เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 สมัยสามัญทั่วไป โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม ซึ่งในที่ประชุมพิจารณาญัตติด่วนต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบซีซีทีวี ในภาคใต้ โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงบางเรื่องก็ไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกพาดพิง โดยเฉพาะผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่มีโอกาสเข้ามาชี้แจง มีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่ากล้องวงจรปิด เป็นกล้องลวงโลก ถ้าจะพูดเช่นนั้นค่อนข้างรุนแรง ในทางปฏิบัติกล้องดัมมี่จะไม่เปิดเผยว่าจะตั้งตามจุดไหน ไม่เช่นนั้นคนที่กระทำผิดก็รู้ ในต่างประเทศจะไม่เปิดเผยเลย ซึ่งนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.เคยระบุว่า ในการชุมนุมของคนเสื้อแดง ปี 2553 มีกล้องเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่ชุมนุมทำลายกล้อง โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 33 ล้านบาท ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของผู้ชุมนุมที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะทำให้ทรัพย์สินของรัฐเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายนิพิฏฐ์ได้นำภาพถ่ายการชุมนุมของคนเสื้อแดงมาชี้แจง ประกอบการอธิบาย ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยระบุว่ากลุ่มคนเสื้อแดงได้นำผ้าดำไปคลุมกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่มีการชุมนุม ระหว่างที่นายนิพิฏฐ์กำลังอธิบายรูปถ่ายดังกล่าวอยู่นั้น มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย หลายคนลุกขึ้นประท้วงโดยบอกว่ารูปภาพดังกล่าวเป็นการเสียดสี และใส่ร้าย โดยไม่ระบุวันที่ชัดเจนในภาพถ่าย นายเจริญจึงตัดบทขอให้นายนิพิฏฐ์สรุปเรื่องที่จะชี้แจง
นายนิพิฏฐ์ชี้แจงว่า คนที่ปีนปิดกล้องวงจรปิดนั้นใส่เสื้อสีแดง จะให้ตนเข้าใจอย่างไร ถ้าตนรู้ว่าใครเป็นผู้จัดชุมนุมตนจะด่าต่อให้อีก ซึ่งกล้องในลักษณะแบบนี้ในประเทศที่เจริญตั้งขึ้นเพื่อเป็นการป้องปรามโจร และผู้ที่คิดจะทำผิดกฎหมาย เวลาติดตั้งจะไม่บอกว่าตรงไหนของจริง ตรงไหนของปลอม อย่างนี้มาตรการในการป้องปรามจะใช้ไม่ได้ผล กล้องนี้ใช้ได้ผลตามเจตนา
ด้านนายจตุพรกล่าวว่า การติดซีซีทีวีเพื่อป้องกันอาชญากรรมและปราบปรามโจรผู้ร้าย ทั้งใน กทม.และภาคใต้ ตนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงไม่ยุติความรุนแรง เพราะในขณะนั้นเกิดการทุจริตขึ้นในปี 2550 ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะความคิดของรัฐในแต่ละสมัยไม่ยอมให้ความจริงกับประชาชน กล้องในภาคใต้หากเปลี่ยนจากของปลอมมาเป็นของจริง ลองดูว่าจะสามารถจับผู้กระทำผิดได้เท่าไหร่ หลายกรณีคลี่คลายด้วยกล้องวงจรปิด และการที่บอกว่ากล้องวงจรปิดใน กทม.ได้รับความเสียหายถึง 33 ล้านบาท ตนอยากจะรู้ว่าเสียหายตรงไหน
นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้กำกับดูแล กทม.ก็จริง แต่รูปแบบการปกครอง กทม.เป็นรูปแบบพิเศษ ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายการทำงานได้ทั้งหมด ปัญหาซีซีทีวี ค่อนข้างกว้าง ซึ่งก็มีการดำเนินการในหลายภาคส่วนของทาง กทม. ทั้งกล้องจริง กล้องดัมมี่ หรือกล้องเทียม ปรากฏว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักปลัดมหาดไทย ไม่สามารถสรุปได้ว่าที่ผ่านมาดำเนินการไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ สำหรับกรณีที่มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงที่ สตง.ชี้มูลความผิดต่อข้าราชการกระทรวงมหาดไทยว่าทุจริตนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งให้มีการสอบสวน และรายงานให้ สตง.ทราบภายใน 90 วัน และจะดำเนินการทางแพ่งและอาญาอย่างโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ด้วยคะแนนเสียง 343 ต่อ 2 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 349 คน โดยมีคณะกรรมาธิการทั้งสิ้น 31 คน โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการศึกษา 60 วัน