เปิดตำนานวันกองทัพไทย จับตาไฮไลต์′ยิ่งลักษณ์′พบ′ป๋าเปรม′

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 11:30:28 น.




มติชน 18 มกราคม 2555


วันที่ 18 มกราคมทุกปี ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ

ด้วยเพราะเป็นวันที่ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยต่อพระมหาอุปราชาของพม่า เมื่อวันจันทร์ เดือน 2 แรม 2 ค่ำ จุลศักราช 954 ตรงกับวันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2135

จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของ "วันกองทัพไทย"

นอกจากนี้ การทำยุทธหัตถีในครั้งนั้นถือเป็นการรบทางบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย กองทัพบกจึงได้ยึดถือวันดังกล่าวเป็น "วันกองทัพบก" เช่นเดียวกัน

นับตั้งแต่ในอดีต กองทัพไทยมีประวัติศาสตร์การต่อสู้เคียงข้างกับการสร้างประเทศชาติให้เป็นปึกแผ่นเจริญรุ่งเรืองมายาวนาน นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้รวบรวมชาวไทยตั้งราชอาณาจักร โดยยึดหลักในการสร้างกองทัพเพื่อป้องกันประเทศว่า "ชายฉกรรจ์ทุกคนต้องเป็นทหารเพื่อจะได้ป้องกันบ้านเมืองให้ปลอดภัย"

ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ปี พ.ศ.1991 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการแบ่งกิจการทหารกับพลเรือนออกจากกัน ในส่วนราชการทหารทรงแต่งตั้งสมุหกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชา มีการจัดกำลังแบ่งเป็น 4 เหล่า ได้แก่ ราบ (เดินเท้า) ม้า รถ ช้าง หรือที่เรียกว่า "จตุรงคเสนา" ปี พ.ศ.2081 ในสมัยพระไชยราชาธิราชมีการใช้อาวุธที่ทันสมัยในกองทัพ โดยใช้ปืนไฟในการรบกับพม่าเป็นครั้งแรกที่เมืองเชียงกราน

ต่อมาในปี พ.ศ.2199 จึงได้ริเริ่มสร้างปืนไฟขึ้นใช้เอง

สำหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่มีอาณาเขตจรดทะเลและดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีความจำเป็นต้องมีทั้งกำลังทางเรือและกำลังทางบกไว้เพื่อปกป้องราชอาณาจักร

ในระยะแรกนับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ยังไม่มีการแบ่งแยกทหารบกและทหารเรือ คงใช้กองทัพในลักษณะรวมปกป้องประเทศชาติตามแต่ว่าจะมีภัยรุกรานจากทางด้านใด

"กองทัพไทย" ได้ผ่านการพัฒนาและมีวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ในปัจจุบันสามารถมั่นใจได้ว่ากองทัพบกจะเป็นกำลังหลักที่สำคัญของชาติในการปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับกองทัพเรือที่ปกป้องราชอาณาจักรทางทะเล และกองทัพอากาศในการทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าไทย

ทุกกองทัพต่างปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย ทำหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชาและประสานงานระหว่าง 3 เหล่าทัพ

ทุกวันที่ 18 มกราคมของทุกปี จะมีการจัดงาน "วันกองทัพไทย" เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเตือนใจให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าร่วมใจกันน้อมรำลึกถึงวีรกรรมและคุณงามความดีนักรบไทย ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยไว้ให้ลูกหลานสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

โดยในปีนี้ช่วงเช้า "พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร" ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธานนำ ผบ.เหล่าทัพในพิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณของนักรบไทย และพิธีสงฆ์ ณ ลานประกอบพิธีอนุสรณ์สถานแห่งชาติ รวมถึงพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงเฉลิมพล ณ ที่ตั้งหน่วยทหารแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งที่แต่ละเหล่าทัพจะเข้าร่วมพิธีที่หน่วยของตนเอง

กองบัญชาการกองทัพไทย กระทำพิธีที่กองพันทหารสื่อสารกองบัญชาการกองทัพไทย ทุ่งสีกัน ดอนเมือง

กองทัพบก กระทำพิธีเป็นส่วนรวมที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน

กองทัพเรือ กระทำพิธีที่หน่วยบัญชาการต่อสู้ทางอากาศยานและรักษาฝั่งอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี

กองทัพอากาศ กระทำพิธีที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมือง

สำหรับหน่วยทหารอื่นๆ ที่มีที่ตั้งนอกเขตจังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ จะกระทำพิธีรวมกัน ณ ที่ตั้งหน่วยทหาร หรือพื้นที่ที่เหมาะสม อาทิ กองกำลังบูรพาเตรียมจัดสวนสนามพร้อมปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลและพระสยามเทวาธิราช บริเวณศาลาสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเป็นการแสดงแสนยานุภาพและเพื่อข่มขวัญต่ออริราชศัตรูจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีมาแต่ในอดีต รวมถึงสดุดีวีรกรรมชัยชนะ "สมเด็จพระนเรศวร" ในศึกกับอาณาจักรกัมพูชา

แต่ไฮไลต์ของปีนี้อยู่ที่งานเลี้ยงรับรองช่วงหัวค่ำของวันที่ 19 มกราคม เนื่องใน "วันกองทัพบก" ซึ่งจะใช้สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต จัดดินเนอร์แบบค็อกเทล โดยมี "แม่ทัพบก" ในอดีตตบเท้ามาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ในจำนวนนี้มี "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ รวมอยู่ด้วย

จึงกลายเป็นเวทีแรกที่ "ป๋าเปรม" จะมีโอกาสปะหน้า "นายกฯ ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ที่ตอบรับมาร่วมรับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษนี้แล้ว!!!








"เอ็ม บุศราคัม" เซ็งเมาธ์เเรง ศัลยกรรมจนลืมกำพืด ตอกกลับ! ความสวยไม่ได้ทำให้ลืมกำพืด!!
อุทาหรณ์ หนุ่ม"จิตป่วย"ก่อเหตุสยอง ตัดศีรษะแม่-เตะเล่นไปตามถนน ผู้คนช็อก นึกว่า"เล่นฮัลโลวีน"
ไขปริศนา"สปช." ทำไม′มติชนสุดสัปดาห์′ ฉบับนี้ จึงพาดหัวปก เทียน ไม่ ′ฉาย′
บุกค้นกุฏิพระ พบเป็นแหล่งรับซื้อของโจร มอเตอร์ไซค์4คัน หนังโป๊เพียบ!
27 ปี เทคโนโลยีชาวบ้าน 27 พรรณพืชน่าปลูก พบกันในงาน "มหัศจรรย์พรรณพืชทั่วไทย” วันที่ 6-9 พ.ย.นี้
เศร้า! เด็กหญิง11ขวบ ในร่างวัย80ปี ถูกครูสั่งถอดวิกผมสีชมพู ใจสลายแค่อยากมีผมแบบเพื่อนๆ
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้้ กับ "คอลัมน์ดาวกับดวง" วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2557 โดย พิมพ์พรร
"บิ๊กตู่" ซูเปอร์เพาเวอร์ กองทัพค้ำเก้าอี้ ทหารเสือชุดดำ พรึ่บ - 2 ลูกรักของ "ป๋าเปรม"
เจาะลึกโยกย้ายมท.ล่าสุด "สิงห์ทอง" ขึ้นพรึ่บ จับตาผช.ปลัดกระทรวงหนุ่ม อายุไม่ถึง 40
จำนำข้าว-จำนำยุ้งฉาง เสียงก้องจากท้องทุ่ง
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
"ส.ศิวรักษ์"เขียน"จดหมายรักถึงเผด็จการ" ห่วงปฏิรูปเหลว รอบข้างมีแต่คนใกล้ชิด"ทักษิณ"
ชีวิตหลากสีสัน "สุมณี คุณะเกษม" เจ้าของฉายาตุ๊กตาบาร์บี้เมืองไทย
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ไม่ได้เป็นนายกฯ เสียที