จักรยานน้ำ

วันที่ 08 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 16:16:51 น.

























Big Idea

นาดีร์ ซีร์รัส

 

ขณะที่เขียนต้นฉบับนี้อยู่ ที่บ้านกำลังโดนน้ำจากคลองระบายน้ำและคลองชลประทานย่านรังสิตล้อมอยู่รอบทิศทางค่ะ เชื่อว่าอีกไม่เกินวันสองวันนี้น้ำคงเข้ามาถึงหมู่บ้านแน่

 

น้ำท่วมใหญ่ปีนี้ ไม่มีใครน้อยหน้าใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงหรือคนบ้านนอก ไม่ว่าจะจนหรือรวย เงินมาก เงินน้อย นายทุน อำมาตย์ ไพร่ ชาวไร่ ชาวนา ข้าราชการ กรรมกรแบกหาม หมู เป็ด ไก่ วัว ควาย สัตว์เลี้ยงแสนรักอย่าง หมา แมว หนู ปลา สารพัดชนิด โดนหมด โดนกันถ้วนหน้า

 

 

แม้กระทั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านก็โดนชาวบ้านด่ากันอ่วม ในฐานะที่ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ทั้งที่มีข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนอยู่ในมือ

 

ถึงวันนี้อย่ามัวแต่เพ่งโทษใครเลยค่ะ เราทุกคนในประเทศนี้ล้วนเป็นหนึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการบริโภคอันเกินจำเป็นทั้งหลายของอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อขายมากกว่าเพื่อยังชีพ ซึ่งทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเปิดหน้าดินสำหรับเกษตรอุตสาหกรรมมากมายมหาศาล

 

 

เราต่างร้องหาระบบคมนาคมขนส่ง ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้าอันเหลือเฟือ เพื่อให้ผลผลิตของเราขึ้นแท่นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศนี้ แล้วโอ่อวดกับใครๆ ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติในแต่ละปีของเราเติบโตมากน้อยขนาดไหน

 

กระบวนการบริโภคในระบบทุนที่เราช่วยกันสร้างขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเรานี่เองที่ย้อนกลับมาทำร้ายพวกเรากันเอง

 

ยอมรับสภาพกับมันไปเสียเถอะ

 

ประเทศเกษตรกรรมในเขตมรสุมอย่างเมืองไทยเป็นสังคมน้ำมาแต่ไหนแต่ไร และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราก็รู้วิธีที่จะอยู่กับน้ำแบบ “รู้จัก” และ “เข้าใจ” มายาวนาน จนเมื่อเมืองเติบใหญ่ขยายตัว ประชาชนแย่งกันทำมาหากิน เราต่างก็ลืมเลือนสิ่งที่ปู่ย่าตายายสร้างสมไว้ให้

 

 

แทนที่เราจะหาวิธีไม่ให้บ้านแบบเรือนแพปล่อยของเสียลงน้ำโดยตรง เรากลับย้ายคนขึ้นบกไปอยู่ตึกเปลี่ยนเรือนแพที่เป็น “บ้าน” ให้กลายเป็นร้านอาหาร แทนที่เราจะอยู่บ้านไทยแบบเสาสูงใต้ทุนโล่งเดิมๆ ก็ช่วยกันเปลี่ยนเป็นไทยประยุกต์ก่ออิฐโบกปูนใช้ใต้ถุนเป็นที่พักอาศัยของคนแทนคอกวัวคอกควายสมัยก่อน

 

น้ำมาเมื่อไหร่ก็พินาศสิคะ

 

โดยเฉพาะเมื่อเราเลือกวิธีสู้กับน้ำแบบทำสงครามกับ “ศัตรู” แทนที่จะเรียนรู้อยู่ด้วยกันแบบ “คนรู้จัก-รู้ใจ” เอื้อเฟื้อและแบ่งปัน

 

เอาล่ะ ถึงยังไงชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป

 

ระหว่างที่เตรียมรับน้ำอยู่นี้ก็หาทางหนีทีไล่ไปด้วย บ้านที่อยู่มี 2 ชั้น ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการขนข้าวของที่พอขนได้ขึ้นชั้นบนไว้ก่อน โดยเฉพาะพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น แต่ประเภทตู้เย็นใหญ่ๆ หนักๆ ช่างมันเต๊อะ คุยกับผู้รู้มาหลายคนแล้วยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ตู้เย็นอยู่ในกลุ่มที่มอเตอร์แช่น้ำได้ เพียงแต่ว่าต้อง ถอดปลั๊กออกก่อน และเมื่อน้ำแห้งต้องทำความสะอาดให้หมดจด หาเครื่องเป่าลมมาเป่าให้แห้งสนิทจริงๆ ก่อนจะลองเปิดใช้อีกครั้ง แต่ถ้าไม่แน่ใจก็เรียกหาให้ช่างมาดูก่อนได้ ฉะนั้นไม่ต้องเสียเวลาขนตู้เย็น

 

 

หากน้ำมาจริงๆ ให้คิดถึงชีวิตตัวเองก่อน สมบัติบ้าทั้งหลายหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ลมหายใจไม่มีที่ไหนให้ซื้อ ดังนั้นเรื่องไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ฉันพุ่งไปที่เบรกเกอร์ก่อนอื่น ทดสอบให้แน่ใจว่าอันไหนเป็นเบรกเกอร์ชั้นบนหรือชั้นล่าง แยกย่อยชัดถึงขนาดว่าอันไหนเป็นน้ำอุ่น อันไหนเป็นแอร์ แล้วเขียนสติ๊กเกอร์แปะตัวไว้เลยตัวโตๆ พอน้ำมา ยกเบรกเกอร์ไฟชั้นล่างลงก่อนแค่นี้ก็เรียบร้อย

 

รถยนต์เป็นเรื่องหมูๆ เรารู้ตัวว่าน้ำล้อมอยู่แต่แรกและมีความเสี่ยงสูง เลยเอาไปจอดไว้ในที่ปลอดภัยตั้งแต่ก่อนที่ชาวบ้านเขาจะตื่นตูมกันตั้ง 2 อาทิตย์ จากนั้นหันมาเตรียมเสบียงหนีภัยไว้ให้กับสมาชิกครอบครัวครึ่งหนึ่งที่อาสาอยู่เฝ้าบ้านชั้น 2 กะให้อยู่ได้สัก 4-5 วันก็พอ เพราะประเมินว่าน่าจะเข้าไปส่งเสบียงเสริมได้หลังจากน้ำท่วมแล้วไม่เกิน 3 วัน จากนั้นถ้าอยู่ไม่ไหวจริงๆ ค่อยหนีออกมาภายหลัง

 

อาหารที่ตุนเอาไว้ไม่เน้นพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลยค่ะ แต่เลือกข้าวกระป๋องแบบที่เปิดออกมาปุ๊บก็กินได้เลยกับผักกระป๋องอย่างถั่วลันเตา ข้าวโพดหวานแบบแกะเมล็ดเรียบร้อยที่พอเปิดกระป๋องมาก็เหมือนได้กินข้าวโพดต้มหวานๆ ทันที นอกนั้นก็เป็นขนมปังกรอบจำพวกแคร็กเกอร์ที่อยู่ได้นาน กินง่าย ใช้ประทังความหิวได้ดี

 

คราวนี้ก็หันมามองสิ่งรายรอบตัวที่เหลือ ยังมีจักรยานที่บ้านอีก 2 คัน เดิมเอาไว้ถีบไปจ่ายตลาด แต่พอมาดูสภาพแล้วก็ต้องส่ายหัวถ้าหากจะเอามันไปถีบลุยน้ำที่คาดกันว่าน่าจะท่วมหมู่บ้านสูงถึง 2 เมตร ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

 

ในนาทีนั้นก็พลันนึกถึงจักรยานน้ำขึ้นมาเพราะเคยเห็นจากภาพข่าวที่สาวจีนคนหนึ่งกำลังขี่จักรยานน้ำที่ทำจากวัสดุเหลือใช้อยู่ในบึงน้ำของสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

 

แล้วคุณกูเกิลเพื่อนที่แสนดีก็พาไปเจอกับจักรยานน้ำแบบที่เก๋เท่และน่าจะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแบบที่เคยเห็นในข่าวด้วยซ้ำไปก็เลยได้มาเป็น Big Idea ฉบับนี้

 

อันแรก เป็นไอเดียแสนบรรเจิดของการดัดแปลงกระดานโต้คลื่นหรือวินเซิร์ฟบอร์ดมาเป็นจักรยานที่ขี่บนน้ำได้ฉิวเลย เพียงแค่เปลี่ยนใบเรือมาเป็นจักรยานแล้วก็ใส่ใบพัดเสริมใต้ท้องกระดานเท่านั้น อันนี้เป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของชาวโครเอเชียจากเว็บไซต์ http://www.waterbike.auto-mart.hr/ ในภาพประกอบมีรายละเอียดให้ดูครบถ้วน ใครที่มีหัวเชิงช่างลองเอาไอเดียนี้ไปดัดแปลงกระดานวินเซิร์ฟเก่าๆ ของตัวเองได้ อย่างน้อยก็พอแก้ขัดได้ในเวลาน้ำท่วมนะ หรือสั่งซื้อติดต่ออีเมลที่ info@auto-mart.hr 

 

เอาไว้ใช้ถีบออกมาหาข้าวของกิน หรือมารับถุงยังชีพ โดยไม่ต้องรอให้ชะตากรรมตัวเองขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิด

 

 

ส่วนอีกแบบหนึ่งเป็นจักรยานที่ตั้งใจผลิตขึ้นมาใช้บนผิวน้ำจริงๆ ฝีมือโรงงานผลิตที่เมืองจีนค่ะ ทำจากไฟเบอร์กลาส  น้ำหนัก 130 กิโลกรัม บรรทุกได้ 190 กิโลกรัม ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่สั่งซื้อ และสามารถส่งสินค้าถึงมือได้ภายใน 15 วัน ใครสนใจคงต้องติดต่อกันเอาเอง เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.ecvv.com/product/1862683.html

 

นี่เป็นอีกความคิดหนึ่งของการอยู่ร่วมกันกับน้ำ ไม่ใช่การเอาชนะน้ำ


 








ผลบอล ลาลีกา สเปน 25 ต.ค. 57
ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 25 ต.ค.57
ยั่วนำลายแฟนๆ บิ๊กไบค์ เอ็มวี ออกุสต้า บูทาเล่ ...แฮนด์เมดพันธุ์อิตาลี
ผลฟุตบอลลาลีกา สเปน วันที่ 24 ต.ค.57
ทีฟาล์ว สานต่อโครงการ ‘ทีฟาล์ว เก่าแลกใหม่’ กับมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เชิญชาวค่ายจุฬาฯ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ 2 พ.ย.นี้
สร้างแรงบันดาลใจให้คุณกล้าหลุดออกจากกรอบชีวิตแบบเดิม
“ศิลป์แผ่นดิน” สมบัติศิลป์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
@skinexercise ชวนหนุ่มสาวเมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝึกศิลปะป้องกันตัว