เส้นเดินเรือโลก กับ นายกรัฐมนตรี ′โง่′ แหลมฉบัง ทวาย

วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 13:30:32 น.




มติชนรายวัน 2 มกราคม 2555


เหตุใดสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษจึงให้ความสำคัญกับภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยือนสหภาพพม่า ถึงกับยกให้เป็น 1 ใน 12 ภาพเหตุการณ์แห่งปีในเอเชีย

คงไม่ใช่เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนงาม

คงไม่ใช่เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดผิดพูดถูกในเรื่อง หญ้าแฝก หรือในเรื่องของเรือดันน้ำ

และคงไม่ใช่เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนเชียงใหม่อันมีความสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับพม่ามาอย่างยาวนาน

หากแต่เพราะการไปปรากฏตัวที่สหภาพพม่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากกว่า

ไม่เพียงเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปประชุมสุดยอดผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขงอันประกอบด้วย จีน ไทย เวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา

ไม่เพียงเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและแลกเปลี่ยนทรรศนะกับ นางออง ซาน ซูจี

หากที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะการเยือนสหภาพพม่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการกระชับความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคอันจะส่งผลสะเทือนอย่างสำคัญต่อเศรษฐกิจการเมืองในอนาคตอันใกล้

นั่นก็คือ การสานต่อโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย

เมื่อกล่าวถึงทวาย เรามองเห็นความสัมพันธ์แรกสุดระหว่างกาญจนบุรีกับทวายอย่างเป็นด้านหลัก ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง นี่คือความสัมพันธ์และต่อเนื่องกับท่าเรือแหลมฉบัง

เพียงแต่ "ทวาย" คือสะพานในการ "เชื่อม"

เอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดทำบอกให้รับทราบว่า

การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภายใต้โครงการพัฒนาการทวาย เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประเทศไทยสู่การเดินเรือโลกสายใหม่และเชื่อมโยงผ่านพม่าไปยังประเทศจีน อินเดีย และบังกลาเทศ รวมทั้งสร้างโอกาสการพัฒนากาญจนบุรีให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน

พลันที่โครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึงโอกาสที่เคยมีของช่องแคบมะละกาจะค่อยๆ หมดบทบาทไป

นั่นหมายถึงการขุดคอคอดกระจะกลายเป็นอดีต

เส้นทางจากจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาทางแหลมฉบังจะตัดเข้ากาญจนบุรีและออกไปทางทวายเข้าสู่พม่า อินเดีย บังกลาเทศ รวมทั้งประเทศแอฟริกา ยุโรป ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ตรงนี้ต่างหากคือ ก้าวสำคัญอันเริ่มขึ้นอีกวาระหนึ่งในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ความจริงแล้ว ความพยายามเชื่อมร้อยทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหภาพพม่ามีการริเริ่มตั้งแต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาแล้ว

แต่มีอันต้องงันชะงัก

งันชะงักเพราะรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 งันชะงักเพราะความอ่อนแอของรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเดือนธันวาคม 2550 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ล้วนไม่มีโอกาสได้บริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มพิกัด

รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ติดอยู่ในกรอบความชิงชังซึ่งเป็นผลพวงของรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 จึงแทบไม่ได้ผูกความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารของสหภาพพม่าอย่างจริงจัง

ภาระที่ตกค้างจึงตกมาเป็นของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

การเดินทางนำร่องไปล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทางการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังสหภาพพม่าก่อนบินไปยังเนปาล จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง ต่อการเดินทางไปเยือนในอีกไม่กี่วันต่อมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

อย่างน้อยก็ช่วยให้การเดินทางไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทรงความหมายมากยิ่งขึ้นและเป็นความต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549

ที่คืบหน้าเป็นอย่างมากคือ โครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย

ผลอันไม่ควรมองข้ามก็คือ นี่มิได้วิน-วินแต่ระหว่างสหภาพพม่ากับประเทศไทย

หากมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ก็พอใจกับบาทก้าวใหม่ของเส้นทางการเดินเรือโลกสายใหม่

เรื่องดีๆ อย่างนี้นายกรัฐมนตรี "โง่" ทำไม่ได้หรอก จะบอกให้








ฮือฮา หญิงสาวเปลือยปีนรูด"ที่ยกรถ"ขวางตำรวจไม่ให้เอารถไปโรงพัก (ชมคลิป)
อิสราเอล-ฮามาส ตกลงหยุดยิง 12 ชม. เผยถล่มกาซาวันศุกร์ ปาเลสไตน์ตายอีก 68 ราย
หลุดจากLine ภาพสาวหน้าคล้าย"เจนี่" แขน-หลัง ปรากฏรอยช้ำ สีม่วงน่ากลัว แชร์ว่อนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค
ทราบแล้วเปลี่ยน! แพทย์ยืนยัน "หนุ่มแพร่ที่ถูกตัดขา" ไม่ได้มาจาก "แม่ม่ายน้ำตาลกัด"
ดาราสาวฮ่องกงปล่อยโฮ หลังโดนปล่อยคลิปวาบหวิว เผยคลิปหวือกว่านี้ยังมีอีก
Dawn of the planet of the apes เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ “สงคราม” คือความจำเป็น!
เดินตามดาว หมอทรัพย์ สวนพลู ประจำวันที่ 25-31 กรกฎาคม 2557
"บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณไม่ต่ออายุ นั่งควบ "สร.1-สนามไชย 1" ? "พล.อ.อุดมเดช" ทหารเสือฯ เต็ง ทบ.1 จับตา..?
ยัยตัวร้าย "จอนจีฮุน" 32 สุดแจ๋ว! โกยรายได้เฉพาะโฆษณา รวยเละคนเดียว 640 ล้านบาท!
ชาวสวีสุดทน จี้สอบพฤติกรรม ′เจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมือง-แม่ชีเชอรี่′