"สุภาบุรุษไพร่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ประวัติศาสตร์บอกเล่า จาก "เหยี่ยวข่าว" ตาคม

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 10:50:01 น.




โดย ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ มติชน

อาจกล่าวได้ว่า หลังการรัฐประหารรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา สังคมไทยได้เกิดความแตกแยกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน

 

 

เกิดกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า "เสื้อเหลือง" และกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "เสื้อแดง" ออกมาปะทะกันทั้งทางความคิดและกำลังอย่างต่อเนื่อง

 

 

กล่าวสำหรับ "คนเสื้อแดง" ในนาม "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)" ซึ่งมีบทบาทเป็นอย่างสูงในการเคลื่อนไหวระยะหลัง พร้อมกับชูวาทกรรม "ไพร่-อำมาตย์" เป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้

 

 

หนึ่งในแกนนำคนสำคัญที่เป็นทั้งเจ้าของวาทกรรม และเป็นผู้ยืนอยู่เคียงข้างคนเสื้อแดงตลอดมา กระทั่งทุกวันนี้คือ "เต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ที่วันนี้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

 

 

 

"บทบาทของณัฐวุฒิ เด่นชัด พร้อมๆ กับความคิดความอ่านของเขาที่ค่อยๆ เติบโต ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ"

 

 

ปรากฏการณ์นี้ ไม่รอดพ้นสายตาของ "เหยี่ยวข่าว" อย่าง "ฟ้ารุ่ง ศรีขาว" ผู้สื่อข่าวที่เริ่มเดินบนทางอาชีพนี้ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพียงไม่กี่วัน หากแต่ต้องขีดเส้นใต้ไว้ว่า ก่อนหน้านั้นอดีตนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ผู้นี้ สนใจปัญหาสังคม การเมือง และทำกิจกรรมตลอด 7 ปีที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

 

 

ปัจจุบัน ฟ้ารุ่งเป็นนักข่าว ประจำหนังสือพิมพ์ประชาชาติ เธอมีความตั้งใจที่จะเขียนหนังสือ บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ของคนเสื้อแดง โดยเลือก "ณัฐวุฒิ" เป็นหัวใจสำคัญในการเดินเรื่อง พร้อมกับการเผยประวัติศาสตร์บอกเล่าทางการเมือง หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

 

 

ในที่สุดก็กลายเป็นหนังสือ เพิ่งออกจากแท่นพิมพ์สดๆ ร้อนๆ ที่มีชื่อว่า "สุภาพบุรุษไพร่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"

 

 

ฟ้ารุ่ง บอกว่า เริ่มต้นงานเขียนก็เพราะได้ยินความคิดเห็นจากคนรอบข้าง หรือคนที่เราออกไปสัมผัสทั่วไป ซึ่งจะไม่ชอบเสื้อแดง มีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับแกนนำอย่างณัฐวุฒิ โดยดูถูกว่าเป็นคนไม่มีต้นทุนอะไร ซึ่งมองว่าเป็นอคติของคนไทยอยู่เหมือนกัน ที่เวลาจะให้คุณค่าคนจะดูหัวนอนปลายเท้า ดูนามสกุล ดูเครือข่ายความสัมพันธ์ที่หน้าตา เป็นอย่างนี้มาตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน

 

 

แต่นักข่าวสาวไม่มองอย่างนั้น เธอเห็นว่าณัฐวุฒิสามารถนำมวลชน "คนเสื้อแดง" ในการเคลื่อนไหวได้อย่างมีพลัง

 

 

"ข้อสงสัยในใจคิดว่าหากณัฐวุฒิไม่มีราคาในสายตาของสังคมไทยจำนวนหนึ่ง แล้วทำไมสามารถนำมวลชนได้อย่างมีพลัง ก็เลยต้องมาดูที่ความคิดเห็นของณัฐวุฒิ ในเรื่องไพร่-อำมาตย์ อันนี้ตรงกับความเห็นของตัวเอง ตั้งแต่ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า สังคมมีความแตกต่างเหลื่อมล้ำ หรือว่ามีความไม่ยุติธรรม คือความแตกต่างต้องมีอยู่แล้ว แน่นอนว่าคนมันไม่เท่ากัน โดยสภาพของสังคมไม่ว่าจะระบอบการปกครองแบบไหน ในชนเผ่า ก็มีหัวหน้าเผ่า ในบริษัทก็ต้องมีหัวหน้า มีประธานบริษัท

 

 

"แต่ว่าความยุติธรรมในความสัมพันธ์ในความแตกต่าง เราให้ความเป็นธรรมในความสัมพันธ์ที่แตกต่างนี้แบบไหน คิดว่าสังคมไทยคนจนก็ลำบากเสียเหลือเกิน คนรวยก็สบายเกินจินตนาการของคนจน เราเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ได้เห็นวิธีการในการดำเนินชีวิตของคนรวยและคนจน ก็เลยคิดว่าของอย่างนี้มันมีจริงนะ ไอ้ความเหลื่อมล้ำนี่" ฟ้ารุ่งกล่าว

ถามว่าทำไมต้องเป็น "ณัฐวุฒิ" ?

 

 

 

นักข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ บอกว่า เพราะเป็นคนที่ชูธงเรื่องไพร่-อำมาตย์ และที่สำคัญคือเป็นคนตลกโดยธรรมชาติ ตัวเองติดตามฟังเขาพูดมาตลอดแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ และก็มีคำถามในใจตลอดว่า ณัฐวุฒินี้เป็นคนมีราคาหรือไม่มีราคา เป็นตลกไร้สาระหรือมีเนื้อหาสาระกันแน่ ที่อยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับคนนี้ เพราะได้รวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ตอนเรียนมาก่อน ค้นหาข่าวเก่าๆ ก็เห็นว่า เวลามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง บางทีมองเป็นเรื่องราว นิยาย ภาพยนตร์ก็มองได้ จะมองมุมไหน แต่ตอนนี้ทำอาชีพนักข่าวสามารถทำได้ไม่ต้องลงทุนอะไร

 

 

โดยอาชีพนักข่าว แม้จะมีข้อมูลเข้ามามาก แต่ก็สามารถเลือกสรรได้ว่าสิ่งไหนสำคัญ สิ่งไหนไม่สำคัญ

 

 

 

ฟ้ารุ่ง เปิดเผยว่า การรวบรวมข้อมูลที่จะเขียน เริ่มต้นจากการเข้าไปคุยกับณัฐวุฒิในคุก ราวเดือนมิถุนายน 2553 ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ซึ่งมองว่าไม่นานเกินและไม่เร็วเกินไปที่จะออกหนังสือเล่มนี้มา ซึ่งตอนนั้นณัฐวุฒิเองมีสัญญาใจไว้กับอีกสำนักพิมพ์หนึ่งด้วย ก็เกรงใจเหมือนกัน แต่ในที่สุดเขาก็ให้โอกาสกับเรา ส่วนในการทำงาน หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้ว ก็เริ่มวางโครงเรื่องและก็ดูว่าอันไหนที่มีน้ำหนักมากกว่า

 

 

"นอกจากณัฐวุฒิแล้ว ยังมีอีกสองคนหลักๆ ในหนังสือเล่มนี้ คือ "วีระ มุสิกพงศ์" อดีตประธาน (นปช.) จะมีแทรกในเนื้อหาหลักๆ ในช่วงจังหวะ และอีกคนคือ "สมบัติ บุญงามอนงค์" หรือ บ.ก.ลายจุด ซึ่งเป็นผู้ใช้สัญญลักษณ์เสื้อแดง ในการต่อสู้ ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยมีใครสนใจ ก็จะมีบอกไว้ว่าทำไม สมบัติถึงเลือกสีแดงมาใช้"

 

ฟ้ารุ่งกล่าว และว่า มีหลายถามว่าทำไมไม่ทำหนังสือออกมาตอนเสื้อแดงมีกระแสแรงๆ ในความคิดของเรานั้น ไม่อยากทำหนังสือออกมาแล้วขายแบบฉาบฉวย

 

 

"หนังสือน่าจะมีเนื้อหาที่เราอยากให้มี ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับคนอ่าน!" เหยี่ยวข่าวสาว ย้ำหนักแน่น

 

 

ด้าน "สุภาพ บุรุษไพร่" อย่าง "ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ" เผยความรู้สึกหลังจากอ่านหนังสือที่เขียนถึงเขาเล่มนี้ว่า สามารถรักษาสิ่งที่อยากเล่าทั้งข้อเท็จจริง ทั้งความเห็นต่างๆ เอาไว้ได้หมด แล้วก็ไปนำเสนอผ่านวิธีการของผู้เขียนเอง

 

 

"ผมบอกกับผู้เขียนตั้งแต่อยู่ในเรือนจำว่า ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้ผลจะออกมาเป็นอะไรก็ทำไปเลย อย่ากังวล ผมจะเป็นพระเอก เป็นผู้ร้าย เป็นตัวตลก เป็นคนเหลวใหลใช้ไม่ได้ เป็นลูกสมุนทักษิณ ลูกญาติทักษิณ อะไรก็แล้วแต่ว่าไป ไม่มีปัญหา ก็ตกลงว่าให้ทำ แต่ขอว่า อะไรที่ผมบอกเล่านั้นก็ขอให้ได้นำไปใช้ คืออย่ามาแก้ในเนื้อที่บอก

 

 

"ผู้เขียนสามารถรักษาสิ่งนี้ได้ แล้วก็ร้อยเรียงแบบวิธีการของตัวเอง ที่เหลือก็เป็นเรื่องของประชาชน เรื่องของคนอ่าน เพราะยังจะต้องมีอีกมากมาย มีของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สักเล่มหนึ่งว่าคิดอย่างไร? ซึ่งไม่เหมือนกับผมเลย คุณกอปร์ศักดิ์ สภาวสุ ว่าอย่างไร? คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าอย่างไร? ฯลฯ เพราะฉะนั้นที่เขาเขียนว่าเป็นประวัติศาสตร์บอกเล่าจะให้ผมเล่าคนเดียวไม่ได้ ต่อไปอาจต้องมีคนอื่นๆ ด้วย" ณัฐวุฒิกล่าว

 

 

ณัฐวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ได้ตั้งค่าว่าจะพอใจหรือไม่พอใจกับหนังสือเล่มนี้ เพราะว่าเคยคุยกับอีกสำนักพิมพ์หนึ่งไว้ก่อน แต่ยังไม่มีโอกาสได้รวมความคิดที่จะเขียนสักที จนเมื่อฟ้ารุ่งบอกว่าอยากทำหนังสือ และก็เห็นว่าเป็นงานเล่มแรกของเธอ ก็เข้าใจเอาเองว่าผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสนาม วันหนึ่งก็อยากจะทำงานของตัวเองออกมา มันเหมือนก้าวใหญ่ๆ ก้าวหนึ่งของชีวิตเหมือนกัน ทีนี้ถ้าก้าวใหญ่ๆ ก้าวนั้น เขาบอกว่าจะเอาเรื่องของเรา ก็น่ายินดี

 

 

"คนที่เดินตามล่าฝันของตัวเองควรให้การสนับสนุน พอสนับสนุนแล้วเนื้องานจะออกมาเป็นอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวล สมมุติว่าหนังสือเล่มนี้จะทำมาแล้วผมเสียหาย ถ้าไม่มีหนังสือเล่มนี้ก็มีอีกหลายเล่มที่ด่าผมเละอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่มอีกเล่มผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมไม่ได้ไปตั้งว่ามันจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ จึงไม่ได้บอกว่าพอใจหรือว่าไม่พอใจ แต่ว่าตกลงว่าสิ่งที่เราพูดมันอยู่ในนี้" สุภาพบุรุษไพร่ ทิ้งท้ายอย่างสุภาพบุรุษ

 

 

นี่คือประวัติศาสตร์บอกเล่าทางการเมืองหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จาก "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แกนนำคนเสื้อแดง

 

"ผ่านปลายปากกาของ "เหยี่ยวข่าว" ตาคมนาม "ฟ้ารุ่ง ศรีขาว"

 








เชิญชาวค่ายจุฬาฯ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ 2 พ.ย.นี้
สร้างแรงบันดาลใจให้คุณกล้าหลุดออกจากกรอบชีวิตแบบเดิม
“ศิลป์แผ่นดิน” สมบัติศิลป์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
@skinexercise ชวนหนุ่มสาวเมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝึกศิลปะป้องกันตัว
รวมพลังต้านยาเสพติด
ช็อกวงการขนไก่โลก! "เทพลี ชอง เหว่ย" ตรวจโด๊ปไม่ผ่าน
ซีพีเอฟ คว้ารางวัลการพัฒนาด้านก๊าซเรือนกระจกยอดเยี่ยม
กรุงศรี ออโต้ คอนเน็ค’ สานสัมพันธ์อบอุ่น ขอบคุณพันธมิตรดีลเลอร์รถใหม่
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดกิจกรรม “แรลลี่ชั่งหัวมัน”
คลีนฟู้ดที่คุณต้องไม่อยากปฏิเสธ ที่ ยู เซนมายา ภูเก็ต
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
คำปราศรัย 38 ปีที่แล้วของ "จาตุรนต์" กับบทเรียนที่ไม่เคยเรียนรู้ในเหตุการณ์ "6 ตุลาฯ 2519"
"ชูวิทย์" เหน็บ "แนวคิด 1 จังหวัด 1 ส.ส."...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ไม่ต้องมีนักการเมืองไปเลย
แน่ใจหรือว่าไทยจะมีทูตสหรัฐปีหน้า ?