ทีดีอาร์ไอ.ชี้ ปฎิรูปการศึกษาไทยต้องกระจายคุณภาพอย่างทั่วถึง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 12:30:08 น.




 

ดร.ดิลกะ  ลัทธพิพัฒน์  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย นำเสนอบทความเรื่อง"ปฎิรูปการศึกษาไทยต้องกระจายคุณภาพอย่างทั่วถึง"สาระสำคัญ มีดังนี้

 

งานวิจัยเรื่องการศึกษาของประเทศไทยในระยะหลังเริ่มเล็งเห็นมูลเหตุของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในการเข้าถึงอุดมศึกษา โดยเฉพาะในระดับปริญญาตรี ว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากการขาดแคลนปัจจัยระยะสั้น เช่นการขาดแคลนเงินทุน เพียงอย่างเดียว แต่ต้นเหตุสำคัญเกิดจากความเหลื่อมล้ำทางปัจจัยระยะยาวที่รวมถึงคุณภาพของภูมิหลังทางครอบครัว และคุณภาพการศึกษาที่ได้รับตั้งแต่วัยเด็ก ปัจจัยระยะยาวเหล่านี้มีความสำคัญในการกำหนดความพร้อมในการเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา

 

 

ความเหลื่อมล้ำทางความสามารถทางวิชาการระหว่างเด็กที่มาจากภูมิหลังของครอบครัวที่แตกต่างกันมีอยู่สูงมากในประเทศไทย ดังที่เห็นได้จากรูปที่ 1 (ดูภาพประกอบ) ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนสอบ Programme for International Student Assessment (PISA)

 

 

 

 

 

 ในรอบปี 2006 ในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เฉลี่ยของโรงเรียน กับค่าเฉลี่ยดัชนี Economic, Social and Cultural Status (ESCS) ในระดับโรงเรียน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสถานะทางการงาน การศึกษาของพ่อแม่ ฐานะทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรด้านการศึกษา และวัฒนธรรมของครอบครัวของเด็กนักเรียน
 

ปัญหาหลักที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไขคือการยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันกำลังประสบปัญหาด้านคุณภาพอย่างรุนแรง ดังที่สะท้อนให้เห็นจากคะแนนสอบที่ตกต่ำของเด็กไทยในการทดสอบในระดับนานาชาติเช่น PISA และ Trends in International Mathematics and Science Study (TIMSS)  การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่นั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินไปอย่างถูกทิศทางบนพื้นฐานของข้อมูล และหลักฐานทางวิชาการ 

 

 

เป้าหมายของงานวิจัยชิ้นนี้คือการนำเอาข้อมูลจากการสำรวจของ PISA ซึ่งเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ และใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ มาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามสำคัญทางนโยบายว่า โครงสร้างการบริการจัดการระบบการศึกษาที่ก่อให้เกิดคุณภาพ โดยวัดจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน จะต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง และกลยุทธในการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ในบริบทของประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร โดยเน้นที่เรื่องกลไกความรับผิดรับชอบที่ผูกกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน (accountability) และความมีอิสระในการบริหารจัดการของโรงเรียนในเรื่องหลักสูตร และงบประมาณ (autonomy) เป็นประเด็นหลัก

 

 

ในส่วนของการปฏิรูปทางด้านการกระจายอำนาจการบริหารสู่โรงเรียน ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับการถกเถียงกันอย่างมากในระดับนานาชาติ เหตุผลสนับสนุนของนโยบายนี้คือ ผู้บริหารโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ย่อมจะเข้าใจในลักษณะเฉพาะของนักเรียน และโรงเรียนของตนมากกว่าองค์กรส่วนกลางของภาครัฐ ซึ่งความมีอิสระทำให้การจัดสรรทรัพยากรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

 

อย่างไรก็ตาม เหตุผลโต้ตอบของนโยบายนี้คือผู้บริหารอาจใช้ความมีอิสระในการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง และพวกพ้อง โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพการศึกษาที่เด็กนักเรียนได้รับเป็นเป้าหมายสำคัญ  หลักฐานทางวิชาการในต่างประเทศก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งเป็นผลให้หลายประเทศดำเนินการปฏิรูปใปในทิศทางที่แตกต่างกัน โดยบางประเทศเลือกที่จะกระจายอำนาจการบริหารจัดการทรัพยากร หรือการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนสู่โรงเรียนและท้องถิ่น ในขณะที่บางประเทศเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยดึงอำนาจกลับสู่ส่วนกลาง

 

 

 

ผลการวิจัยพบว่าการเพิ่มแรงกดดันโดยการกำหนดให้โรงเรียนต้องเปิดเผยข้อมูลผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆสามารถตรวจสอบได้ง่ายนั้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพ (วัดด้วยคะแนนเฉลี่ย) ของโรงเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลกระทบจะมีสูงกว่าในกลุ่มโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพต่ำ

 

 

 

การศึกษานี้พบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สำคัญว่า ความมีอิสระในการบริหารงบประมาณไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงเรียน การกระจายอำนาจจะประสบความสำเร็จได้ต่อเมื่อโรงเรียนมีความพร้อมในเรื่องกลไกความรับผิดชอบที่เข้มแข็งเสียก่อน ไม่เช่นนั้นการกระจายอำนาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อประสิทธิภาพของโรงเรียนมากกว่าผลดี  ในส่วนของการกำหนดหลักสูตร เราพบว่าการกระจายอำนาจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโรงเรียนที่มีคะแนนสอบเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้เรายังพบอีกด้วยว่าผลกระทบในทางบวกจะมีมากขึ้นในกรณีที่มีองค์กรส่วนกลางคอยติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

 

 

สำหรับประเด็นสุดท้าย ซึ่งเป็นประเด็นที่เราพบว่ามีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพของโรงเรียน และมีนัยสำคัญทางสถิติมากที่สุด คือการปฏิรูประบบการประเมิน และการให้ผลตอบแทนความดีความชอบของครูใหญ่ที่ผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียน เราพบว่าการปฏิรูประบบแรงจูงใจนี้จะประสบผลสำเร็จมากที่สุดภายใต้กลไกการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ในการตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน

 

 

ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาจะประสบความสำเร็จได้ จะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ปกครอง การปฏิรูปต้องเริ่มต้นที่ข้อมูล โดยจะต้องมีระบบการสอบไล่มาตรฐานที่วัดความสามารถของนักเรียนได้จริงในหลายระดับชั้น ผลการสอบจะต้องมีความหมายทั้งสำหรับนักเรียนและครู และจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบโรงเรียนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ปกครอง และองค์กรในท้องถิ่น ซึ่งจะต้องติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง และมีช่องทางในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับครูและครูใหญ่

 

 

 

และที่สำคัญที่สุดจะต้องมีกลไกที่ผู้มีส่วนได้เสียจะมีส่วนร่วมในการประเมิน และให้คุณให้โทษต่อครูและผู้บริหารโรงเรียน โดยผูกการประเมินกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนเป็นหลัก  และเมื่อโรงเรียนมีระบบตรวจสอบและกลไกความรับผิดชอบที่ดีแล้ว การปฏิรูปการกระจายอำนาจการบริหารสู่โรงเรียนจึงจะส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการของนักเรียนเพิ่มขึ้นได้

 

 









ฐากูร บุนปาน : แผงโรตีและประเทศไทย
"เกษียร เตชะพีระ" โต้ "รมช.ดอน" ทำไมใครจึงควรเดือดร้อนเพราะกฎอัยการศึก?
"ชูวิทย์" บอกจุดยืนปชต.สหรัฐ-ไทย เป็นเรื่อง "อกเขาอกเรา" เย้ยคนไทยยังไม่เข้าใจกันเอง
"ณัฐวุฒิ"เหน็บรบ.ไทยย้อนผู้แทนสหรัฐฯ ชี้ "ไม่มีทางที่ประเทศเขาจะเป็นแบบนี้"
“ไพจิต” เชื่อใครตีจากพท. ปชช.รับไม่ได้แน่ ลั่น ไม่มีส.ส.อีสานคนไหนกล้าย้ายออก
โดนยัง? เมื่อเฟซบุ๊คเอาจริง บังคับให้เปลี่ยนใช้ชื่อ-นามสกุลจริง !!
S-26 Progress GOLD เปิดตัว 9 บุคคลเปลี่ยนโลกแห่งปี 4 ก.พ.นี้
ฟังกันชัด ๆ จากปาก"บิ๊กตู่"ประชาธิปไตยแบบไทยกับสหรัฐ ต่างกันตรงไหน ?(คลิป)
มติชนนิวส์รูม : "สุรชาติ บำรุงสุข"วิเคราะห์ความสัมพันธ์"ไทย-สหรัฐ" (คลิป)
เปิดแนวเวนคืนที่ดินรถไฟไทย-จีน โคราชแจ็กพอตพันไร่เจาะอุโมงค์ "ผาเสด็จ-หินลับ"ทะลุหนองคาย
เมื่อ ผบ.ตร. ถาม "ตำรวจเตะระเบิด" อยากให้ใครมาเยี่ยม เจ้าตัวตอบว่า...?? (ชมคลิป)
อุบลฯฉาว! ตร.ล่อจับผอ.กองช่างอบต. เรียกรับสินบน-ไม่เซ็นตรวจงาน
"มัลลิกา"จัดหนักเอาผิดคนเผยแพร่ "คลิปดังหน้าคล้าย" (ชมคลิป)
ที่ปรึกษาสบ10 สั่ง ลูกชายยายยัดดอกไม้ ยศ." พ.ต.ท." พามารดาไปบำบัด-ห้ามก่อเหตุซ้ำ (มีคลิป)
"ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้น" ตามแบบเรียน ปะทะ "อาณานิคมอำพราง" จากมุมมองอาจารย์ ม.ฮาร์วาร์ด
10 อันดับสมาร์ทโฟน ราคาไม่เกิน 5,000 บาทที่น่าสนใจ โดยเช็คราคา.คอม
“เครดิตบูโร” 10 เรื่องต้องรู้ ก่อนขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิต โดยเช็คราคา.คอม
รีวิว Suzuki Swift RX Premium Eco Car โดยเช็คราคา.คอม
10 ข้อควรระวังก่อนซื้อบ้านใหม่ โดยเช็คราคา.คอม
ยาสีฟันคอลเกต® เซนซิทีฟ โปรรีลีฟ ชวนคุณรับตัวอย่างฟรี และลุ้นรับของรางวัลมูลค่ากว่า 1 แสนบาท