คณะวิทย์ฯจุฬาฯสรุปผล"อีเอ็มบอล"ไม่ได้ช่วยแก้น้ำเสีย ยังส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำลดลง

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 17:22:07 น.

จากกรณีการถกเถียงเรื่อง การนำอีเอ็ม (EM-effective microorganism) มาใช้ในการบำบัดน้ำเสียอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปของน้ำอีเอ็ม และลูกบอลอีเอ็ม (EM ball) ในช่วงน้ำท่วมว่า ได้ผลในการบำบัดน้ำเสียจริงหรือไม่นั้น

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะสถาบันวิชาการที่เป็นเสาหลักของประเทศไทย นำโดย 1.ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ 2.รองศาสตราจารย์ ดร.สุเทพ ธนียวัน หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา 3.รองศาสตราจารย์ ดร.กำธร ธีรคุปต์ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา 4.รองศาสตราจารย์ ดร.ไทยถาวร เลิศวิทยาประสิทธิ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล 5.ศาสตราจารย์ ดร.อรัญ อินเจริญศักดิ์ อาจารย์ภาควิชาชีวเคมี 6.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา 7.อาจารย์ ดร.อนุสรณ์ ปานสุข อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา และ 8.อาจารย์ ดร.สราวุธ ศรีทองอุทัย อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด และทางเลือกในการใช้อีเอ็มสำหรับสถานการณ์น้ำท่วม

 

ดร.สุพจน์กล่าวว่า ผลการตรวจสอบสรุปว่าการเติมอีเอ็ม หรือเติมผลิตภัณฑ์จากอีเอ็ม ลงไปในน้ำเสียจากแหล่งน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้นในทางตรงกันข้าม การเติมอีเอ็มลงไปในน้ำ กลับส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนภายในน้ำลดลง ซึ่งผลการศึกษาที่ได้ออกมาในครั้งนี้จึงช่วยยืนยันข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีใจความสรุปว่า ถ้าต้องการนำอีเอ็มมาใช้กับน้ำเสียในสถานการณ์น้ำท่วมนั้น ควรใช้เฉพาะน้ำอีเอ็ม ไม่ใช่ลูกบอลอีเอ็มโดยให้ใช้เฉพาะในบริเวณน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่แคบ และให้ตระหนักว่าเป็นการใช้แก้ขัด เพียงเพื่อบรรเทากลิ่นเหม็นและช่วยให้น้ำใสขึ้นชั่วคราวเท่านั้น การใช้อีเอ็มไม่ได้ทำให้น้ำเสียมีออกซิเจนเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นน้ำดีได้ และวิธีการบำบัดน้ำเสียได้ดีที่สุดอย่างยั่งยืน คือ ช่วยกันเก็บขยะของเสียออกจากแหล่งน้ำ ไม่ทิ้งขยะเพิ่ม เร่งระบายน้ำให้ไหล ไม่ขังนิ่ง และหาทางเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เช่น การใช้กังหันน้ำชัยพัฒนา








ประมวลเหตุการณ์ บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ วันเลือก "พลเอกประยุทธ์" นั่งนายกฯคนที่ 29
กมธ.งบประมาณ ปี58 ตั้ง"รังสาทย์"เป็นปธ.อนุกมธ.พิจารณารายละเอียด ปัดข่าวห้ามสื่อมวลชนฟังประชุม
ว่าที่สตรีหมายเลข1 ของไทย อาจารย์ "นราพร" ผู้ดับไฟในหัวใจ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"
"จูดี้" นำทีมเพื่อน ตร.′31 ตบเท้ายินดี "สมยศ" ว่าที่ ผบ.ตร. ชี้เป็นความภูมิใจของชาวเรา
"ศรีสุวรรณ จรรยา" จ่อยื่นศาลรธน. หากเสนอชื่อ "ประยุทธ์" นั่งนายกฯ ชี้ขัดต่อกฎหมายชัดเจน
ลดระดับอีก ! ซาอุฯเรียกอุปทูตกลับ สัมพันธ์กับไทยเหลือเเค่เลขาฯ ไม่พอใจ คดีอุ้มฆ่า "อัลรูไวลี่"
ปีหน้าเอาแน่ "ภาษีมรดก" ใครมากกว่า 50 ล้าน เก็บอัตราเดียว 10% เกรง กระทบคนจน
ด่วน! ทหารห้ามกลุ่มปฏิรูปพลังงานเดินเท้าเข้ากทม. พร้อมเชิญแกนนำเข้าค่าย!
"พระอาจารย์คึกฤทธิ์" วัดนาป่าพง จากนักเรียนนายร้อย สู่ร่มกาสาวพัสตร์
กกต.เสนอชื่อ "ธีรวัฒน์"-สมชัย" ลงสรรหาสปช. "ประวิช" โชว์แมน เสียสละเพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร
สลด! ครอบครัว ผอ.รพ. กลับจากรับปริญญากรุงเทพฯ พลิกคว่ำก่อนถึงบ้าน ลูกสาว 2 คนดับคาที่
"กฤตยา ล่ำซำ" อดีตผู้บริหารเมืองไทยประกันภัย ถูกยิงเสียชีวิตคาคอนโดฯ ข้างๆ พบศพสามีสวิส มือกำปืนแน่น
ระทึก! อาคารระหว่างก่อสร้าง 6 ชั้น ย่านคลองหก พังถล่ม คนงานติดใต้ซาก เสียชีวิตแล้ว 3 ราย (ชมคลิป)
ช็อค! นักเรียนอายุ 12 ปี ที่อุบลฯ ถูกทิ้งอยู่คนเดียว เหตุพ่อแม่ถูกชาวบ้านหาว่าเป็นปอบ
หนุ่มอุบลราชธานี ถูกศาลพิพากษาจำคุก 13 ปี 22 เดือน กรณีโพสต์เฟซบุ๊กละเมิด ม.112