"กุนซือ" คิด "ปคอป." พูด ข้อมูล-คีย์เวิร์ด "เยียวยา"

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 13:00:19 น.




(ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 15 ก.พ.2555)

 

 


เป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่จบสิ้น สำหรับมาตรการเยียวยา "เหยื่อ" ที่ได้รับผลกระทบจาก 2 เหตุการณ์

ระหว่าง "เหยื่อ" ที่โดนลูกหลงจากการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง กับ "เหยื่อ" ที่ถูกระเบิดของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เคาะ "ค่าหัวม็อบการเมือง" ที่ 7.75 ล้านบาท/ราย ตามที่คณะกรรมการประสานงานคณะอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่มี "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ชงขึ้นมา

จนถูกนักวิชาการ ฝ่ายค้าน และพันธมิตรวิจารณ์ว่าเป็นการ "ตกรางวัล-ปูนบำเหน็จ" ให้ "กองกำลังสนับสนุนรัฐบาล" หรือไม่ พร้อมนำไปเปรียบเทียบกับ "ราคาชีวิต" ของคนในพื้นที่ด้ามขวานทอง ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุร้ายรายวัน

สุดท้ายคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดภาคใต้ (กพต.) ที่มี "ยงยุทธ" เป็นประธานอีกชุด จึงต้องออกระเบียบ-คลอดเกณฑ์เยียวยาเหยื่อไฟใต้ใหม่ ในอัตราสูงสุดที่ 7.5 ล้านบาท/ราย จากเดิม 5 แสนบาท/ราย เตรียมชงเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

แม้การจ่ายเงินเยียวยาจะเป็น "ก้าวที่ 2" ในกระบวนการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ในหลายประเทศ หลังผ่าน "ก้าวที่ 1 แสวงหาข้อเท็จจริง"

แต่การโยนเงินก้อนให้บางกลุ่ม-บางพวก โดยไม่มีคำอธิบายที่รับฟังได้รองรับ ทำให้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ตกอยู่ในอาการสะดุดตั้งแต่ยังไม่ก้าวเดิน

ซ้ำพอถูกกระหน่ำวิจารณ์ "ผู้เกี่ยวข้อง" ก็เดินสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า รัฐบาลเตรียม "ปรับขบวนเยียวยา" ใหม่หมด โดยกำหนด "คีย์เวิร์ด" ที่จะใช้ในการสื่อสาร เพื่อป้องกันข้อเสนอดีๆ ถูกบิดเบือน-เบี่ยงเบนด้วยโวหารทางการเมือง

พร้อม "มาร์คตัว" คนให้ข่าว โดยยกให้เป็นบท "ปคอป." แทนที่จะปล่อยให้สื่อมาตามบี้ถามแกนนำรัฐบาลที่รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง

สำหรับ "ชุดข้อมูล" ที่เตรียมไว้สื่อสารต่อสาธารณะ เป็นการเปรียบเทียบมูลเหตุ-แรงจูงใจ-ผลกระทบที่เกิดจาก "ไฟ (การ) เมือง" กับ "ไฟใต้" เพื่อชี้ชวนให้คนทุกสี-ทุกขั้ว-ทุกพื้นที่ เห็นความจำเป็นในการเยียวยาเป็น "ตัวเงิน" ดังนี้

@มูลเหตุและแรงจูงใจที่นำไปสู่ความรุนแรง

-ไฟเมือง : เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทำให้ประชาชนอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่รับได้ ส่วนเหตุเผา-ยิง-บึ้ม เป็นไปเพื่อกดดันและต่อรองทางการเมือง จึงเป็น "ความผิดทางความคิด" ไม่ใช่ "อาชญากรโดยสันดาน"

-ไฟใต้ : เกิดจากวัตถุประสงค์ในทางการเมืองเพื่อแบ่งแยกดินแดน เชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนไทยรับไม่ได้ อีกทั้งผู้ก่อการยังต่อสู้ด้วยอาวุธ จึงมีลักษณะการก่ออาชญากรรม

@คู่ขัดแย้งกับการปฏิบัติของรัฐ

-ไฟเมือง : มีคู่ขัดแย้งชัดเจน โดยเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประชาชนกับประชาชน ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาระงับเหตุ มิใช่การปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

-ไฟใต้ : ไม่สามารถกำหนดคู่กรณีที่แน่ชัดได้ แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐที่ต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศ ดังนั้น เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

@การเข้าสู่กระบวนการเยียวยา

-ไฟเมือง : ครม.ได้อนุมัติกรอบวงเงินชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 7.75 ล้านบาท โดยกำหนด "ค่าชีวิต" ออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.เงินเยียวยา 4.5 ล้านบาท คำนวณจาก GDP per capita ของปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 1.5 แสนบาท/ปี คูณด้วยระยะเวลาที่ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ 30 ปี (โดยคิดค่าเฉลี่ยอายุที่ 35 ปี นั่นหมายความว่าหากไม่เสียชีวิต บุคคลนั้นๆ มีสิทธิทำมาหากินได้อีก 30 ปี) รวมเป็นเงิน 4.5 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของประเทศอาร์เจนตินาจ่ายในเรตเงินเดือนของประธานาธิบดีเลยทีเดียว 2.ค่าปลงศพ 2.5 แสนบาท/ราย และ 3.ค่าทำขวัญ 3 ล้านบาทที่ "ยงยุทธ" ยอมรับกำหนดจาก "เกณฑ์ความรู้สึก" นั้น เป็นการกะเกณฑ์จากเงินก้อนแรกจริงๆ โดยให้อยู่ที่ร้อยละ 70 ของเงินก้อนแรก

ส่วนการเยียวยาผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม รัฐบาลจะจ่าย "ค่าขาดอิสรภาพ" ให้ดังนี้ 1.กรณีศาลพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ให้ประกันตัวในระหว่างการดำเนินคดี หากถูกควบคุมตัวนานกว่า 180 วัน จ่าย 1.5 ล้านบาท ถูกควบคุมตัว 90-180 วัน จ่าย 7.5 แสนบาท 2.กรณีถูกควบคุมตัวนานกว่าคำพิพากษาให้ลงโทษเกินกว่า 180 วัน จ่าย 1 ล้านบาท ถูกควบคุมตัว 90-180 วัน จ่าย 5 แสนบาท

นอกจากนี้ยังจ่าย "ค่าทุพพลภาพ" ในอัตราเดียวกับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ด้วยตรรกะที่ว่า "คนเป็น" ทรมานกว่า "คนตาย"

"เหตุที่เราต้องกำหนดวงเงินในการเยียวยาสูงๆ เพราะมีโอกาสเปิดตัวเลขได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงต้องเป็นเลขที่พอเปิดออกมาแล้ว" "เหยื่อ" ยอมรับ เพราะมันไม่สามารถเปิดต่ำๆ เพื่อให้เขาต่อรองเพิ่มได้ มันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าเปิดมาแล้วเขาไม่รับ จบเลยนะ นอกจากต้องเสียงบประมาณจ่ายเงินเยียวยาแล้ว รัฐบาลยังถูกด่า สังคมยิ่งขัดแย้งหนักอีก นี่คือที่มาว่าทำไมถึงเป็นตัวเลข 7 หลักปลายๆ" แกนนำ พท. ซึ่งเป็น "กุนซือปรองดอง" ของรัฐบาลกล่าว

-ไฟใต้ : ในครั้งแรก รัฐบาลไม่ได้คิดถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบเป็นกรณีพิเศษ โดยให้ยึดตามกฎหมายอาญาและแพ่งตามปกติ แต่เมื่อมีกระแสกดดันและเปรียบเทียบ 2 เหตุการณ์ จึงเตรียมข้อมูล "คดีตัวอย่าง" ไว้ 2 คดีให้ ปคอป. และ กพต. ชี้แจงคือ

1.คดี "อิหม่ามยะผา กาเซ็ง" ถูกเจ้าหน้าที่รัฐยิงเสียชีวิต โดยศาลแพ่ง (คดีหมายเลขแดงที่ 2658/2554) พิพากษาให้กระทรวงกลาโหมชำระเงินแก่ "นิม๊ะ กาเซ็ง" กับบพวกอีก 3 คน จำนวน 5.2 ล้านบาท

2.คดี "นักศึกษาราชภัฏ" ถูกควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลปกครองจังหวัดสงขลา (คดีหมายเลขแดงที่ 235-236/2554) พิพากษาให้กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชำระเงินแก่ "อิสมาแล เตะ" และ "อามีซี มานาก" โจทก์ คนละ 2.5 แสนบาท หลังถูกคุมตัวนาน 9 วัน ขณะที่กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 7 วัน

โดยเน้นย้ำ "คีย์เวิร์ด" ที่ว่ามีคดีบรรทัดฐานในการคิด "ค่าหัว" และ "ค่าขาดอิสรภาพ" ซึ่งเป็นผลจากความบกพร่องของรัฐให้เห็นมาแล้ว

ถึงวันนี้เมื่อแกนนำรัฐบาลตกกระไดพลอยโจน-ต้องพ่วงมาตรการเยียวยา "เหยื่อไฟใต้" พร้อมกับเยียวยา "เหยื่อไฟ (การ) เมือง" จึงน่าติดตามว่า "ก้าวที่ 3" สู่บันไดปรองดอง ซึ่งต้องนำ "กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice)" มาใช้ จะเดินหน้าอย่างไรไม่ให้บิด-เบี้ยว ไม่ให้กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง

นี่คือก้าวย่างที่ท้าทายของ "ยิ่งลักษณ์และคณะ" !!!




กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว แฝดสยาม อิน-จัน พบรักแรกกับสาวลอนดอน(8)
ค่าจ้างขั้นต่ำ 2559 : โดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์
ลึกแต่ไม่ลับ โดยจรัญ พงษ์จีน : "ศึกในประชาธิปัตย์"
เหยียดคนจนบนบัตรทอง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
หรือสมคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์