รู้จัก"ชาติฉกาจ ไวกวี" ส่อง"Around me"พลิกมุมUnseen บนสังคม"กาก-เกรียน"

วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 14:00:37 น.














พวงมาลัยรถยนต์ ที่ติดสติ๊กเกอร์ คำว่า "เกรียน" อยู่เป็นโลโก้



กระเป๋าสตางค์ ที่ "ชาติฉกาจ"ใช้เป็นประจำ





เรื่อง/ภาพ ปรีชยา ซิงห์

 

 

 

"คนไทย เป็นได้ทุกอย่างเลยครับ แต่สิ่งที่คนไทยเป็นไม่ได้ก็คือ เป็นคนไทย ผมอยากจะบอกทุกคนว่า ....แถวนี้แม่งเถื่อนครับ ถ้าไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้หรอก...."


คำพูดตรงๆ ง่าย ๆ บนมาดนิ่งๆ  ของหนุ่มเคราเฟิ้ม ผมกระเซิง สวมเสื้อยืด คอกลม กางเกงยีนส์ขาดๆ ไร้การปรุงแต่ง   แต่โดนใจใครหลายคนเข้าไปเต็มเปา อยู่ในตอนท้ายของคลิปที่ชื่อ "Around me แถวๆนี้"  ที่ปล่อยไปเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา  หลังออนแอร์ผ่านทาง   iheredottv′s channel   รายการโทรทัศน์ทางอินเตอร์เน็ตดัง   ที่ขึ้นชื่อ ในด้านของความ กาก เกรียน แต่เสียดสีสังคม ได้โดนใจคนรุ่นใหม่สุดๆ 


เข้าสู่เดือนมกราคม 2012  "Around me"  ถูกบรรจุเป็นรายการน้องใหม่ล่าสุดของ    iheretv.asia  ที่กำลังมียอด view ทะยานเพิ่มขึ้นๆ  และค่อยๆ เป็นที่รู้จักจากการส่งลิงค์ กระจายแชร์  ต่อกันมากขึ้นในสังคมของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ซึ่งหลอมรวมไปทั้งพวกนักเลงคีย์บอร์ด พวกแสวงหาสาระ พวกจริงจังกับชีวิต   ลามไปถึงพวกไก่กาอาราเล่  ที่วันๆ ไม่คิดอะไร  แต่ทว่าหลายคนกลับติดใจ  เมื่อหลง ตั้งใจ หรืออาจถูกบังคับ  ให้เข้าไปคลิก....ชม  จนยกให้เป็นรายการโปรดในดวงใจไปโดยปริยาย  ทั้งๆที่เพิ่ง ออกอากาศแบบเต็มๆไปแค่สองตอนเท่านั้น...


หากคุณเป็นคนธรรมดา ที่เรียน กิน เที่ยว เล่น  ทำงาน ท่องเน็ต  ช้อปปิ้ง แสวงหาความสุขให้ชีวิตไปวันๆ แบบคนปกติทั่วไป  คุณคงไม่รู้จัก "ชาติฉกาจ ไวกวี"


แต่ถ้าคลุกคลี สนใจในวงการภาพถ่าย   โฆษณา งานเบื้องหลัง  หลายๆคนคงรู้จักเขา  ในบทบาท "ช่างภาพอิสระ  ที่มีผลงานแสดงภาพถ่ายทั้งในและต่างประเทศ  ,ผู้กำกับโฆษณา งานรัดตัว ที่มีแต่เอเจนซี่รุมจ้าง    ,ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ  โปรดิวเซอร์รายการทีวี    ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินดังๆ ในเมืองไทย มาแล้วไม่ใช่น้อย      การเป็นนักดนตรี  อาจารย์มหาวิทยาลัย....

 


และบทบาทล่าสุด  ผู้ดำเนินรายการ  "Around me"  ที่เขาหวังจะให้เป็น "คนค้นคน ภาคเกรียนทะลุโลก"  มีความ"กาก" อาศัยความเข้าใจ และไร้สคริปต์    โดยใช้การถ่ายทำจากโทรศัพท์จากไอโฟน และกล้องตัวเล็กราคาไม่แพงเพียงเท่านั้น ภายใต้ความเชื่อ  "รายการทีวี ไม่ต้องมีโปรดักชั่นใหญ่โต อลังการ  แต่ไอเดียนี่สิสำคัญกว่า"

 

"ภาพถ่ายกับ Around me  มันคือ เรื่องเดียวกัน  มันก็คือภาพถ่ายของผมที่มาเล่าเป็นกระบวนการเคลื่อนไหว  พูดถึงเยาวชน ที่ถูกโยนความผิดให้โดยผู้ใหญ่ เราก็มองว่าเด็กมันไม่ผิดหรอกเด็กมันบริสุทธิ์ เราชอบเรื่องฮอร์โมน เป็นข้อมูลดิบก่อนที่ผมจะเป็นภาพถ่ายด้วยซ้ำ ไม่ได้อินดี้ ไม่ได้แนวอะไรเลยเพราะ ผมพูดถึงสังคม เรื่องคน  มันอาจจะไม่เหมือนรายการสารคดีทั่วไป   ไม่ได้มีเสียงซาวน์ระทึก  การตัดต่อเพื่อให้คนรู้สึกอะไรคล้อยตามแต่เป็นแบบที่ตาเห็นเล่าโดยความเป็นมนุษย์ เล่าเรื่องธรรมดาที่เราเห็นกันทุกวัน กระทั่ง ihear tv ติดต่อมา จึงตอบตกลงเลย เราก็คิดว่า อินเตอร์เน็ตวนดูได้ตลอด มันไม่ใช่แค่โลก  แต่มันเป็นภาษา โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค"


ชาติฉกาจ  หรือในชื่อเล่นที่ดูคิกขุ น่ารักว่า "แอ๊ะ"   เล่าถึง  "Around me"  ซึ่งเชื่อมโยงกับภาพถ่ายแนวถนัดของเขา   ที่เพิ่งมีการจัดแสดง นิทรรศการภาพถ่าย YOUTH   เมื่อปี 54  โดยพูดถึงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร วัยรุ่นที่ไม่มีการศึกษา ไม่มีครอบครัว  ไม่เคยได้รับสิทธิเเละไม่รู้ว่าตนสามารถทำอะไรได้บ้างในเมืองใหญ่   และถูกมองว่า ที่ไร้ตัวตนในสังคม  เด็กเหล่านั้น  จึงเลือกใช้ชีวิตในกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นกันเอง


จุดยืนของ "ชาติฉกาจ"  ชัดเจนในการเป็นตัวแทน เป็นปากเสียงเพื่อเชิดชูความเกรียน ของพวกเด็กแว้น  สก๊อย คนจน ขอทาน ฯลฯ  ให้เท่าเทียมกับความอาร์ต ความแนวที่คนมองว่าเท่ห์  ผ่านดารนำเสนอชีวิต ความเป็นอยู่ การอยู่รอด การมองเห็นข้อดีในกลุ่มที่ถูกเรียกว่า "ขยะสังคม"  ทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน Around me ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆตัวของผู้ชายคนนี้ ทั้งนั้น....ซึ่งเขาบอก มีทั้งความสุขและอันตรายเท่ากัน...

 

 

"Around me มีแก่นของมันที่ผมอยากพูด คือว่า คนไทยเลิกปากว่า ตาขยิบเถอะ ให้รับความจริงกันได้สักที  เราเห็นซ่องอยู่แล้วไม่พูด เราเห็นเด็กขายตัว คุณก็ด่า ด่า ด่า แต่จริงๆ แล้ว  เล้าหรือซ่องก็เปิดโดยผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอ เด็กแว้นเกิดขึ้นมา ก็เพราะเขาดูโฆษณา ที่เอานักดนตรีเท่ห์ๆ เป็นฮีโร่ไม่ใช่เหรอ    ดาราอันดับหนึ่งของเมืองไทยเขาคงไม่ใช้เครื่องสำอางค์อันละ 199 บาท หรอก แต่คุณก็มาหลอกให้สาวโรงงานใช้  เรากำลังอยู่ในยุคที่ถูกสื่อครอบงำ  พอเราครอบงำก็เกิดปัญหาแล้วโยนความผิดไปให้เขา  ผมแค่เป็นคนพูดในสิ่งที่ผมเห็นเท่านั้นเอง ว่า ผมทำโฆษณาที่กำลังหลอกลวงพวกคุณอยู่ ผมทำโฆษณาเป็นอาชีพที่ผมเลี้ยงพ่อแม่  พวกคุณระวังตัวให้ดีว่าผมจะหลอกอะไรคุณ พวกผม..."


ผู้กำกับโฆษณา  ที่สร้างแบรนด์ให้สินค้าได้รับความนิยมมาหลายต่อหลายชิ้น    สะท้อนข้อเท็จจริงอีกด้านอย่างไม่กลัวว่าจะมีผลกระทบกับงานจ้าง ซึ่งเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวที่เขายังทำอยู่ขณะนี้  เขาบอกด้วยสีหน้านิ่ง  แววตาไม่ไหวติงกับคำถามที่ส่งไป   "แต่ลูกค้าควรมีคุณธรรมนะ  ลูกค้า ควรกลับไปคิดว่า สินค้าเขาดีต่างหากคนถึงซื้อไม่ใช่ต้องสร้างภาพว่าสินค้าเขาดี    มันต้องกลับมาคิดถึงจรรยาบรรณต้องกลับมามองตัวเองกันหมดทุกคนแล้วล่ะครับ"


" Around me   พูดถึง ยามันมีผลที่ดีต่อร่างกาย แต่มันขมคนเลยไม่ค่อยกินกัน ขนมหวาน กินอร่อยเคลือบน้ำตาล แต่มันก็ทำให้ฟันผุ เพราะฉะนั้น ผมจะทำยายังไงให้มันดูกินอร่อย ก็เลยหยิบเรื่องที่มันสนุกสนานมาเล่า เท่านั้นเอง"

 


และ  บางแสน  ScanGuys    ตอนแรก ของ Around me  ก็เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ...


"รายการผมไม่มีสคริปต์ เพราะไปถึงแล้วมันเจอของไม่คาดฝัน  คำว่าเด็กสแกน  ผมก็เพิ่งรู้ว่ามีจากปากเขานั่นแหละ  คือ ตอนไปบางแสนกะจะไปถ่ายชีวิตของคนมาที่นี่    และพูดถึงความสุขของคนจนเขามาอย่างนี้  แล้วมาเจอเด็กสแกนชายหญิงที่รวมเงินกันจ้างรถสองแถวมาเที่ยว ผมอยากให้คนเข้าใจเรื่องนี้ว่า ถ้ามึงไม่เปิดช่องเด็กมันไม่ทำกันหรอก   สมัยเด็กๆ ตอนประถมที่เราไม่รู้เรื่องนี้ เรากลัวครูกันจะตาย" ชาติฉกาจเล่าอย่างออกอรรถรส  และเป็นกันเอง

 


"ความจริงใจ" คือสิ่งที่ ชาติฉกาจ ใช้เสมอในการตระเวนถ่ายรูป  ไปถ่ายทำ  ไปพูดคุยกับใครก็แล้วแต่   โดยใช้ตัวเขาทักษะทางจิตวิทยาที่เขาศึกษาและเรียนรู้เองส่วนหนึ่ง สื่อสาร ด้วยถ้อยคำง่ายๆ เป็นมิตร แสดงออกถึงความ  "เป็นพวกเดียวกัน"    ภายใต้ความเชื่อ " ถ้าไม่เข้าถ้ำเสื้อ เราก็จะไม่ได้ลูกเสือ"


 "ที่ผมสนใจคือ เรื่องชนชั้นทางสังคม ว่ามันยังมีอยู่ อย่างที่เราบอกว่า  เด็กสแกน คนดูถูก นู่นนี่ เป็นเด็กแว้น   แต่จริงๆแล้วฮิพฮอฟ เด็กแนว  เด็กอังกฤษ  เด็กร็อค ก็รับกากของวัฒนธรรมต่างประเทศแล้วมาก๊อบ เขาเหมือนกัน เราไม่ต่างจากเขาเลย แค่รายได้ในกระเป๋าตังค์ แค่เปลี่ยนภาพเท่านั้นเอง "


"ผมเคยคุยกับเด็กผู้หญิงสก๊อย คนหนึ่งแล้วถามตรงๆว่า  ถ้ามีมอเตอร์ไซค์ คันหนึ่ง ให้เอาป่าว  เขาบอก ตอนกลางวันผู้คนดูถูกหนู เป็นขยะ แต่ตอนกลางคืนมีคนมาเสี่ยงตายเพื่อได้เอาหนู ทำไมจะไม่เอาล่ะ แล้วที่หนูทำ ต่างยังไงกับพวกผู้หญิงที่ไปเที่ยวทองหล่อที่แค่มีรถ เปิดประทุนมาแล้วเขาก็ไปและให้เอาเหมือนกัน..."


"เรื่องชนชั้นแค่เราต้องลืมภาพ เราควรใช้ความรู้สึกสัมผัสมากกว่าใช้ตาสัมผัส  แล้วคอยไปกำหนดคนว่า  เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เด็กแสกนมันก็คือ  เด็กอายุ 15-16 มันไม่ได้คิดอะไรหรอก คนที่คิดแทนเขาก็คือ คนที่ไปยั่วยุเขานั่นแหละ    เราอยากเป็นคนของฝั่งเนี้ย  เป็นปากเป็นเสียงของคนพวกเนี้ย "   ชายหนุ่มวัย 31 ผู้ดำเนิน " Around me" บอกเล่าสิ่งที่เขาได้สัมผัสมา ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


"ผมไม่เชื่อเรื่องกล้องที่มันใช้เลนส์ยาวๆ ในการซูมถ่าย   คุณเดินไปใกล้ๆ ดิ๊   คุณจะได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น  อะไรมากกว่า ผมไม่เชื่อในอุปกรณ์ Around Me  ทำโดยไอโฟนกับ กล้องกิ๊กก๊อก   เล็กๆ  ไม่ได้ใช้อะไรมากห่วงเรื่องระบบเสียงมากกว่า เพราะคนต้องฟังกัน...และทีมงานที่ไปก็มีแค่ 2-3 คนราว ๆนี้"


ต่อเนื่อง ตอนที่ 2   Around me แถวนี้แม่ม...  เป็นการพาไปดูซอยๆหนึ่ง ที่กลางวันเป็น ชุมชน มีบ้าน โรงเรียนวัด โรงเจ  รวมอยู่ด้วยกัน ขณะที่กลางคืนซอยนั้นเป็นซ่องทั้งซอยซึ่งชาติฉกาจ พร้อมทีมงานได้ขับรถตระเวนไปถ่ายทำแบบอำพรางเนียนๆ และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเขาถูกมาเฟียเจ้าถิ่นแถวนั้นจับได้...แต่ดีว่ารอดมาอย่างไม่มีอะไรเสียหาย... 


"ผมพูดถึงเรื่องซ่อง  พูดถึงไปที่ว่า คุณมีความสุขนะที่ได้แต่งงานในยุคนี้ หรือนรก กับสวรรค์มันอยู่รอบๆตัวเราอยู่ที่เราจะเลือก " 

 

  Around me   ตอนล่าสุด   "หมูกระทะ" ซึ่งเป็นตอนที่ 3   ชาติฉกาจ ว่า  เขาเล่าถึงเรื่องสังคมและการเมืองมากขึ้น   โดยยกเอาการกิน หมูกระทะ   ที่มีการแชร์กัน ต้องผลัดกันพลิก ผลัดกันคีบ มาเทียบ    พร้อมพาดพิงไปถึงนักการเมือง และข้าราชการอย่างเจ็บแสบ  


"ผมถึงอยากบอกว่า  นักการเมืองน่ะ  ควรจะหัดกินหมูกระทะบ้าง เพราะคุณไม่เคยแชร์กันเลย แล้วก็อ้างอิงว่า จริงๆแล้วในสภาฯ  เวลาเขาประชุมครม.เขาสั่งเมนูอะไรมากินกันบ้าง เมนูที่คนจนๆ  อย่างเราไม่เคยได้กินแต่เราทำงานหาเงิน เพื่อให้เขาได้กิน ...ในสังคมนี้ มันมีอยู่ เรื่องชนชั้นมันมีอยู่ในสังคมโดยที่เราไม่รู้ตัวหรอก "


"ผมขึ้นเครื่องบินด้วยการแต่งตัวขยะๆ ทุกครั้งใส่กางเกงเลกับรองเท้าแตะ ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องผ่าเหล่า แต่คิดว่า  5 ชั่วโมงบนเครื่องบินมันควรจะสบาย มากกว่าให้คนมามองว่า  ผมเป็นใครไม่ใช่เหรอ    เราควรทำอะไรแบบนี้ เพื่อตัวเองมากกว่า เพื่อต้องการให้คนอื่นยอมรับ   อย่างที่ผมเคยพูดว่า ไม่ต้องมายอมรับผมหรอกเอาเงินมาให้ผมก็พอ ผมยอมรับตัวผมเองได้แล้ว"   ชาติฉกาจ ว่า พลางยิ้ม

 

 


 ทำชีวิตเกาะกลุ่มคนเหล่านี้ แสดงว่าสัมผัสมาหมดแล้ว?

 

"จริงๆ  แล้วผมค่อนข้างสนิทกับคนกลุ่มนี้ ตอนที่ผมเป็นช่างภาพ  ผมเข้าไปถึงข้างใน ไม่ได้มีผู้ช่วยหรืออะไร ก็ไปของผมคนเดียวโดดๆ ไปเดินคุย เดินนั่งอยู่ กินข้าวด้วยกัน เลี้ยงขนมเลี้ยงอะไร   จริงๆคนพวกนี้ไม่มีอะไร income (รายได้) ในกระเป๋าเขาไม่เท่าเราเท่านั้นเอง...."

 

 


"คุณไม่มีความสุขเท่าพวกเขาหรอก บางคน...เราอิจฉาจะตายชีวิตสาวโรงงานผัวเมียเขารู้ว่าเขาเลิกกี่โมง  ซึ่งผมไม่รู้  เขาได้ดูหนังด้วยกัน ได้มีเซ็กส์ดีๆ  ได้สอนกันวาดรูป  เขารู้ว่า วันเสาร์-อาทิตย์เขาไปเดินสวนจตุจักร ฟาร์มจระเข้ได้ แต่ผมไม่รู้.... ผมมีรายได้เยอะกว่าเขา  แต่ผมไม่รู้ ว่าความสุขของผมมันจะมาเมื่อไหร่  ผมอยากให้ทุกคนเลิกตัดสินคน แล้วมองว่า ทุกคนแม่งมีความสุขชิบเป๋ง เลยว่ะ ใช่มะ   ขอทานตาบอด ผัวเมียที่เดินจูงกัน เขาได้อยู่กับคนรักตลอดชีวิตนะเว้ย  กับเศรษฐีที่ไม่มีเวลาแม้แต่กินข้าวกับเมีย เขาโคตรทุกข์เลยนะเว้ย  ถึงคิดอย่างนี้ไง...."


เอกลักษณ์ ทุกตอนของ Around me  นอกจากจะเป็นสไตล์ง่ายๆกับการแต่งตัวตามใจฉัน พูดคุยด้วยภาษา ทั่วไป เหมือนคุยกับคนกันเอง  ไม่ปรุงแต่ง แต่กลั่นออกมาจากสมองและหัวใจที่แน่วแน่ในการนำเสนอ  ที่บ่งบอกถึงความเป็น "ชาติฉกาจ"แล้ว   หลายคนคงชื่นชอบกับเพลงแนวบลูส์  แนวเพลงเก่าๆ  ในยุค 60- 70-80   ที่เคล้าดำเนินเรื่องไปด้วย  ชาติฉกาจ บอกว่า  นี่ล่ะ ทางที่เขาชอบ   จริงๆเพลง  บลูส์  เพลงลูกกรุง   หรือพินซิ่งที่เล่น มันคือ   เรื่องเดียวกัน ซึ่งสื่อถึงความเจ็บปวดของชนชั้น เท่านั้น

 

 

ตัวตน  "ชาติฉกาจ ไวกวี" 

 


"เป็นคนปกติ  แค่แค่ทำงานที่คนอื่นคิดว่า มีเงินเดือนเยอะเท่านั้นเอง..." ชาติฉกาจ บอกอย่างนั้น

 


"ผมเดินโลตัส ผมไม่ได้ปฏิเสธอะไรในชีวิตมาก ก็แค่ไม่ชอบก็ไม่ทำ   ไม่ได้เป็นคนเซอร์อย่างที่บอก   แค่ว่าเราเหนื่อยจนเราไม่มีเวลาโกนหนวด ผมยังไปตัดผมร้านอาแปะ  ทรงที่ไว้อยู่ บอกเขาแค่ว่า เอาทรงลานบิน ราคา 60 บาท ไม่ได้ไฮโซ   วันที่ผมต้องไปสอนหนังสือ ผมก็เป็นคนใส่สูท  ผูกไท  ผมไม่มีกฎที่ต้องทำอะไรมาก ไม่เคยระเบิดกฎ แต่ค่อยๆแทรกซึมไปอย่างเนียนๆ  เรารู้เวลา  รู้กาลเทศะ  คุยกับใครอะไรมันสำคัญ (เน้นเสียง)  จริงๆมนุษย์มันต้องมีสังคมไงครับ  ผมเชื่อเรื่องนั้นอยู่


"ไม่ได้เป็นคนแหกคอกอะไร เพียงแค่เรารู้ว่า ที่ตรงนี้เราพูดเรื่องตัวเองได้ เราก็พูดเรื่องตัวเองเต็มที่  เราก็ไม่ประนีประนอม ส่วนตรงไหน มันเป็นที่ของคนอื่นเราก็ให้เกียรติที่ของคนอื่น  ใจกว้าง ใจดี  มองโลกในแง่ดี ประมาณนั้น  ถ้าคนที่ไม่ชอบหรือเป็นศัตรูก็จะมาจาก การมองโลกในแง่ดีการพูดตรงหรือปากที่มันสว่างไป  ผมว่าปัญหาเกิดจากที่เราไม่ยอมรับตัวเอง เราก็เลยเจ็บไง" 


"ชาติฉกาจ  ไวกวี" จบป.ตรี นิเทศน์ศิลป์ เอกภาพถ่าย และป.โท ทัศนศิลป์ เอกศิลปะสื่อผสม จากที่เดียวกันคือ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  

 

อายุ 19 เขาเริ่มทำงานเป็นช่างภาพ นิตยสาร MTV Trax อายุ 20 เริ่มเป็นอาจารย์  และครีเอทีพรายการทีวี


ไปใช้ชีวิตเป็นช่างภาพอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ตอนอายุ 23 เวลานั้นเขาเริ่มสนใจภาพเคลื่อนไหว จึงเริ่มหันมากำกับ มิวสิควิดีโอ พร้อมๆกับการมีความสุขโดยการเป็นนักดนตรี  ในชื่อวง Loser  ร่วมกับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นอีก 2 คน โดยเขาเป็นมือกีตาร์   


 ชาติฉกาจ  กลายเป็นศิลปินพำนักที่ประเทศอังกฤษตอนอายุ 26   จนเริ่มจะหมดสัญญา เขายังสนุกกับการใช้ชีวิตที่แดนผู้ดีนั้น  จึงเอาพอร์ตไปส่งที่เอเจนซี่โฟโต้   กระทั่งได้เป็นช่างภาพของ DoBeDo   เอเจนซี่ดัง   ที่มี Mario Soeernti , Juergen Teller   ช่างภาพระดับโลกสังกัดอยู่ด้วย    ซึ่ง ชาติฉกาจได้รับการยอมรับจากคนที่นั่นไม่ใช่น้อย ที่เขาได้ทำงานแบบที่ตัวเองชอบ 

 

กระทั่งกลับมาเมืองไทย  ตอนอายุ 28 พร้อมๆ กับบทบาทหัวหน้าภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมป์ฟอร์ด หัวหิน รวมถึงการเป็นอาจารย์พิเศษสอนตามหมาวิทยาลัยเอกชนต่างๆ


"คำว่า อาจารย์สำหรับผมมันคือ ขี้ข้านักเรียน"


"พ่อแม่เด็กทำงานเหนื่อย เอาเงินมาจ้างครู แล้วเราจะต้องทำให้เขากลัวทำไมวะ  เราควรจะเป็นคนของเขา  เขาอยากได้อะไรบอก จะไปหามาให้  เป็นเพื่อนฟังกับเขา   เราบู๊เพื่อเด็กเยอะ    มหาลัยที่ผมสอน (สแตมป์ฟอร์ด หัวหิน) มันเป็นมหาวิทยาลัยประจำ  เป็นอาจารย์ที่อยู่หอเด็ก มีโรงเพาะชำ เก็บหมามาเลี้ยง ค่อนข้างเป็นครูที่ใจดี แต่เคี่ยว นึกออกปะ  ไม่ได้คะแนนจากวิชานี้ง่ายๆ แต่เล่นได้ทุกอย่าง  เราไม่มีวรรณะกับเด็ก  เด็กจะเคารพหรือไหว้เราก็เพราะเขารู้สึกว่า เราให้อะไรเขาไปไม่ใช่บังคับให้เขาต้องกลัวเรา  เราไม่ชอบครูแบบนั้น     พ่อแม่เขาทำงานหนักมากเพื่อหวังอะไรกับเรา  เพราะฉะนั้นมันคือการตอบแทนเขากลับมากกว่า เขาให้เงินเดือนผมกินอะ แล้วเราจะมาแกล้งลูกเขาทำไม "


แม้ ชาติฉกาจ จะไม่ค่อยได้เข้าไปสอนนักศึกษา แบบอาจารย์ประจำเช่นก่อนหน้านี้แล้ว  ด้วยต้องเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้กำกับโฆษณาประจำบริษัท The Bandits  แต่เขาก็ยังคงเป็นที่ปรึกษา ทีสิท เป็นอาจารย์พิเศษ สอนตามหาวิทยาลัยเอกชนต่างๆ   และยินดีที่จะเป็นอาจารย์เลคเชอร์  บรรยายให้กับนักศึกษา   เพื่อถ่ายทอดมุมสนุกๆ อีกด้านหนึ่งที่เขาไปพบไปเห็นมาให้เด็กรุ่นใหม่ได้รับทราบกันด้วย

 

 

หลายเสียงคนรู้จัก รอบๆตัวชาติฉกาจ บอกว่า เขาเป็นคนไม่ธรรมดากับ ความสามารถหลากหลายด้าน   ประสบความสำเร็จเกินอายุ ได้ทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ   แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้คิดว่า เขาเป็นแบบนั้น  


"ผมจน พ่อแม่ผมลำบาก ผมต้องเลี้ยงเขา  มันไม่เรียกว่า สำเร็จหรอก มันเรียกว่า คู่ควรปะล่ะ ผมทำงานมาตั้งแต่อายุ 20  พออายุ 30   ก็ควรเป็นสิ่งที่ คนทำงานมา 10 ปี ควรได้รับนี่ ผมไม่ได้คิดว่า เก่ง แต่แค่คิดว่ามันก็เหมาะสมแล้วนี่ ผมเล่นกีต้าร์ตั้งแต่ 10 ขวบตอนนี้ ผมอายุ 30 ผมเล่นมา20ปี  มันก็สมควรกับคนที่เล่นกีตาร์เก่ง ผมถ่ายรุปมาประมาณ 12 ปี   12 ปี ในการถ่ายรูปไปอยุ่เมืองนอกมา  ก็สมควรกับความเก่งเท่านี้มากกว่า ....


"ผมไม่ได้เก่งหรอก แต่แค่ผมศรัทธาแล้วเคารพมัน และผมก็ตั้งใจทำมันมันทำให้ผมมีบ้านมีรถ  พ่อแม่ผมสบายขึ้น  ก่อนหน้านี้ลำบากพ่อแม่ผมเป็นหนี้  พ่อแม่ผมล้มละลาย  ผมไม่มีตังค์ไปโรงเรียน  ไม่มีกล้องเป็นของตัวเอง  เรียนโฟโต้  ต้องยืมกล้องเพื่อน ก็เลยมีความสามารถ ในการใช้กล้องเป็นทุกยี่ห้อ ผมไม่มีรถ ถือกล้องขึ้นรถเมล์ ได้เห็นชีวิต ก็เลยได้เป็นช่างภาพสารคดี  ผมไม่กินเหล้า-ไม่สูบบุหรี่ เพราะผมไม่มีเงินกิน ระหว่างที่เพื่อนผมแฮงก์เอาท์ ผมไม่มีเงินไปหารกับเขา  แต่ตอนนี้ มันได้คืนมาทุกอย่างไง"

 


"ตอนเด็กๆ  รู้แค่ในหัวว่า เราต้องเรียนให้เก่ง เด็กๆ  เคยเก่งได้ที่ 1 ของกรุงเทพมหานคร  สิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ใช่เรื่องเนว ไม่ใช่ศิลป์ แต่มันเป็นการจัดการความคิดสร้างสรรค์ อย่างมีระบบและทำให้มันเป็นความจริง เท่านั้น  ถ้าอีกด้าน ไม่มีจุดเปลี่ยน  ครอบครัวไม่ล้มละลาย   ผมสปอยแน่นอน    ผมคิดอยู่ในหัวเสมอว่า พ่อแม่ผมทำงานหนัก สิ่งที่คิดอยู่ในหัวคือต้องเรียนให้เก่ง เขาจะได้ดีใจเท่านั้นเองครับ...และผมเป็นลูกคนเดียวด้วย"


จากความมุ่งมั่นตั้งใจและขยันทำงาน  เงินจำนวนก้อนโตที่ "ชาติฉกาจ"  ได้รับมาจากการทุ่มเทในแต่ละจ๊อบถ่ายงานโฆษณาบ้าง ถ่ายภาพบ้างถ่ายมิวสิควิดีโอต่างๆ บ้าง  ทำให้เขามีรายได้มากพอที่จะซื้อบ้าน  ซื้อรถยนต์ ด้วย เงินสดให้พ่อกับแม่อยู่ได้อย่างสบาย ที่ต่างจังหวัด   ขณะที่เขากลับเลือกมาใช้ชีวิตตัวคนเดียว ตามประสาหนุ่มโสด ที่เมืองกรุงด้วยเหตุผลเพราะใกล้ที่ทำงาน   แต่เขาก็ยังคงถ่อมตัว ว่า ผลตอบแทนทางรายได้ที่เขารับมาอาจเป็นจำนวนน้อยสำหรับคนอื่นด้วยซ้ำ


" มันเริ่มจากลบตอนนี้เพิ่งขึ้นมานับหนึ่งใหม่   คนที่เกิดมาก็มี 5 แล้ว เขาคงไปได้ไกลกว่าผมถ้าเขามีความพยายาม แต่มันก็จะได้อย่างเสียอย่างคนพวกนี้เขาก็คงไม่มีความพยายามหรอก  เพราะพ่อเขาซื้อกล้องให้ ซื้อรถให้ เขาก็ไม่รู้จะขวนขวายไปทำไม  เขาก็จะไปทำตัวเก๋ๆกันแทน   ผมไม่ออกงาน ไม่สังคมไม่อะไรกับใคร  มันไม่มีเวลา   คนก็จะมองว่าติสต์ เก็บตัว  ผมทำงาน ผมสนุกกับการหาเงิน  เพราะมีเงินเสร็จ โอ้โห ! คุณลองคิดสิ  คนเก๋ๆ เขาคงไม่มีเวลาพาพ่อแม่ไปกินข้าวแล้ว ให้พ่อแม่สั่งของกันหรอก  ผมมีความสุขมากเวลาพาพ่อแม่ไปกินข้าว  แล้วบอกสั่งเลยไม่ต้องดูราคา  สั่ง สั่ง สั่งวันนี้ทำแบบนี้ให้ได้แล้ว ใช้ไป เรามีคุณแค่สองคน " ชาติฉกาจ เล่าด้วยสีหน้ากรุ่นยิ้ม  ประกายตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

 

ชีวิตส่วนตัว หลังจากทำงาน ได้ไปเที่ยว?

 

"เที่ยวแบบคนธรรมดา  แต่ไม่ได้กระหาย  อย่างเช่น พักเดือนหนึ่งผมก็ไปกระโดดโลดเต้น   ผมชอบนั่งกินข้าวกับพวกเพื่อนประถมและม.ปลาย  ตามร้านลาบไฟแดง   เพราะผมรู้สึกว่า  พวกเพื่อนกลุ่มนี้เป็นพวกที่ไมได้คิดเล็กคิดน้อย  ไม่เหมือนคนที่ทำงานด้วยกันที่ต้องมาเช็คกันหรือต้องมา คิดอะไรต่างๆนานา  ผมชอบคุยกับการที่ไม่ต้องมีกำแพง สุดท้ายพอผมไปเจอเพื่อน  ม.ปลายหรือเพื่อนประถม  ผมก็ยังคงเป็นแค่ ไอ้แอ๊ะ  ไม่ได้เป็น ชาติฉกาจ  ช่างภาพ บลา บลา บลา  เป็นแค่ ไอ้กาก  ไอ้ชาติ... เท่านี้ ผมแฮปปี้   มีเงินก็เลี้ยงเพื่อนที่เขารายได้น้อยกว่า แต่ผมก็จะบอกเฉยๆ ว่า  กูไม่ได้รวย แต่ตอนที่มึงหลับกูทำงาน เสาร์อาทิตย์กุไม่เคยหยุด  บังเอิญแฟชั่นของผมคือการหาเงิน เท่านั้นเอง  มีเงินแล้วมันสนุกครับ  แต่ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยนะ ผมเป็นคนประหยัด" ชาติฉกาจรีบออกตัว ก่อนที่จะอ้าปากถามว่า มีเงินเก็บไหม


เห็นมาดง่ายๆสบายๆ ดูดิบๆแต่ อีกแง่"ชาติฉกาจ" บอกว่าเขาเป็นคนโรแมนติก  น่ารัก และค่อนข้างออกจะดูซนๆด้วยซ้ำ  


" รถผมมีดอกไม้ ผมถ่ายรูปดอกไม้  ผมมีความสุข  เรื่องกากๆเกรียนๆ    ถ้าให้ตีความหมาย   ผมดันเป็นคนแก่ที่มีความซนของเด็กเยอะมากกว่า  ชอบแปะสติ๊กเกอร์ ความไม่เชื่อในนู่น ไม่เชื่อในนี่  ลองนู่น ลองนี่ เพราะผมเชื่อว่า มันไม่มีอะไรทำให้ผมตายได้เอาจริงๆ  เราก็เลยคิดว่ามันไม่ผิดที่เราจะลอง  แล้วเราก็ชอบผจญภัยมั้ง   อย่างที่เขาบอกราศีธนู ชอบของใหม่ๆอะไรใหม่ๆก็เลยดูเหมือนคนลอยๆไม่อยู่กับที่  เหมือนความติสต์ ใช่มั้ย  คนไทยตีความติสต์ไปอย่างนั้น  " 


 

หลายคนสงสัย  ตั้งคำถามกลับทางคอมเม้นท์ ผ่านยูทูบบ์  ถึง "ชาติฉกาจ" ที่ว่าเป็นคนไม่ยึดติดในแบรนด์ แล้วทำไมถึงขับเบนซ์ ?   เขาหัวเราะ แล้วว่าพลาง  "ถ้ารถฮอนด้า แจ๊ส  มันเปิดซันลูบได้  เหล็กมันทนแล้ว 30 ปี ไม่ต้องซ่อมเลย ผมจะซื้อ...."

 

 


"ผมติดในสมรรถนะของมัน ไม่ได้ติดในยี่ห้อ  ผมรู้สึกคำว่า  ติดแบรนด์ คุณไม่รู้หรอก ว่าความงาม ของแชลแนล หรือหลุยส์ วิตตองคือ อะไร  แต่คุณรู้แค่ว่า ถ้ามี คุณจะได้รับการยอมรับ  อันนั้นผมคิดว่า นี่แหละคือ ติดแบรนด์    คุณไม่ต้องมายอมรับรถเบนซ์ผม  ผมขับของผม เพราะมันทนมันช่วยชีวิตผม และผมไม่ต้องเปิดแอร์เพราะมันมีซันลูบ เท่านั้นเองผมคิดแค่นั้น   และบังเอิญมันตรงกับรสนิยม ที่ไม่ใช่เด็กศิลปะที่ชอบรถเก่า รถสวย แต่ผมมีความคลั่งไคล้ในการเป็นมาเฟีย กลิ่นของผมคือความเป็นจิ๊กโก๋   คำว่า อันธพาล นักเลงของคนไทย ผมชอบก๊อด ฟาเธอร์ ผมมองผู้ชายเป็นแบบนั้น  ดุๆ นิ่งๆใจดีกับคนในครอบครัว"

 

ความจริงแล้วน้อยคนนักที่รู้ว่า รถเบนซ์ สีทอง  รุ่นเก่าที่โคตรจะคลาสสิคคันนี้ เป็นรถของพ่อ ชาติฉกาจที่ถูกยึดไประหว่างที่ล้มละลาย  ซึ่งเมื่อ ชาติฉกาจ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว  เขาก็นำเงินสดเหล่านั้น ไปซื้อ คืนมา  และกลายเป็นสมบัติ"ส่วนตัว" ชิ้นที่ "ชาติฉกาจ" รักที่สุด...


แม้ คอนเซปต์  Around me    ตามแบบที่ "ชาติฉกาจ" อยากจะให้เป็น  จะออกแนวเสียดสีการเมือง  กระแทกพุ่งเป้าไปที่ชนชั้น แต่จริงๆแล้วตัวเขาเองกลับไม่สนใจเรื่องการเมืองเลย ด้วยซ้ำ....


" การเมืองสำหรับผม มองเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์  เหมือนมวยปล้ำ  เรารู้ว่า วันนี้ทีมนี้ เจอกับทีมนี้ เขาต้องแกล้งทะเลาะกัน แล้วเดี๋ยวผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ  คือทุกอย่างมันเตี๊ยมกันหมดแล้ว  เราไม่รู้หรอกว่าในห้องลับๆ  ที่เขาคุยกันน่ะ เขาคุยอะไรกัน  เพราะฉะนั้นอย่างมาเจ็บแค้นอย่ามาฆ่ากันอย่ามาโกรธกันเอง    Around me   ผมไม่ได้เสียดสี แต่ผมแค่เล่าสิทธิของเราว่าเราทำอะไรได้บ้าง  อื้มมม...  ผมแค่อยากให้คน ได้ทราบว่าจริงๆแล้ว ความเป็นมนุษย์มันสามารถทำอะไรได้บ้าง เท่านั้นเอง    ไม่ได้ผ่าหล่งผ่าเหล่า  มึงก็ฟังไปเถอะ แค่ฟังแล้วรู้สึกอิน คงจะสำเหนียก อะไรนิดหนึ่งอะไรพวกนั้นได้มากกว่า "


อีกหนึ่งฝันของ ชาติฉกาจ   เขามีความคิดจะเล่นการเมือง  โดยที่ไม่รู้เรื่องการเมือง   แต่เขากล้าการันตีว่า  เขา "รู้เรื่องหัวใจคน" ที่มองว่า มันสำคัญกว่า การเข้าใจ   เพียงอย่างเดียวด้วยซ้ำ


"ถ้ามีใครให้ผมไปเล่นระดับไหนผมก็ไปเล่นระดับนั้นล่ะอาจจะโดนยิงก่อนจาก Around Me นี่ล่ะ  น่าจะโดนสักวันหนึ่งผมว่า  (ยิ้ม)

 

กระแสคนดู หลังรายการออนแอร์ไปสองตอน?


"เกินคาด ยอด View เป็นหมื่น จากที่หวังไว้แค่ 500 เท่านั้น ในเฟซบุ๊กมีคนแอดเข้ามาเป็นเพื่อนมากมาย  ผมไม่ได้มีความรู้สึกดีใจ หรือเสียใจ รู้สึกแค่ว่า กูเป็นอะไรแล้วเนี่ย...ไม่ต้องมาเคารพอะไรผม ผมไม่ใช่ไอดอล  ผมคนเ_ย ๆ นี่ล่ะ  แค่ไม่ได้เอาความดาร์ค(ด้านมืด) ของผมมาให้คนดูแค่นั้นเอง  จอเด็กนักเรียนมาคุยด้วยผมก็ว่ามันดี ที่เด็กๆ ได้ดู แต่อยากให้ผู้ใหญ่มาดูกันบ้าง เขาจะได้รู้สึกเหมือนโดนตบ..ผมเป็นคนที่ค่อนข้างปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า" (ยิ้ม)  

 

จากบทสนทนาที่ใช้มาร่วม40 นาทีกว่า  กับ  "ชาติฉกาจ ไวกวี"   ทำให้ผู้มาเยือนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันตัวเป็นๆมาก่อน    ไม่มีวินาทีไหนไม่ตั้งใจทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเขา เราได้เห็นพลังอะไรบางอย่างที่เชื่อว่า เขาไม่ได้สร้างภาพ ตัวตนที่แสดงออกทั้งต่อหน้า และในรายการที่เขาทำล้วนออกมาจากใจและความมุ่งมั่นที่มีแต่ความจริงใจล้วนๆ

   
หากใครได้มีโอกาสดู  Around me   เชื่อว่าไม่มากก็น้อย  คงถูกสะกดให้ชื่นชอบ  คล้อยตาม  และรู้สึกว่า  "แม่งโคตรเจ๋ง เฟี้ยว โดนทุกดอก กระชากจริตสังคมทุกตอน  พร้อมๆกับ อดใจไม่ไหวที่จะคอยลุ้นต่อไปว่า  ผู้ชายไว้เครา มาดเซอร์ ที่ใส่หัวโขนหลายบทบาทผู้นี้ จะพาเราไปเจาะบทเรียนชีวิต เฮ้วๆ เกรียนๆ กากๆ  แบบตื่นเต้นเร้าใจ ระทึกอารมณ์   สไตล์ไท๊ยไทย  แบบไหน และที่ไหนอีก  


ถ้าคุณกระหายที่จะใคร่ติดตามนั่นแสดงว่า คุณเสพติด  Around me  และ หลงรัก ชายชื่อ  "ชาติฉกาจ ไวกวี" เข้าให้แล้วล่ะ








จีนอ่วมอีก น้ำท่วมรุนแรงในมณฑลกุ้ยโจว เสียชีวิต 9 ราย สูญหาย 11 ราย (ชมคลิป)
ระทึก บินรบยูเครนถูกสอยร่วงลุกเป็นเพลิง นักบินรอด 1 สูญหาย 1 (ชมคลิป)
ยุโรปเฮ ยานอวกาศ"โรเซตต้า"เข้าวงโคจรดาวหางสำรวจแล้ว บันทึก"ภาพ"ส่งโลก(ชมคลิป)
แพทย์อเมริกันติดเชื้ออีโบล่าถึงสหรัฐแล้ว ทึ่ง สามารถ"เดินได้"หลังติดเชื้อกว่า 10 วัน (ชมคลิป)
ระทึก ธรณีไหวถล่มมณฑลยูนนานของจีน ยอดตายพุ่ง 381 ศพ บาดเจ็บ 1,800 ราย (ชมคลิป)
โทนี่ สตาร์ค อึ้ง เด็กปี 1 "สร้างหุ่นยนต์ไอรอนแมน" สุดเจ๋ง ! (ชมคลิป)
แพทย์ปาเลสไตน์เจ๋ง ช่วยชีวิตทารกน้อยออกจากครรภ์แม่ หลังตายเพราะอิสราเอลถล่มบ้าน (ชมคลิป)
อึ้ง เวียดนามเลียน"พี่ไทย-ลาว" แห่"เปิบแมว"คึกคักแม้ผิดกม. ร้านให้บริการเพียบ (ชมคลิป)
กลุ่มกบฎฯออกโรงอ้างยิงเครื่องบินรบยูเครน 2 ลำตก ยังไม่รู้ชะตากรรมนักบิน (ชมคลิป)
อึ้ง ผู้สื่อข่าวมืออาชีพ ถึงกับ"ร้องไห้-เดินหนีกล้อง" สลดรายงานข่าวอิสราเอลถล่มกาซ่า (ชมคลิป)
ยังคงคุกรุ่น ประเด็น "เบลล่า" เตรียมฉก "อั้ม" จาก "นัท มีเรีย"
หลุดจากLine ภาพสาวหน้าคล้าย"เจนี่" แขน-หลัง ช้ำเป็นจ้ำ สีม่วง แชร์ว่อนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค(ชมคลิป)
"ข้อมูลใหม่" หลุด เซเล็บหนุ่มตั้งวงแชทปมภาพคล้าย "เจนี่" ช้ำทั่วตัว "พี่บั๊ด แฟนเก่า" ปัด ไม่เกี่ยว
ภาพหลุดทารกน้อย ลูก "น้ำตาล-ซาร่า" อดีตกิ๊กเก่า "ไมค์" ยืนยันฝ่ายชายกำลังจะเป็นพ่อคน
หน้าเดียวจบ! ประมวลมหากาพย์ ปิดตำนาน "มาดามเจนี่ อัศวเหม" 29 กรกฎา...วันนี้มีอะไร