เช็กอาการนิคมหลังน้ำลด เจ็บ-หนัก-เบา ตามสภาพที่ตั้ง กลับมาเดินเครื่องม.ค.ไม่ถึงครึ่ง

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เวลา 10:00:23 น.


แฟ้มภาพ


โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ (มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 26 ธ.ค.2554)




มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 70 ปีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และภาคธุรกิจมหาศาล เพราะเป็นครั้งแรกที่มวลน้ำขนาดใหญ่บุกทำลายแหล่งการผลิตที่สำคัญในเขตนิคมอุตสาหกรรมถึง 7 แห่ง รวมมูลค่าลงทุนทั้งสิ้นเกือบ 6 แสนล้านบาท กระทบการจ้างงานถึง 3 แสนราย ขณะที่ธนาคารโลกได้ประเมินความเสียหายครั้งนี้สูงถึง 1.42 ล้านล้านบาท

จนถึงวันนี้แม้ว่าจะผ่านพ้นวิกฤตมาแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟู เพื่อให้ทุกภาคส่วนแข็งแรงและกลับมาทำหน้าที่ได้เหมือนเดิม "มติชน" ได้รวบรวมข้อมูลการฟื้นฟู 7 พื้นที่อุตสาหกรรม มีโรงงานตั้งทั้งหมด 838 โรง คือ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี มูลค่าลงทุน 585,300 ล้านบาท และโรงงานอุตสาหกรรมนอกพื้นที่ประมาณ 19,000 โรง

รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่า เดือนมีนาคม 2555 โรงงานอุตสาหกรรมที่เคยถูกน้ำท่วมตลอดจนอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งหมดราว 20,000 โรง มูลค่าลงทุน 620,000 ล้านบาท ใน 29 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วมจะสามารถกลับมาเดินเครื่อง 100%

ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะเป็นไปได้หรือไม่ หรือสภาพโดยรวมยังโคม่า น่าติดตาม...

เริ่มที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ซึ่งเป็นแห่งแรกที่ถูกน้ำท่วมวันที่ 4 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการรวม 1,441 ไร่ จำนวนโรงงาน 43 โรง จำนวนแรงงาน 15,000 คน และมีมูลค่าลงทุนรวม 19,000 ล้านบาท โดยนิคมสหรัตนนครสูบน้ำออกจากพื้นที่หมดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม แต่ยังไม่มีบริษัทใดเริ่มดำเนินการผลิตได้ เพราะยังอยู่ระหว่างฟื้นฟู ทั้งการทำความสะอาด ซ่อมแซมเครื่องจักรซึ่งต้องใช้เวลา และบางส่วนเลือกที่จะซื้อเครื่องจักรใหม่เพราะคุ้มทุนและประหยัดเวลาได้มากกว่า แถมภาพรวมนิคมยังติดปัญหาเรื่องหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ด้วย

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กล่าวสรุปความคืบหน้าว่า ยังไม่มีรายใดกลับมาผลิตได้และมี 6 โรงงานที่ย้ายไปผลิตโรงงานในเครือที่ตั้งในพื้นที่อื่นๆ เช่น บริษัท เอคโค่ ผลิตรองเท้า นักลงทุนเดนมาร์กถือหุ้น 100% เงินลงทุน 974 ล้านบาท แรงงาน 1,935 คน ย้ายไปผลิตชั่วคราวที่ จ.สระบุรี บริษัท โยเนะเด็น ผลิตสายไฟและอุปกรณ์ นักลงทุนญี่ปุ่นถือหุ้น 100% เงินลงทุน 133 ล้านบาท แรงงาน 519 คน ย้ายไปผลิตชั่วคราวที่สระบุรี รวมถึงบริษัท เอฟ.ที.เอ็น. ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นักลงทุนญี่ปุ่นถือหุ้น 100% เงินลงทุน 214 ล้านบาท แรงงาน 166 คน ย้ายไปผลิตชั่วคราวที่สระบุรีเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมี 6 รายที่อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะย้ายหรือไม่ แต่ต้องการรอความชัดเจนจากรัฐบาลก่อน เช่น บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ บริษัท เอคโค่ เทนเนอร์ ผลิตรองเท้าหนัง บริษัท ท็อปไฮเทค ผลิตแม่พิมพ์โลหะ สำหรับความคืบหน้าการสร้างแนวกั้นถาวร อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 240 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2555

ขณะที่เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ ที่ถูกน้ำท่วมวันที่ 8 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการ 10,400 ไร่ จำนวนโรงงาน 245 โรง จำนวนแรงงาน 140,000 คน และมีมูลค่าลงทุนรวม 170,000 ล้านบาท ได้สูบน้ำออกจากพื้นที่หมดวันที่ 28 พฤศจิกายน ปัจจุบันโรงงานทั้งหมด 245 โรง เปิดดำเนินการผลิตบางส่วน 2 โรง เพราะต้องรอการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค ทั้งน้ำ ถนน โดยเฉพาะไฟฟ้า เนื่องจากโรงงานไฟฟ้าโรจนะ เพาเวอร์ เสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม ระบบการจ่ายไฟภายในพื้นที่อุตสาหกรรมจึงต้องใช้เวลา

นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โรงงานภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะจะกลับมาเริ่มผลิตบางส่วนทั้งหมดหลังปีใหม่ จะมีก็เพียงฮอนด้า ที่คาดว่าจะกลับมาเริ่มผลิตในเดือนเมษายน 2555 ถือเป็นข่าวดีที่สามารถกลับมาผลิตได้เร็วกว่าที่คาดการณ์

สำหรับแนวโน้มปิดกิจการ นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะประธานคณะทำงานฟื้นฟูเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ ยืนยันว่าไม่มีรายใดปิดกิจการ แต่มี 3 รายที่ย้ายไปลงทุนพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ซันโย บริษัท มินอิก และบริษัท นูเทค โดย 2 บริษัทหลังเป็นของไต้หวัน ด้านความคืบหน้าการสร้างแนวกั้นถาวรนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2555

นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ถูกน้ำท่วมวันที่ 13 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการรวม 2,446 ไร่ จำนวนโรงงาน 143 โรง จำนวนแรงงาน 64,000 คน และมีมูลค่าลงทุนรวม 65,300 ล้านบาท โดยสูบน้ำออกจากพื้นที่หมดวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมีโรงงานเริ่มกลับมาเปิดการผลิตบางส่วน

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ในฐานะประธานคณะทำงานฟื้นฟูนิคมไฮเทคให้ข้อมูลว่า โรงงานทั้งหมด 143 โรง เปิดดำเนินการบางส่วนแล้ว 15 โรง พนักงาน 3,200 คน เริ่มกลับเข้าทำงาน จำนวนนี้มีบริษัท แคนนอน 1,600 คน และยังไม่มีรายใดปิดกิจการหรือย้ายฐาน แต่มีโรงงานจำนวนหนึ่งย้ายฐานการผลิตชั่วคราว จำนวนนี้มีโรงงาน อาปิโก ไฮเทค บริษัทชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ป้อนชิ้นส่วนให้กับบริษัทรถยนต์เกือบทุกค่ายในไทย โดยย้ายฐานการผลิตไปโรงงานที่ตั้งใน จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี

นอกจากนั้น ไฮเทคยังมีบริษัทประกันภัยเข้าพื้นที่เพื่อประเมินความเสียหายแล้วประมาณ 40% ส่วนการสร้างแนวกั้นถาวร วงเงินที่ใช้อยู่ที่ 250-300 ล้านบาท แต่อยู่ระหว่างหารือขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน

ด้านนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ถูกน้ำท่วมวันที่ 15 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการ 1,962 ไร่ จำนวนโรงงาน 90 โรง จำนวนแรงงาน 35,000 คน และมีมูลค่าลงทุนรวม 60,000 ล้านบาท โดยนิคมได้สูบน้ำออกจากพื้นที่หมดวันที่ 17 พฤศจิกายน ถือเป็นนิคมที่สูบน้ำออกเร็วเพราะเป็นเครือญาติกับบริษัท ช.การช่าง บริษัทก่อสร้างอันดับต้นๆ ของไทย

และจากสายสัมพันธ์ดังกล่าว ตรวจสอบแผนการก่อสร้างแนวกั้นของนิคมบางปะอิน พบว่า มีแนวโน้มเป็นนิคมที่ก่อสร้างแนวกั้นเร็วที่สุด เพราะวางแผนก่อสร้างในเดือนมกราคม 2555 จากความพร้อมด้านวิศวกรรม ประกอบกับควักกระเป๋าลงทุนเองไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท

ส่วนสถานะโรงงานในนิคมบางปะอินพบว่า เริ่มเปิดกิจการบางส่วนแล้ว รวม 15 โรง จากทั้งหมด 90 โรง โดยโรงงานอยู่ระหว่างฟื้นฟูเพื่อกลับมาผลิต แต่ติดปัญหาเรื่องการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเว้นภาษีนำเข้าเพื่อชดเชยเครื่องจักรเดิมที่ถูกน้ำท่วม เพราะกระทรวงการคลังยังไม่ออกประกาศในรายละเอียด

สำหรับเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย ถูกน้ำท่วมวันที่ 16 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการรวม 130 ไร่ โรงงาน 99 โรง แรงงาน 8,500 คน และมีมูลค่าการลงทุนรวม 11,000 ล้านบาท สูบน้ำออกจากพื้นที่หมดเดือนพฤศจิกายน และเป็นอีกแห่งที่สูบน้ำเสร็จเร็วที่สุด เพราะพื้นที่ไม่เยอะประกอบกับโรงงานเป็นขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) การฟื้นฟูจึงทำได้ง่าย และโรงงานยังเป็นลักษณะห้องแถว 2 ชั้น เครื่องจักรไม่ได้ถูกน้ำท่วม เพราะย้ายหนีทัน ปัจจุบันทั้ง 99 โรงจึงกับมาผลิต คาดว่าจะผลิต 100% ทุกโรงงานภายในเดือนมกราคมแน่นอน

สำหรับแนวกั้น นายชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะประธานคณะทำงานฟื้นฟูเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างพิจารณาของผู้พัฒนาพื้นที่และโรงงาน แต่การสร้างจะทำเพียงทิศเหนือกับใต้ เพราะตะวันออกและตะวันตกมีกำแพงสูงกั้นน้ำอยู่แล้ว วงเงินที่ใช้ไม่เกิน 10 ล้านบาท

สวนอุตสาหกรรมนวนคร ถูกน้ำท่วมวันที่ 17 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการรวม 6,500 ไร่ โรงงาน 227 โรง จำนวนแรงงาน 170,000 คน มีมูลค่าลงทุนรวม 200,000 ล้านบาท ได้สูบน้ำออกจากพื้นที่หมดวันที่ 9 ธันวาคม

นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีโรงงานกลับมาผลิตแล้ว 30 โรง จากทั้งหมด 227 โรง และในจำนวนที่กลับมาผลิต มีมากกว่า 10 โรง ที่สามารถผลิตได้เต็มความสามารถ 100%

ผู้บริหารของนวนครยืนยันว่ายังไม่มีโรงงานใดย้ายฐานการผลิต แต่อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะย้ายฐานการผลิตไปพื้นที่อื่นที่ไม่เสี่ยงถูกน้ำท่วมหรือไม่ เพราะจากการหารือร่วมกับทุกโรงงานพบว่า ต่างตั้งคำถามถึงความชัดเจนของรัฐบาล ซึ่งสิ่งที่นวนครพยายามทำคือการสร้างแนวกั้นถาวร ป้องกันปัญหาน้ำท่วมในครั้งต่อไป และหวังว่าจะช่วยกันนักลงทุนไม่ให้หนี แต่แนวกั้นยังติดปัญหาเรื่องหลักเกณฑ์การค้ำประกัน เพราะต้องการสินเชื่อจากธนาคารออมสินมากกว่า 600 ล้านบาท จึงอยู่ระหว่างเจรจากับรัฐบาล โดยเสนอให้รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันแทนโรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรม

ส่วนสวนอุตสาหกรรมบางกะดี เป็นแห่งสุดท้ายที่ถูกน้ำท่วมวันที่ 20 ตุลาคม มีพื้นที่โครงการรวม 1,222 ไร่ โรงงาน 44 โรง แรงงาน 30,000 คน มีมูลค่าลงทุนรวม 60,000 ล้านบาท โดยได้สูบน้ำออกจากพื้นที่หมดวันที่ 3 ธันวาคม โดยนายกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธานบริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม ในฐานะผู้จัดการสวนอุตสาหกรรมบางกะดี ระบุว่า ฐานะโรงงานทั้ง 44 โรง ครึ่งหนึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ อีกครึ่งเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยโรงงานเอสเอ็มอีเริ่มเดินหน้าประมาณ 20 โรงแล้ว และเดินเครื่อง 100% ไม่ถึง 10 โรง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงทำให้มีบริษัทเอสเอ็มอี 2 แห่งต้องปิดกิจการลง โรงงานแรกถูกน้ำท่วมพร้อมกับโรงงานในเครือ จึงต้องปิดกิจการลงชั่วคราวเพื่อรอให้สถานการณ์บริษัทดีขึ้น อีกโรงไม่มีประกันจึงต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่วนความคืบหน้าการลงทุนสร้างแนวกั้นถาวร คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท แต่ยังติดเงื่อนไขเรื่องการกู้ธนาคารออมสิน แต่จะหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

สำหรับโรงงานนอกพื้นที่อุตสาหกรรม สำรวจพบว่ากว่า 99% เป็นโรงงานขนาดเล็ก และส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาประกอบกิจการได้แล้ว

ทั้งหมดเป็นสถานการณ์ล่าสุดที่ "มติชน" รวบรวมไว้!!









เจ็บเข้ากระดูก "เจนี่" โพสต์ดราม่าน้ำตานอง .. อีกรอบ!
เมืองกรุงยังงดงาม สุดประทับใจ ชมหนุ่ม"ทำอะไร"ฝูงชนแปลกหน้า"ถึงมีความสุขร่วมกัน (ชมคลิป)
ปิดตำนาน ′คลองถม′ ตลาดมืดขวัญใจมหาชน
ช็อก กลุ่มไอซิส"สุดโหด"จับชายขโมย "ตัดแขน"เดินประจานต่อหน้าสาธารณชน (ชมภาพ)
ยะเยือก! ดอยอินทนนท์เช้านี้ติดลบ1องศา นักท่องเที่ยวเนืองแน่น ชม เหมยขาบ
"ต้นอ่อนทานตะวัน" คุณค่าที่คู่ควร
คลิป ทีมช้างศึก ขวัญใจแฟนบอล บินกลับไทย เตรียมแห่รอบกรุง
อัยยะ! ชัปปุยส์ก็ชัปปุยส์เหอะ ชมภาพ"โค้ชซิโก้"ถ่ายแฟชั่นครั้งยังละอ่อน น่ารักมาก ขอบอก
ประปาประกาศน้ำไม่ไหลหลายพื้นที่ 23-24 ธ.ค.นี้
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้้ ประจำวันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค.2557 โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร
ด่วน! แท็กซี่มิเตอร์ เฮ ชาวบ้านอ่วม รถติดนาทีละ2บาท "ประจิน"ประกาศแล้ว อัตราใหม่ มีผลพรุ่งนี้
รัฐบาลขึ้นภาษี5ตัวรวด! เอกชนกังวลปี58ลงทุนวูบ "คลัง" เเจงต้องรีบทำ เพราะรัฐบาลปกติไม่กล้า
ห้าง-เซเว่นฯ ลดกระหน่ำทั้งประเทศ 7 วัน 7 คืน "บิ๊กฉัตร" คืนสุขหั่น 20-70%
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ
เปิดผลสำรวจ "เงินเดือน-โบนัสปี′58" ธุรกิจไหนขึ้นเงินเดือน-จ่ายโบนัสสูงสุด ?