ยิ่งทุบ ยิ่ง... (ตามอัธยาศัย)

วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 15:05:28 น.

ในประเทศ

มหาวิกฤตน้ำท่วม ตอนนี้ยังไม่ถึง "ที่สุด"

ยังประเมินไม่ได้ว่า "จุดสุดท้าย" จะร้ายแรงเพียงใด

การหาผู้ที่รับผิดชอบ หรือ การล่า "แพะ" มาเชือดจะทำกับแพะตัวโตขนาดไหน

หรือต้องทั้ง ฝูง จึงจะสาสม

ตอนนี้ยังประเมินชัดๆ ลงไปไม่ได้

ซึ่งก็คงเหมือนกับผลโพลล่าสุดเกี่ยวกับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ยังก้ำๆ กึ่งๆ อยู่

โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง "ประเมินผลงานรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 3 เดือน"

ปรากฏว่า

คะแนนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เฉลี่ย 4.98 คะแนน จาก 10 คะแนน ถือว่า "สอบตก"

คะแนนด้านความขยันทุ่มเทในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ได้ 5.61 คะแนน จาก 10 คะแนน ถือว่า "สอบผ่าน"

ผลสำรวจที่ทั้งตก ทั้งผ่าน สอดคล้องกับ กระแสสังคมที่ดำรงอยู่ขณะนี้ นั่นก็คือ ผสมปนเปกันไปทั้ง

ไม่เอา "ยิ่งลักษณ์"

และเอา "ยิ่งลักษณ์"



ในประเด็นแรก "ไม่เอา" ยิ่งลักษณ์ หรือ การให้คะแนน "สอบตก" นั้น

จะพบว่า มีดีกรีที่รุนแรงแตกต่างกันไป

ที่หนักสุดก็คงเป็นแบบ ถ้าทุบ ก็ทุบให้ตาย ไม่ปล่อยเอาไว้ให้ทำความเสียหายมากไปกว่านี้

จึงไม่น่าแปลกใจ สำหรับข้อกล่าวหาในทางร้ายที่มีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหนักหน่วง ตั้งแต่ โง่ ไร้สมอง ไร้ฝีมือ

เลยไปถึงการขุดเอา "เพศสภาพ" รวมถึง "ถิ่นกำเนิด" คือการเป็น "หญิงชาวเหนือ" ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาประจานทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทำนองว่า มีดีก็แค่เรื่อง "ขายตัว"

นี่ถ้าไม่เกลียดเข้าไส้ ก็คงคิดไม่ได้ไกลถึงเพียงนี้แน่

ขณะเดียวกัน ข่าวปล่อย-ข่าวลือ ก็ทะลักล้นออกมาไม่ขาดสาย เพื่อตอกย้ำความไม่เข้าท่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ตั้งแต่ ขนาดเบา คือ การย้ายข้าราชการ และปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อหาแพะรับบาปแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์

เรื่อยไปจนถึง ข่าวการประเมิน บทบาทนายกรัฐมนตรีของ "กองทัพ" 12 ข้อ ที่ล้วนแต่แสดงให้เห็นจุดอ่อนด้อย ชนิดที่ปล่อยเอาไว้ไม่ได้

แม้กองทัพจะออกมาปฏิเสธ

แต่ข่าวนี้ก็ยังอื้ออึง อึมครึม เคลียคลอไปกับข่าว "ปลดนายกรัฐมนตรี"

ทั้งจะปลดโดย "ทหาร" ที่ไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

ทั้งจะปลดโดยการผสมโรงของนักการเมืองบ้าน 111 ที่หวังจะคืนสังเวียนหลังพ้นโทษแบน



ขณะเดียวกัน ในส่วนพรรคประชาธิปัติย์ ก็ไม่ต้องพูดถึง

กระแส น.ส.ยิ่งลักษณ์ "สอบตก" เป็นไปอย่างเข้มข้น

อย่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา ซัดอย่างเต็มเหนี่ยวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีขีดความสามารถไม่ถึงขั้นเป็นนายกฯ

ดังนั้น ไม่ว่าจะปรับ ครม. กี่ครั้ง แต่หากนายกฯ ยังเป็นอย่างนี้ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

หากเห็นแก่ประเทศชาติ สงสารประเทศไทย ทุกคนที่เป็นรัฐบาลควรสุมหัวกันแล้วเลือกคนที่มีความสามารถเข้ามาเป็นนายกฯ คนใหม่

เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ เพื่อประเทศไทย

เหล่านี้ คือ ความรู้สึกที่สอดคล้องกับผลโพลที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สอบตกในฐานะนายกรัฐมนตรี

พร้อมๆ กับมีการขยายวง ด้วยการ "ร่วมด้วยช่วยทุบ"

ทุบ แบบให้ตาย

เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยไว



อย่างไรก็ตาม ผลโพลอันที่สอง ก็มีความน่าสนใจ

เป็นความน่าสนใจที่มีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ "สอบผ่าน" ในประเด็น ความขยันทุ่มเทในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ

ซึ่งก็สอดคล้องกับความรู้สึกของชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง นั่นคือ ยังให้โอกาส น.ส.ยิ่งลักษณ์ "ทำงาน" ต่อไป

ภายใต้ความเชื่อที่ว่า วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ถึงจะเปลี่ยนใครเข้ามาทำหน้าที่ รวมถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอง ก็ไม่แน่ว่าจะรับมืออยู่

การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลจึงไม่ใช่ประเด็นหลัก

ประกอบกับแม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะด้อยประสบการณ์ในเรื่องน้ำ และด้อยประสบการณ์กับการบริหารในภาวะวิกฤต

แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความอดทน มีท่าทีรับฟัง ไม่ตอบโต้ พร้อมปรับปรุงแก้ไข และก้มหน้าก้มตาทำงาน

ล่าสุด ก็ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติอีก 2 คณะ

คือ 1) คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)

มี นายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน

กรรมการล้วนแต่บิ๊กเนม เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง

นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ผู้ออกแบบนโยบายประชานิยมมากมายในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

นายวิษณุ เครืองาม อดีตเลขาธิการ ครม.

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตกรรมการผู้จัดการ ปตท.

นายกิจจา ผลภาษี อดีตอธิบดีกรมชลประทานผู้คร่ำหวอดเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำและเคยเป็นที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร

ประธานสภาอุตสาหกรรม

ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ประธานสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย

เลขาธิการนายกฯ

เลขาธิการ ครม.

2) คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)

มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธาน แต่มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการ

มีการดึง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาผู้ทำงานใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นที่ปรึกษา

ส่วนกรรมการมีทั้งอดีตข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ นักวิชาการด้านน้ำ เช่น นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ

นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน

นายกิจจา ผลภาษี อดีตอธิบดีกรมชลประทาน

นายรัชทิน ศยามานนท์ อดีตอธิบดีกรมการผังเมือง

นายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม

นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตปลัดกระทรวงการคลัง

นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร

นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นายสนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและยังเคยเป็นเลขานุการ รมต.เกษตรฯ

นายสมบัติ อยู่เมือง นักวิชาการจากศูนย์วิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อประเทศไทยภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยาน สิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ คณะกรรมการผลักดันน้ำ

จากรายชื่อคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดก็ดูดี และพอจะเป็นความหวังกับการฟื้นฟูประเทศได้

และหากมีผลงานที่เป็นรูปธรรม และเข้าตา

ตรงนี้จะเป็นการเรียกเสียงสนับสนุน "ให้โอกาส น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำงานต่อไป" เพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง



นี่จึงเป็นกระแส 2 กระแส ที่ดำรงอยู่ในภาวะน้ำที่ยังเอ่อล้น

คือ กระแส "ทุบ" แบบ "ทุบให้ตาย" เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

อีกกระแส เป็นกระแสที่เชื่อว่า ยิ่ง "ทุบ" หรือยิ่งเคี่ยวกรำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่ง "หอม" หรือ "แกร่ง" ขึ้น

ในนาทีนี้ยังไม่อาจสรุปได้ว่า กระแสไหนจะกำชัย

ต้องรอให้น้ำลด เพื่อให้เห็น "อะไรต่อมิอะไร" ผุดขึ้นมาก่อน

ตอนนี้จึงเป็นช่วง "ตามอัธยาศัย" สำหรับคนไทยว่าจะเลือก "ทุบ" แบบไหน









“อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”ต่อเนื่องแห่งที่ 12 รร.สหกรณ์นิคม จ.สุราษฎร์ธานี
ซีพีเอฟ จัดคาราวานผ้าห่มต่อเนื่องปีที่ 5 เดินสายมอบความอบอุ่นชาวอุดรธานี
ไทยพาณิชย์ โชว์ศักยภาพพร้อมให้บริการนักธุกิจจีน
ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษากับ 9 ประเทศในอาเซียน
“อเล็กซ์ เรนเดล” ร่วมงาน PTT Forest in the Park
“เทสโก้ โลตัส โบรคเกอร์ประกันภัย” รับรางวัล
เคล็ด (ไม่) ลับของ หนุ่ม กรรชัย
SCB PRIVATE BANKING ชูศักยภาพเชื่อมโยงนักธุรกิจภูเก็ต
เปิดแล้ว เมทัลเล็กซ์ 2014