สนใจเลี้ยงและได้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายของฟาร์มเอาไปช่วยเลี้ยง ทำให้ตอนนี้มีควายเหลืออยู่ในฟาร์มประมาณ 80 ตัว”

 

“ตอนนี้เรียกว่าผมมีความสุขกับการเลี้ยงควายมากที่สุด เพราะได้ความสุขทางใจ จึงอยากให้คนไทยกลับมารักควายและเลี้ยงควายกันมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเลี้ยงควายนั้นไม่มีจน ทุกอย่างสามารถจำหน่ายสร้างรายได้หมด” คุณสมบัติ กล่าว

 

ส่วนความเป็นมาของการเริ่มต้นการเลี้ยงควายตันนั้น เจ้าของฟาร์มบอกว่า เริ่มจากที่ได้ซื้อควายที่ชื่อ ทองสุข จากเกษตรกรที่จังหวัดอุทัยธานีเข้ามาเลี้ยง ด้วยจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นพ่อพันธุ์คุมฝูงภายในฟาร์ม

 

“ทองสุข เป็นควายที่ผมดูแล้วมีความสวยงาม มีรูปร่างดี จึงซื้อเข้ามาเลี้ยง ปรากฏว่า หลังจากที่เลี้ยง นอกจากจะมีลักษณะของการเป็นพ่อควายที่ดีแล้ว ยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีด้วย โดยตอนที่ซื้อเข้ามาเลี้ยงนั้นมีน้ำหนักตัวประมาณ 800 กิโลกรัม เมื่ออยู่ที่ฟาร์มได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ทำให้มีการเจริญเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง จนมีน้ำหนักถึง 1,500 กิโลกรัม ซึ่งตอนนี้ทองสุขมีอายุประมาณ 17 ปีแล้ว”

 

สำหรับการถ่ายทอดพันธุกรรมในเรื่องของการเจริญเติบโตของทองสุขไปสู่รุ่นลูกนั้น คุณสมบัติบอกว่า ลูกของทองสุขที่ออกมานั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดี มีน้ำหนักได้มากกว่า 1 ตัน

 

“ผมได้รีดน้ำเชื้อจากทองสุขไปผสมให้กับแม่ควายที่มีรูปร่างดี ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งผมมองว่าแม่พันธุ์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีไปยังลูกด้วย ดังนั้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคัดแม่พันธุ์ที่ดีๆ มีลักษณะชัดเจนตามที่เรากำหนด ซึ่งผลจากการผสมทำให้ได้ลูกของทองสุขมาอีก 3 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีการเจริญเติบโตที่ดีและให้น้ำหนักมาก

 

โดยลูกทั้ง 3 ตัว ของทองสุข ประกอบด้วย เสาร์ อายุ 6 ขวบ มีน้ำหนัก 1,300 กิโลกรัม ขุนทอง อายุ 7 ปี น้ำหนัก 770 กิโลกรัม และดาวเหนือ อายุ 5 ปี น้ำหนัก 930 กิโลกรัม

 

“แต่ใช่ว่าการมีพ่อแม่พันธุ์ดีแล้วจะทำให้ได้ควายที่น้ำหนักดีมากกว่า 1 ตัน ยังต้องมีเรื่องการจัดการดูแลเอาใจใส่บำรุงดูแลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างแม่ควายที่ตั้งท้องผมจะมีการบำรุงดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่ท้องได้ 2 เดือน จนกว่าจะคลอดเลยผมเชื่อว่า การที่เราบำรุงดูแลเต็มที่จะส่งผลทำให้ลูกออกมาสมบูรณ์แข็งแรงเติบโตดีด้วย”

จากที่บิ๊กไอซ์ฟาร์ม มีควายที่มีพันธุกรรมดี สามารถเจริญเติบโตจนกลายเป็นควายตันได้ ผู้เป็นเจ้าของฟาร์มจึงวางเป้าหมายที่จะเน้นการพัฒนาสายพันธุ์ควายเป็นหลัก

 

“ตอนนี้ผมไม่เลี้ยงเพื่อเข้าโรงฆ่าแล้ว แต่จะเลี้ยงเพื่อให้ได้ควายที่มีน้ำหนักมากกว่าตัน และขยายไปสู่เกษตรกรที่สนใจ ซึ่งตอนนี้ผมจำหน่ายลูกควายที่อายุ 1 ปี ในราคาตัวละ 20,000 บาท ซึ่งผู้สนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการที่ปลดเกษียณและจะทำอาชีพการเกษตรเป็นหลัก ติดต่อซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก”

 

ส่วนน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ตัวเด่นๆ อย่าง เจ้าเสาร์และดาวเหนือ ตอนนี้ทางบิ๊กไอซ์ฟาร์มได้เปิดจำหน่ายในราคาหลอดละ 300 บาท

 

นอกจากมีรายได้จากการจำหน่ายสายพันธุ์แล้ว ที่บิ๊กไอซ์ฟาร์ม ยังมีรายได้จากการจำหน่ายขี้ควายด้วย โดยแต่ละปีนั้นจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

 

“เราบรรจุกระสอบขาย โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ฟาร์ม ในราคากระสอบละ 10 บาท ซึ่งจะนำไปใช้เป็นปุ๋ยคอกในสวนส้มเขียวหวานแถบทางภาคเหนือ”

 

“อนาคตที่ผมวางเป้าหมายไว้สำหรับการเลี้ยงควายคือ ต้องได้พ่อแม่พันธุ์ที่เป็นสุดยอดที่สุด ทั้งเรื่องของความสวยงาม และการเจริญเติบโต ควายทุกตัวในฟาร์มจะต้องเหมือนกัน ทั้งหน้าตา รูปร่าง ความสูง ความยาว ความลึกของลำตัว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พยายามทุ่มเททำมาโดยตลอด จนเห็นผลในทุกวันนี้”

 

ในส่วนของการเลี้ยงดูควายภายในฟาร์มนั้น เจ้าของฟาร์มบอกว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องมี คือ มีใจรัก พร้อมที่จะดูแลเอาใจใส่ควายที่เลี้ยง ซึ่งตรงนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การทำฟาร์มควายสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ส่วนรูปแบบการเลี้ยงนั้น ทางบิ๊กไอซ์ฟาร์มจะเน้นการเลี้ยงแบบไล่ปล่อยไปหากินตามทุ่งหญ้าต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้า

“พอตอนกลางวันเราก็จะต้อนกลับมาเข้าคอกเพื่อให้พักผ่อน และเมื่อถึงช่วงบ่าย ก็จะปล่อยออกไปทุ่งอีกครั้ง ซึ่งในช่วงที่นำมาเข้าพักในคอกนั้นจะมีการให้ฟางข้าวและหญ้าสดเสริมอย่างเต็มที่ด้วย โดยวันหนึ่งควายจะต้องได้กินหญ้ากินฟางไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว”

 

พอช่วงตอนเย็นนอกจากจะเสริมด้วยฟางข้าวและหญ้าสดแล้ว ยังจะให้อาหารข้นเสริมด้วย โดยเฉพาะในพ่อพันธุ์และแม่ควายตั้งท้อง ที่จะต้องมีการเสริมอาหารข้นให้อย่างต่ำวันละ 3 กิโลกรัม โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้คือ รำข้าวและมันสำปะหลัง 

 

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างความคุ้นเคยต่อเสียงดังให้กับควายที่เลี้ยง ด้วยการเปิดเพลงลูกทุ่งให้ฟังทุกวัน

“การส่งควายเข้าประกวดเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ผมทำ เริ่มทำในปี 2554 เป็นปีแรก ดังนั้น เมื่อจะต้องเข้าสนามประกวด ซึ่งจะมีเสียงต่างๆ ดังมาก อาจทำให้ควายตกใจได้ ดังนั้น ผมจึงต้องสร้างความคุ้นเคยให้กับควายด้วยการเปิดเพลงลูกทุ่งให้ฟัง”  

 

“อนาคตที่ผมวางเป้าหมายไว้สำหรับการเลี้ยงควายคือ ต้องได้พ่อแม่พันธุ์ที่เป็นสุดยอดที่สุด ทั้งเรื่องของความสวยงาม และการเจริญเติบโต ควายทุกตัวในฟาร์มจะต้องเหมือนกัน ทั้งหน้าตา รูปร่าง ความสูง ความยาวของลำตัว เรียกว่าออกมาในรูปแบบพิมพ์เดียวกันหมด” คุณสมบัติ กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด

 

..........................

 

แฉ 3 เดือน ลุยจับ ผิด พ.ร.บ. อาหารสัตว์ ได้ 11 ราย

 

คุณปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผย ในช่วง 3 เดือน คือ มิถุนายน-สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมานั้น ได้รับรายงานจากคณะทำงานเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงหรือสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ในสุกร ของกรมปศุสัตว์ พบว่า จากการที่ได้ติดตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาค มีการแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 เกี่ยวกับสินค้าเกษตรและอาหาร รวมทั้งสิ้น 11 ราย เช่น ผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 1 ราย ในข้อหาใช้สารต้องห้ามกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ ชนิดซัลบูทามอล (Salbutamal) ผสมอาหารสัตว์เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ราย ข้อหานำเข้าอาหารสัตว์ปลอมปนเพื่อขาย พะเยา 1 ราย ข้อหาใช้สารต้องห้ามชนิดแรคโตพามีน (Ractopamine) ผสมอาหารเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ และจังหวัดฉะเชิงเทรา 1 ราย ข้อหาใช้สารต้องห้ามชนิดแรคโตพามีน (Ractopamine) ผสมอาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

 

“ซึ่งทั้ง 11 รายนั้น เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 มาตรา 6(5), 57 หรือ 58 มาตรา 31(1), 62 มาตรา 15, 31(1), 63 อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงขอความร่วมมือหากพบเห็นว่าเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายใดกระทำความผิดในลักษณะข้างต้น สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กรมปศุสัตว์ โทร. (02) 653-4555 ซึ่งผู้ที่แจ้งจะได้รับรางวัลนำจับเมื่อส่งสำนวนขึ้นฟ้องศาลเรียบร้อยแล้ว” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

 

 








เคทีซียกทีมการตลาดเผยกลยุทธ์รุกธุรกิจต่างจังหวัด
เบอร์ลี่ฯเปิดตัว "Cellox Purify The Masterpiece Collection"
10 วิธีแก้ไขปัญหากวนใจในทาวน์เฮ้าส์ โดยเช็คราคา.คอม
ชมรมอายุวัฒนา โรงพยาบาลนครธน เชิญร่วมกิจกรรม “รวมพลคนรักข้อ” 15 ต.ค.นี้
เขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม จับมือ ไปรษณีย์ไทย
ซีพีเอฟ เติมความสุขให้ผู้สูงวัย ผ่านโครงการ “ซีพีเอฟคืนสุขผู้สูงวัย” ปีที่ 3
โตโยต้าสนับสนุนทีมเยาวชนไทยร่วมแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 29 ก.ย.57
สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี และ ดี อะคาเดมี จัดกิจกรรมวิธีบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยพลังจิต 9,11ต.ค.นี้