ตามหา ไผ่ช้าง เมืองน่าน เพื่อนำมาโชว์ ในงาน เกษตรมหัศจรรย์ฯ ครั้งที่ 3

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:17:54 น.




























เกษตรมหัศจรรย์

พานิชย์ ยศปัญญา

 

จำได้ว่า ไปจังหวัดน่าน ครั้งล่าสุดเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว การไปครั้งนั้น 2 วันแรก ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านตะลุยทำงานกันอย่างเดียว โดยออกกันตั้งแต่เช้า กลับเข้าที่พักอีกทีก็ตะวันตกดิน


วันสุดท้าย ผู้นำทางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน เตรียมเสบียงอาหาร จากนั้นเขาพาตระเวนรอบจังหวัด ดูสถานที่สำคัญๆ อาทิ ชายแดนไทย-ลาว


บ่อเกลือ ที่มีน้ำเค็มผุดขึ้นมาจากริมน้ำจืด สามารถนำมาหุงต้มเป็นเกลือได้


ขุนน้ำน่าน เป็นห้วยน้ำเล็กๆ สามารถกระโดดข้ามได้ ก็ไปดูมาแล้ว


1 วัน เต็มๆ ที่ตระเวนตั้งแต่เช้าจนค่ำ ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก
ว่างเว้นจากการไปทำข่าวเมืองน่านหลายปี แล้วโอกาสดีก็มาถึงอีกครั้งหนึ่ง แรงจูงใจนั้นคือ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีโครงการไปเขียนแนะนำจังหวัดน่าน รวมทั้งการไปตามล่าหา ไผ่ช้าง เมืองน่าน ไผ่ยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 12 นิ้ว ไผ่อีกชนิดหนึ่ง คือ ไผ่ปล้องยาว โดยมีความยาวถึง 140 เซนติเมตร รวมกันทั้ง 2 ไผ่ จึงเป็น “ยาวใหญ่ไผ่เมืองน่าน”


ผู้ประสานงาน อยู่ทางเมืองน่านคือ คุณประสงค์ ไชยลังกา ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดน่าน (พืชสวน) สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร


ระยะทางจากกรุงเทพมหานคร ไปจังหวัดน่าน 668 กิโลเมตร ถนนหนทางสะดวกสบายดี จากจังหวัดอุตรดิตถ์ไปจังหวัดแพร่ ทาง 4 เลน กำลังก่อสร้าง จากแพร่ไปน่าน ถึงแม้ยังไม่มีการขยายผิวจราจร แต่ถนนก็ราบเรียบดี สังเกตได้ง่ายๆ ฝั่งขวา มีสายน้ำน่านขุ่นแดง บ่งบอกได้ว่า มีฝนตกหนัก


ราว 8 โมงเช้า ของวันใหม่ ผอ. ประสงค์ นัดพบกันที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน จากนั้นจึงขึ้นไปทางเหนือ มุ่งสู่ถิ่นที่อยู่ของไผ่ช้าง เมืองน่าน


2 ข้างทาง ทุ่งนาป่าข้าวของเมืองน่านมีมนต์เสน่ห์มาก ถึงแม้จะหยุดทำนามาถึง 33 ปีเต็มแล้ว แต่คิดอยากไปทำนาอีก คิดอยู่ในใจว่า หากทำนาอีกครั้ง ขอใช้ควายไถนาดังเดิม แต่คงยากแล้วหละ


ขณะที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติ เหมือนกับถูกมนต์เมืองน่านสะกดอยู่นั้น ผอ. ประสงค์ เอ่ยขึ้นว่า“จังหวัดน่าน มีไผ่เยอะมาก ถือว่าเป็นเมืองของไผ่”

ผอ. ประสงค์ อธิบายการเดินทางไปยังแหล่งปลูก ไผ่ช้าง เมืองน่าน ว่า เริ่มต้นกันที่ในเมือง จากเมืองไปแวะรับเจ้าของพื้นที่ คุณบัณฑิต สวยงาม สมาชิกสภาจังหวัดน่าน เขตอำเภอท่าวังผา คุณบัณฑิต จะพาขึ้นดอย ระยะทางจากเมืองน่านถึงท่าวังผา 42 กิโลเมตร จากท่าวังผาขึ้นดอยติ้ว ระยะทาง 34 กิโลเมตร


ระยะทางจากอำเภอท่าวังผา ขึ้นดอยติ้ว ถึงแม้ไม่ไกลนัก แต่ก็ใช้เวลานาน ลักษณะของถนน คล้ายๆ กับขึ้นดอยสุเทพ ที่เชียงใหม่

 

ไผ่ ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม

ผอ. ประสงค์ ขยายความเรื่อง ไผ่ ที่จังหวัดน่าน ว่า ตนเองย้ายมาดำรงตำแหน่งที่จังหวัดน่านได้ 3 ปีเศษแล้ว เดิมทีศููนย์ฯ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกส้มเขียวหวาน ที่รู้จักกันดี ในนาม “ส้มสีทอง” ต่อมาส้มเป็นโรคมาก ถึงแม้จะเริ่มต้นที่ผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคก็ตามที จากนั้นจึงมีการศึกษาเรื่องไผ่ ปรากฏว่า ยิ่งศึกษายิ่งมีความหลากหลายทางด้านสายพันธุ์


ผอ. ประสงค์ บอกว่า ที่จังหวัดน่าน ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันมาก จำนวนกว่าแสนไร่ จึงทำให้เกิดภูเขาหัวโล้น เมื่อฝนตกลงมา จึงไม่มีอะไรซับน้ำ ทางศูนย์ร่วมกับทางจังหวัดน่าน ผลิตกิ่งพันธุ์ไผ่ สนับสนุนให้เกษตรกรปลูก ปีละประมาณ 100,000 กิ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรปลูกสร้างรายได้ ขายทั้งหน่อและลำ ผลที่ตามมาคือ การสร้างป่า


“เมืองน่าน เป็นเมืองของไผ่ ที่ผ่านมาเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันมาก รัฐประกันราคา ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ช่วงฝนตก ไม่มีที่ซับน้ำ ภูเขาพัง เมืองน่านเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา หากต้นน้ำเก็บน้ำไม่ได้ ทำให้น้ำท่วมทุกปี หากมีป่าสมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อน เพราะต้นไม้เป็นเขื่อนธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าไม่มีป่า น้ำไหลลงทีเดียวเลย เราน่าจะช่วยกันสร้างต้นน้ำ”


ผอ. ประสงค์ กล่าว ขณะที่นั่งไปในรถ และยังบอกอีกว่า “มีพืชหลายชนิดที่น่าส่งเสริมให้ปลูก อย่าง มะขามเปรี้ยว ต๋าว มะไฟจีน ทำหลายอย่างผสมผสาน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีการใช้สารเคมีมาก อย่างสารกำจัดวัชพืช น่าจะลดพืชเชิงเดี่ยวลง แต่การส่งเสริมต้องให้ชาวบ้านอยู่ได้ อย่างการส่งเสริมปลูกไผ่ ทางศูนย์ได้ให้ความรู้เบื้องต้นเรื่องการปลูก สนับสนุนพันธุ์ ต่อไปจะมีการประสานงานให้บริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มาให้ความรู้ แทนที่จะขายไผ่ ลำละ 50 บาท อาจทำเฟอร์นิเจอร์ได้สัก 2,000-3,000 บาท เราพยายามติดต่อโรงต้มหน่อไม้ ให้มาซื้อเพื่อสร้างความมั่นใจ ที่จังหวัดน่าน ไผ่รวกมีความต้องการของตลาดมาก โดยเฉพาะการนำไปลงทะเลเลี้ยงหอย ไผ่รวกเมืองน่านข้อถี่ ต้านคลื่นได้ดี ไม่หักง่าย เอนไปตามคลื่น มีความยาว การซื้อ-ขาย เขาไม่ดูที่ความใหญ่ แต่ดูที่ความยาว ที่จังหวัดน่าน ปีหนึ่งขายไผ่รวกกันมูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านบาท ต่อปี ไม่ได้ตัดตามธรรมชาติ แต่ปลูกกันรายละ 4-5 ไร่ เกษตรกรบางรายปลูกมากถึง 50 ไร่ สนนราคาที่ขาย เมตรละ 1 บาท แต่เมื่อไปถึงผู้ใช้ ราคาสูงมาก ส่วนหนึ่งเขาส่งออกไปขายให้กับอินโดนีเซีย”

 

ขึ้นดอยติ้ว
ตามหา ไผ่ช้าง เมืองน่าน

หลังจากแวะรับ ส.จ. บัณฑิต การเดินทางรู้สึกว่า ถนนสูงชันและคดโค้งขึ้น
ฟัง ผอ. และ ส.จ. คุยกันเพลิน จนเผลอหลับไป
“นี่ถึงแล้วดอยติ้ว” ผอ. ประสงค์ บอกระยะทางเพียง 30 กิโลเมตรเศษๆ ต้องใช้เวลาเดินทางนาน สภาพแวดล้อมที่เห็นในตอนนั้น เมฆหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณดอย ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล ราว 800 เมตร ที่นี่อากาศเย็นสบายทั้งปี หากหน้าฝน มีความชื้นเพิ่มขึ้น

ผอ. ประสงค์ และ ส.จ. บัณฑิต พาไปดู ไผ่ช้าง เมืองน่าน เจ้าแรก เจ้าของคือ คุณชีวา ขวัญไกรคีรี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 7 ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


“ปลูกมา 10 ปีเศษแล้ว หนูเป็นสะใภ้ที่นี่ ที่อื่นก็มีปลูก ไม่ทราบว่าพ่อนำมาจากไหน ที่นี่ใช้ประโยชน์จากไผ่ช้างเมืองน่านกันมาก ใช้สร้างบ้านหลังเล็กๆ ใช้ไม้ไผ่ 2-3 ลำ ก็พอแล้ว ที่บ้านมีอยู่ 5 กอ หากเพื่อนบ้านมีความจำเป็นต้องใช้ ก็ขอกันได้ลำสองลำ หากใช้มากๆ ก็ซื้อกัน หน่อก็กินได้อร่อยดี” คุณชีวา เล่าถึงการปลูก ไผ่ช้าง เมืองน่าน


คุณเล่าแตง แซ่เล้า อยู่บ้านเดียวกับคุณชีวา บอกว่า ตนเองเกิดที่อำเภอบ่อเกลือ เห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ปลูกมานานแล้ว ส่วนตนเองก็ปลูกไว้ไม่น้อย


“ย้ายจากบ่อเกลือมาอยู่นี่ ก็ปลูกเรื่อยๆ ขยายออก หน่อกินดี เหมาะทนทาน” คุณเล่าแตง บอก
ที่ดอยติ้ว เป็นแหล่งปลูก ไผ่ช้าง เมืองน่าน ที่มีขนาดของลำใหญ่ ส.จ. บัณฑิต และ ผอ. ประสงค์ ร่วมให้ข้อมูลว่า ที่หมู่บ้านอื่นก็มีปลูก ไผ่ช้าง เมืองน่าน เช่นกัน แต่ลำใหญ่ไม่เท่าที่ดอยติ้ว นอกจากความสูงระดับน้ำทะเลแล้ว ปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง น่าจะเป็นที่ความชื้น


“นอกจากดอยติ้ว ยังมีที่ อำเภอสองแคว เกือบติดชายแดนไทย-ลาว แต่ลำไม่ใหญ่ขนาดนี้ ที่ดอยติ้วอย่างน้อยเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว ผอ. ประสงค์ เคยนำลงไปโชว์ข้างล่าง เคยวัดได้ 12 นิ้ว ตามแนวคิดของผม ไผ่ช้าง เมืองน่าน น่าจะมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบนี้ จังหวัดน่านไม่ใช่ทางผ่าน คนคงไม่แบกหามไผ่จากที่อื่นมาปลูกแน่ คนเก่าคนแก่ก็บอกว่า เห็นอยู่ในธรรมชาติมานานแล้ว” ส.จ. บัณฑิต แสดงความคิดเห็น


ผอ. ประสงค์ บอกว่า ไผ่ลำใหญ่ คล้ายกับ ไผ่ช้าง เมืองน่าน ยังมีอีก แต่ลำอาจจะไม่ใหญ่เท่า
“มีคนพื้นเมืองของจังหวัดน่าน ไปพบป่าไผ่ลำใหญ่ตายขุยอยู่ชายแดนไทย-ลาว หลังฝนหยุดคงให้เขาไปเก็บตัวอย่างมาพิสูจน์ หากพบว่า ไผ่ที่ตายขุยแล้วกล้าเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ เป็นอย่างเดียวกับ ไผ่ช้าง เมืองน่าน ก็แสดงว่า ถิ่นกำเนิดเขาอยู่ที่นี่” ผอ. ประสงค์ บอก


สำหรับการปลูก การดูแลรักษาไผ่ช้าง เมืองน่าน ของคนดอยติ้ว ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ปลูกโดยอิงธรรมชาติ ไม่มีใส่ปุ๋ย ไม่ได้พ่นสารเคมี

เมื่อก่อนขยายพันธุ์โดยการขุดเหง้า
ปัจจุบัน ทางเจ้าหน้าที่เกษตร ไปแนะนำวิธีตอนกิ่งให้ จึงมีปริมาณต้นพันธุ์พอกับความต้องการของคนปลูก
ส.จ. บัณฑิต พูดถึงไผ่จังหวัดน่านว่า มีความหลากหลาย ที่สร้างรายได้ให้อย่างหนึ่งคือ ไผ่ข้าวหลาม ชาวท่าวังผาทำข้าวหลามจากไม้ไผ่มานาน บางฤดูกาลทำกันในระดับอุตสาหกรรมเลยทีเดียว โดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยว
“ไผ่รวก นะหรือ...แถวอำเภอผมปลูกกันเยอะ เมื่อถึงผู้ใช้แล้วราคาแพง เขานำไปเลี้ยงหอย ใช้ได้ 2 ครั้ง ไผ่รวกจากที่อื่นใช้ได้ครั้งเดียว ใช้ก่อสร้าง เหนียว ทนทาน หน้าแล้งเห็นตัดกองไว้ตามข้างทาง ที่รถใหญ่เข้าได้ ตัดใส่เทรลเลอร์ 5,000-6,000 ลำ ต่อคัน ยิ่งยาวยิ่งดี ไผ่รวก เมืองน่าน ข้อถี่ เนื้อหนา” ส.จ. พูดถึงไผ่รวก
ผอ. ประสงค์ ชวนไปดูไผ่ที่ปล้องยาว 1.4 เมตร แต่เวลาไม่อำนวย อีกทั้งฝนฟ้าก็ตก กำหนดการจึงถูกยกเลิก
แต่ ผอ. ประสงค์ ยืนยันว่า ได้เตรียมไผ่ลำใหญ่ยักษ์ อย่าง ไผ่ช้าง เมืองน่าน รวมทั้ง ไผ่ปล้องยาว ไว้ เพื่อให้ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน นำไปโชว์ ระหว่าง วันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2554 ที่ ชั้น 4 MCC HALL ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค


ระยะทางแค่ 748 กิโลเมตร จากดอยติ้ว ถึงกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหาแต่ประการใด อย่าลืมไปแวะชมกัน
ผู้สนใจถามไถ่กันได้ ที่ ผอ. ประสงค์ ไชยลังกา โทร. (082) 181-3397
หรือที่ คุณโอ (081) 297-3004


................................

 ไผ่ช้าง เมืองน่าน 

เป็นไผ่ใหญ่ยักษ์มาก ในบรรดาไผ่ด้วยกัน


หากสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะโตเร็ว ลำยาว เรียวตรง ไม่มีขน เนื้อไม้มีความหนา 1-3 เซนติเมตร
ขนาดโตเต็มที่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 12-15 นิ้ว สูง 35-50 เมตร
น้ำหนักต่อลำ 200-400 กิโลกรัม


หน่อโตเต็มที่ ชั่งได้ 40-70 กิโลกรัม รสชาติอร่อย ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู
เนื้อไม้ใช้ประโยชน์ได้ดี โดยเฉพาะการทำเฟอร์นิเจอร์

 

 ไผ่ปล้องยาว เมืองน่าน 

 

จัดเป็นไผ่ปล้องยาวที่สุด ในสารบบของไม้ไผ่
ใช้ประโยชน์ได้ดีในการจักสาน
จุดเด่นคือ เนื้อไม้เหนียว


 








ดิ เอ็มโพเรี่ยม จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟรับเทศกาลฮาโลวีน
Drink Up™ Hydrating Lip Balm ร่วมต้านมะเร็งเต้านม !!
ME by TMB ชวนเซเลบริตี้ร่วมปลุกกระแสวันออมแห่งชาติ
ใหม่ ลอรีเอะ ซูเปอร์ เจนเทิล พลัส อ่อนโยนพิเศษ สำหรับผิวบอบบาง
เอไอเอส ควงแขน เมญ่า สร้างสรรค์พื้นที่สุดแนว เพื่อชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย
เปิดแคมเปญสุดคุ้ม “ผ่อนมอเตอร์ไซค์กับ KTC PROUD รูดปั๊บ รับรถเลย”
′หนุ่มเมืองจันท์′ แจกลายเซนต์ที่บูธมติชน กับหนังสือ "คือลมหายใจ ไม่ใช่อากาศ"
กรุงศรีจัดงาน Krungsri Business Dinner Talk
สยามลวดเหล็กฯ ศึกษาดูงานพัฒนาชุมชนและโรงเรียน
“มิสยู” พร้อมบุกตลาด เจาะฐานลูกค้ากลุ่มวัยทำงานและตัวแทนค้าส่ง