นาข้าวอินทรีย์ “ทุ่งลอ เชียงราย-พะเยา” ตัวอย่างทางรอดที่ยั่งยืนของชาวนา

วันที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:54:26 น.













 เกษตรมหัศจรรย์ 

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

 

ปลายเดือนที่แล้ว มีโอกาสหนีน้ำท่วมเมืองกรุงไปเยือนจังหวัดเชียงราย ตามคำเชิญของ นครหลวงค้าข้าว เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของโครงการนาข้าวอินทรีย์ทุ่งลอ ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง เชียงราย-พะเยา ที่มีกิจการเจริญก้าวหน้าตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา

 

กลุ่มสื่อมวลชนได้ออกเดินทางจากที่พักในจังหวัดเชียงรายตั้งแต่เช้าตรู่ และใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินทางไปจนถึงสถานที่จัดงาน “20 ปี โครงการนาข้าวอินทรีย์ ทุ่งลอ เชียงราย–พะเยา” บริเวณท่าข้าวอินทรีย์ศรีจอมแจ้ง ตำบลหงส์หิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา บริเวณจัดงานมีเกษตรกร ชาวบ้าน ในท้องถิ่นสนใจเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก

 

ภายในงานจัดแสดงพิธีสู่ขวัญข้าว การแสดงของชาวบ้านตามประเพณีท้องถิ่น จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อให้เกษตรกร และเยาวชนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ หากใครสนใจนำไปใช้ปฏิบัติ ก็เชื่อว่าทำได้ไม่ยาก   

 

ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เป็นข้าวที่มาจากกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในทุกขั้นตอน ใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์และสารอินทรีย์ มาดูแลป้องกันและกำจัดแมลงเท่านั้น จึงลดมลพิษและรักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกันแล้ว ยังประหยัดต้นทุนการผลิตลงถึงร้อยละ 18 ทำให้ชาวนามีรายได้เลี้ยงครอบครัวมากขึ้น

 

 นครหลวงค้าข้าว                          

 ผู้บุกเบิกข้าวอินทรีย์รายแรกของไทย

หลายคนคงรู้จักและคุ้นเคยชื่อเสียงของ บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด ในเครือ เอสทีซี กันมาบ้างแล้วว่า เป็นผู้ส่งข้าวรายใหญ่ของประเทศ เครือ เอสทีซี ถือกำเนิดเมื่อ 34 ปีก่อน จากการรวมกลุ่มกันของพ่อค้าท้องถิ่น 3 ตระกูล ที่มีความสัมพันธ์ฉันเครือญาติและเพื่อน ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ ตระกูลวนิชจักร์วงศ์ พิชญ์พงศา และพิเชฐพงศา ปัจจุบัน เครือ เอสทีซี มีธุรกิจมากมาย แต่รายได้หลักส่วนใหญ่มาจากธุรกิจส่งออกข้าว

เมื่อช่วง 20 ปีก่อน คำว่า เกษตรอินทรีย์ ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นหูคนไทย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นครหลวงค้าข้าว ได้แรงบันดาลใจจากที่ไหนในการพัฒนาตลาดข้าวอินทรีย์ จนได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกตลาดข้าวอินทรีย์เป็นรายแรกของประเทศ

 

“วัลลภ พิชญ์พงศา” รองกรรมการผู้จัดการ นครหลวงค้าข้าว ให้คำตอบว่า เมื่อช่วง 20 ปีก่อน ผู้บริโภคในตลาดยุโรปหันมาสนใจบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น บริษัท Riseria Monferrato ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของบริษัท เล็งเห็นโอกาสว่า สินค้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์น่าจะมีโอกาสขายดีและเป็นที่นิยมของตลาดยุโรปในอนาคต จึงชักชวนให้นครหลวงค้าข้าว หาพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์เพื่อส่งขายในตลาดยุโรป

 

 

ปรากฏว่า “วรพงศ์ พิชญ์พงศา” คุณพ่อของคุณวัลลภ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการ นครหลวงค้าข้าว เกิดสนใจแนวคิดดังกล่าว จึงไปชักชวนโรงสีเชียงใหม่ไชยวิวัฒน์มาช่วยดูแลการผลิต พร้อมจัดหาเกษตรกรมาเข้าร่วมโครงการ และได้ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย กรมการข้าว ช่วยถ่ายทอดความรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ทุ่งลอ บริเวณรอยต่อจังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา

 

ปัจจุบัน โครงการปลูกข้าวอินทรีย์ในพื้นที่ทุ่งลอ เติบโตก้าวหน้ามาจนถึงปีที่ 20 เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของสินค้าข้าวอินทรีย์ได้เป็นอย่างดีว่า สินค้าในพื้นที่แห่งนี้ มีคุณภาพดี เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

 

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวอินทรีย์ต่างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ ดึงดูดใจให้เกษตรกรรายใหม่ๆ สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ส่วนเกษตรกรรายเดิมก็มุ่งมั่นขยายพื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

ปัจจุบัน นาข้าวอินทรีย์ทุ่งลอ มีเนื้อที่เกือบ 6,000 ไร่ มีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการถึง 268 ครอบครัว แบ่งได้เป็น  4 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าวอินทรีย์บ้านศรีจอมแจ้ง ข้าวอินทรีย์บ้านเกี๋ยง 1 ข้าวอินทรีย์บ้านเกี๋ยง 2 และกลุ่มข้าวอินทรีย์ 2000 พวกเขาร่วมกันผลิตข้าวอินทรีย์ป้อนเข้าสู่ตลาดได้เกือบ 3,000 ตัน ต่อปี สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ถึงปีละ 40 ล้านบาท

 

 เกษตรกรพอใจนาข้าวอินทรีย์  

 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น         

 

“กาจ ปัญญาหล้า” ประธานกลุ่มข้าวอินทรีย์บ้านศรีจอมแจ้ง 78 หมู่ที่ 1 ตำบลหงส์หิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา โทร. (089) 561-6316 คุณกาจ เป็นตัวแทนเกษตรกรกลุ่มแรกที่บุกเบิกปลูกข้าวอินทรีย์ ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกปลูกข้าวอินทรีย์ ประมาณ 10 ไร่ จนถึงวันนี้ได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 60 ไร่ เพราะพึงพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับ

 

 

“ผมขายข้าวอินทรีย์ได้สูงกว่าราคาประกันของรัฐบาล บริษัทดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบรับรองแปลงนา และค่าขนส่งข้าวเปลือกจากแปลงนาไปยังโรงสี หากข้าวที่นำไปสีมีเปอร์เซ็นต์ดี บริษัทก็จะบวกเงินเพิ่มให้กับเกษตรกรอีก เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน”

 

นอกจากนี้ บริษัทยังจ่ายค่าบริหารจัดการ แก่กลุ่มเกษตรกรอีกตันละ 200 บาท เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับดำเนินกิจกรรมต่างๆ และบริษัทยังจัดกิจกรรมอบรมความรู้ และทัศนศึกษาดูงานให้แก่กลุ่มผู้นำเกษตรกรตลอดเวลา

 

คุณกาจ ย้ำว่า ทุกวันนี้เขามีความสุขกับการทำนาข้าวอินทรีย์ แม้ผลผลิตจะไม่สูงเหมือนกับการทำนาที่ใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลง แต่ตัวเลขรายได้ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น สังเกตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเจ็บป่วย เมื่อเทียบกับการทำนาระบบเดิมที่ต้องพบสารเคมี สุขภาพร่างกายอ่อนแอมากกว่า จึงอยากเชิญชวนให้เพื่อนเกษตรกรหันมาทดลองปลูกข้าวอินทรีย์กันดูบ้าง

 

  ฟันธงตลาดอินทรีย์เติบโตต่อเนื่อง              

นครหลวงค้าข้าว เล็งเห็นว่า สินค้าข้าวอินทรีย์มีลู่ทางการเติบโตที่แจ่มใส เมื่อปี 2544 จึงได้ขยายการลงทุน เปิด

บริษัทลูก คือ ท็อปออร์กานิกโปรดักส์แอนด์ซัพพลายส์ ทำหน้าที่ส่งเสริมการรับซื้อ การแปรรูปและการตลาดข้าวอินทรีย์ทั้งภายในและต่างประเทศ   

 

คุณวัลลภ วิเคราะห์แนวโน้มตลาดข้าวอินทรีย์ ให้ฟังว่า ตัวเลขยอดขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในประเทศแม้จะเติบโตช้า แต่ก็มีอัตราขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ หันมาสนใจบริโภคข้าวอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน มีการส่งออกข้าวอินทรีย์ประมาณเดือนละ 100 ตัน หรือเฉลี่ยปีละ 1,200 ตัน

 

ทุกวันนี้ สินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดโลกยังไม่มีการแข่งขันสูงมากนัก เพราะทั่วโลกยังผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้น้อยกว่าความต้องการของตลาด สำหรับคู่แข่งของสินค้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในตลาดโลก คือ ข้าวบัสมาติ พันธุ์ข้าวขาวทั่วไปที่สามารถปลูกได้ในแถบยุโรป ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกซื้อข้าวอินทรีย์ชนิดไหน ปริมาณเท่าไหร่ ก็ขึ้นกับราคาขายเป็นหลัก

 

เรื่องราวของข้าวอินทรีย์ทุ่งลอที่น่าสนใจเหล่านี้ มีให้สัมผัส ผู้ที่ริเริ่มอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะ คุณวัลลภ พิชญ์พงศา รองกรรมการผู้จัดการ นครหลวงค้าข้าว ซึ่งเป็น 1 ในวิทยากร ผู้ให้ความกระจ่างแจ้งและถ่ายทอดเรื่องราวของข้าวอินทรีย์ทุ่งลออย่างสมบูรณ์ได้ภายในงานเกษตรมหัศจรรรย์ วันเส้นทางเศรษฐี-เทคโนโลยีชาวบ้าน 2012 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางแค

 








ธนาคารออมสิน มอบเงินสนับสนุนโครงการบันทึก ๒ แผ่นดิน
Audi Q3 2.0 TFSI quattro รถน่าใช้ ราคาน่าซื้อ โดยเช็คราคา.คอม
บัตรเครดิตกสิกรไทยจับมือ ปั๊มน้ำมันซัสโก้ จัดรายการโดนใจลูกค้าคนใช้รถใช้ถนน
เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมปศุสัตว์แห่งชาติ ปี 2557 ” 27 - 31 สิงหาคม 2557
ธนาคารไทยพาณิชย์เข้าเยี่ยมพร้อมมอบสินน้ำใจยกย่องพลเมืองดี
บอร์ดยาสูบเร่งแก้ไข รับซื้อใบยาส่วนเกินช่วยชาวไร่ 3 จังหวัดภาคเหนือ
CAT ร่วมมือศาลยุติธรรมติดตั้งฟรี WiFi บริการประชาชนและข้าราชการศาลฯ
เมืองไทยประกันชีวิตสนับสนุนจัดราตรีน้อมเกล้าฯ
อบรม “วางแผนการเงินเรื่องง่ายๆ ที่รู้แล้วรวย”
ช้อปฯสุดคุ้มที่แผนกบิวตี้ฯที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซน