นคร พจนวรพงษ์ อดีตผู้พิพากษาศาลยุติธรรม : รธน.อย่างไรก็ต้องแก้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 19:55:00 น.




(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555)


ขออนุญาตมองข้ามหัวข้อหรือประเด็นที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 (พ.ศ.2550) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันควรจะแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็น "ผลกรรม" (ผลกรรม : ความสุขความทุกข์ที่เกิดจากการกระทำ) ของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทั้งดุ้น

การยกร่างจัดทำใช้ "อำนาจเผด็จการ" เป็น "หลักการและเหตุผล" เป็นสำคัญอีกทั้งอยู่ภายใต้ความครอบงำและอิทธิพลของบุคคลในคณะรัฐประหารโดยตลอด มิได้เกิดขึ้นในยุคสมัยที่ประชาธิปไตยเบ่งบานแต่อย่างใด จึงอาจพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็นตายอย่างไรก็ต้องแก้ ฝนจะตกฟ้าจะร้องควายเผือกท้องแก่จะคลอดลูก ไม่มีใครจะไปห้ามได้ อย่างไรๆ ก็ต้องแก้ ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2550) นี้มิใช่รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชนและมีหลักการเพื่อประชาชนแต่อย่างไร

 

การดำเนินการแก้ไขลำดับแรกต้องแก้ มาตรา 291 ก่อน เพื่อเปิดทางให้สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับแล้วนำมาใช้แทนฉบับเก่าคือฉบับ พ.ศ.2550 โดยกำหนดขั้นตอนวิธีการยกร่างจัดทำ ทั้งนี้ จะจัดทำในรูปแบบใดก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบของ "คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" จำนวน 18 คน ที่มีนายประกอบ หุตะสิงห์ เป็นประธาน เช่นฉบับที่ 10 (พ.ศ.2517) หรือกำหนดให้มี "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" ประกอบด้วย ส.ส.ร. จำนวน 99 คน ที่มีนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธาน เช่นฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) ก็ว่ากันไป

แต่หลักการสำคัญหรือจุดหมายปลายทางต้องเหมือนกันคือ ต้องได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแบบเต็มใบ ลดหรือขจัดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองของคนในชาติ สามารถนำมาใช้ปฏิบัติในการบริหารชาติบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำพาประเทศชาติประชาชนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในที่สุด

ประเด็นเรื่องใดหรือมาตราใดที่เป็นเนื้อๆ ของรัฐธรรมนูญที่ควรจะต้องแก้ไขที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่ขณะนี้ มิใช่อยู่ในความสนใจของนักการเมือง นักวิชาการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วไปเท่านั้น ในขณะนี้ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่าอิทธิพลและความเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้แพร่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง เข้าไปสู่มวลหมู่ประชาชนทุกชนชั้นทุกระดับ กระจายออกไปทุกชุมชนและทุกภูมิภาค ไม่น่าเชื่อว่าตาสีตาสา ยายมียายมา ชาวนาชาวไร่ ต่างก็หันมาสนใจเรื่องของรัฐธรรมนูญ พูดถึงความไม่ชอบธรรมความไม่เป็นประชาธิปไตย เปิดทางให้อำนาจและการใช้อิทธิพลมืดไปอยู่ในกำมือของบุคคลบางหมู่บางคณะ กลไกการสืบทอดอำนาจของผู้ยึดอำนาจยังหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องยกเลิกเพิกถอนปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จสิ้นไปในทันทีโดยเร็วไว

อิทธิพลและความเห็นหลากหลายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเวลานี้ยังแพร่เข้าไปในหมู่ของนิสิต นักศึกษา และครูบาอาจารย์ในทุกสถาบันการศึกษาหรือทุกมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นของเอกชนหรือของรัฐ โดยเฉพาะคณะหรือสาขาวิชานิติศาสตร์ที่เรียนกฎหมายโดยตรงจะร้อนแรงและให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ

บุคคลเหล่านั้นมิได้เกรงกลัวอิทธิพลหรือคำขู่ที่ว่า "รัฐธรรมนูญของข้าใครอย่าแตะ" เช่น บรรดานักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้นำเอาหัวข้อหรือประเด็น "ขั้นตอนและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2550 มาตราใดบ้างที่นักศึกษาเห็นว่าควรแก้ไข ให้ยกตัวอย่างมา 2 มาตรา" ซึ่งเป็นข้อสอบไล่ของคณะนิติศาสตร์ ระดับปริญญาตรี ภาค 1 ปีการศึกษา 2551 กระบวนวิชา "หลักกฎหมายมหาชน" ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นตอบข้อสอบ และการสอบไล่ของปีการศึกษาต่อๆ มาทั้งภาค 1 ภาค 2 และภาคฤดูร้อนจนถึงปัจจุบัน

คำถามในลักษณะเช่นนี้ก็มักจะถูกนำมาตั้งเป็นข้อสอบให้นักศึกษารุ่นถัดๆ ไปได้คิดได้เขียนตอบกันเสมอ ซึ่งความคิดเห็นของนักศึกษาเหล่านั้นน่าจะเป็นความคิดเห็นที่บริสุทธิ์และอาจจะนำมาพัฒนาปรับเป็นส่วนหนึ่งของ "หลักการและเหตุผล" ในการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไปก็ได้

ประเด็นใดเรื่องใดหรือกลุ่มมาตราใดที่ควรจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม หรือควรจะยกเลิกเพิกถอนเพราะไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้อีกต่อไปก็ต้องแก้หรือตัดออก ประเด็นใดเรื่องใดดีมีประโยชน์ยังมิได้บัญญัติไว้ก็น่าจะนำมาบัญญัติเพิ่มเติมให้ครบถ้วนสมบูรณ์

ขอให้ทุกท่านที่สนใจช่วยชี้แนะและหาลู่ทางนำเสนอต่อสาธารณชนเพื่อระดมสมองพิจารณาร่วมกันหาข้อยุติให้ตกผลึกทุกประเด็นเพื่อผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องจะได้นำไปใช้ยกร่างจัดทำเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 (พ.ศ.2555) ต่อไป ซึ่งน่าจะยกร่างจัดทำเสร็จและประกาศใช้ทันในปี พ.ศ.2555 นี้

ผู้เขียนขอเสนอเป็นตัวอย่างประเด็นที่ควรแก้ไข

ประเด็นที่ 1 (ในที่นี้ขอเสนอไว้เพียง 2 ประเด็น) คือ ที่มาของวุฒิสมาชิก ตามมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 นี้ โดยขอเน้นที่ "ที่มา" ของวุฒิสมาชิกซึ่งกำหนดให้มีที่มา ทั้งเลือกตั้งจากราษฎรโดยตรงและสรรหาแต่งตั้งโดยเอามาผสมรวมกัน เหมือนวิสกี้ผสมโซดากลายเป็นสมาชิกวุฒิสภา นิยมเรียกโดยย่อว่า ส.ว.

กรณีนี้ทำให้ผู้เขียนย้อนนึกไปถึงรัฐธรรมนูญถาวร ฉบับที่ 2 (10 ธันวาคม 2475) ซึ่งใช้บังคับนานที่สุดกว่าทุกฉบับ (13 ปี 4 เดือน 29 วัน) โดยมาตรา 65 ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท มีจำนวนเท่ากัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งให้เรียกว่า ส.ส.ประเภทที่ 1 ส.ส.ที่มาจากการแต่งตั้งให้เรียกว่า ส.ส.ประเภทที่ 2 ด้วยข้อมูลนี้เพื่อไม่ให้สับสนเราน่าจะนำ ฉบับที่ 2 เป็นแม่แบบมาใช้เรียก ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งว่า ส.ว.ประเภทที่ 1 และ ส.ว.ที่มาจากการสรรหาแต่งตั้งว่า ส.ว.ประเภทที่ 2 บ้าง ก็น่าจะเพิ่มสีสันและเก๋ไปอีกแบบหนึ่ง เพราะสะดวกดีและง่ายดีที่จะใช้เรียก

นอกจากนี้ มาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 2 ยังกำหนดหลักเกณฑ์การดำรงตำแหน่ง ส.ส.ประเภทที่ 2 ไว้อีกว่า เมื่อราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมีการศึกษาจบประถมศึกษาสามัญเกินกึ่งจำนวนทั้งหมดแล้ว ให้ยกเลิกตำแหน่ง ส.ส.ประเภทที่ 2 และให้คงมีเพียง ส.ส.ประเภทเดียวที่มาจากการเลือกตั้งจากราษฎรเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2475 (วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1) ส.ส. ประเภทที่ 2 ต้องหมดไป

แม้ต่อมาจะมีการแก้ไขขยายระยะเวลาจาก 10 ปี เป็น 20 ปี ก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในหลักการเดิมคือ ยกเลิกระบบ "แต่งตั้ง" รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 นี้มี ท่านปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ผู้ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย เป็นกำลังสำคัญในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีทั้งหมด 9 นาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ตั้งแต่ 10 ธันวาคม 2475 หรือประมาณ 80 ปีมาแล้ว ราษฎรสยามหรือคนไทยขณะนั้นการศึกษายังน้อย แต่หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็ยังปฏิเสธไม่ยอมรับตัวแทนหรือผู้แทนที่มาจากการแต่งตั้งหรือแม้จะเลี่ยงไปใช้คำว่า "สรรหา" ก็ตามที ทั้งนี้ เพราะที่มาของผู้แทนหรือบุคคลเหล่านั้นมิได้รับการเลือกตั้งจากราษฎรโดยตรงจำนวนเรือนหมื่นเรือนแสนแต่ประการใด

แล้วจะปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นอภิปรายในสภาหรือรัฐสภาอันทรงเกียรติแนะนำตนเองว่า "เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย" ปฏิบัติหน้าที่ "เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย" แทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศได้อย่างไร (ถ้อยคำสำนวนเทียบเคียง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 122)

รัฐธรรมนูญถาวรฉบับที่ 16 (พ.ศ.2540) มาตรา 121 กำหนดที่มาของวุฒิสมาชิกมาจากราษฎรเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด ซึ่งก็น่าจะมีความเหมาะสมและเป็นประชาธิปไตยที่สังคมยอมรับ ไม่ควรจะถอยหลังเข้าคลองกลับไปเอื้อต่อระบบ "แต่งตั้ง" ผูกขาดอำนาจอีกต่อไป การแต่งตั้งหรือสรรหาแต่งตั้งน่าจะล้าสมัยไปนานแล้ว ท่านปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การหรือสถาปนามหาวิทยาลัย "วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง" (ม.ธ.ก.) ท่านได้เตรียมการที่จะยกเลิกระบบนี้มาตั้งแต่เมื่อ 80 ปีที่แล้ว เพื่อเป็นตัวอย่างในประเด็นที่ 1 จึงเสนอขอแก้ที่มาของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 111 ว่า วุฒิสมาชิกทั้งหมดทุกคนต้องมาจากการเลือกตั้งจากราษฎรโดยตรงเท่านั้น ในประเด็นนี้ขอเน้นเฉพาะที่มาของ ส.ว.อย่างเดียว

ส่วน ส.ว.ควรจะมีจำนวนเท่าใด เขตเลือกตั้งควรจะกำหนดอย่างไร ฯลฯ อาจจะแตกเป็นประเด็นย่อยอีกหลายประเด็นที่แต่ละท่านอาจจะเสนอแนะเข้ามาได้

ประเด็นที่ 2 มาตรา 309 ซึ่งเป็นมาตราในบทเฉพาะกาลและเป็นมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ 2550 โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2549) ซึ่งมี "บทนิรโทษกรรม" อยู่ในมาตรา 37 กล่าวคือ

"มาตรา 309 บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้"

รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 นี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 จะเห็นได้ว่าบทนิรโทษกรรมตาม มาตรา 309 จะคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมไม่ว่าการกระทำนั้นเกิดก่อนหรือหลังวันที่ 24 สิงหาคม 2550 การคุ้มครองการกระทำของผู้ใช้อำนาจโดยพลการ ทั้งในอดีตปัจจุบันและสืบต่อไปในอนาคตอย่างไม่รู้จักจบสิ้น และยังคุ้มครองรวมไปถึงพรรคพวกผู้เกี่ยวข้องของ คปค. หรือ คมช. ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติหมกเม็ดการสืบทอดอำนาจไว้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ในองค์กรอิสระบางองค์กร ซึ่งองค์กรเหล่านั้นมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการตรวจสอบการใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารหรือการใช้อำนาจรัฐในรูปแบบอื่นอีกมากมาย

การนิรโทษกรรมหรือคุ้มครองบุคคลผู้ใช้อำนาจเหล่านั้นเมื่อได้กระทำการใด "หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง" (มาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2549 ประกอบฉบับปัจจุบัน มาตรา 309) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงจะก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อไปอีกอย่างไม่มีขอบเขตจำกัดและสุดสิ้น จึงควรจะยกเลิกเพิกถอนหรือเร่งรีบแก้ไขโดยพลัน (ดูบทความของผู้เขียนเรื่อง ถ้ายกเลิกมาตรา 309 (บทนิรโทษกรรม) ของรัฐธรรมนูญ 2550 ใครได้ใครเสีย ในมติชนรายวัน วันที่ 12 มกราคม 2555)

การออกกฎหมายนิรโทษกรรมในช่วงกระทำการยึดอำนาจ จนถึงสิ้นสุดการใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็น่าจะเพียงพอแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยากที่จะฝืนใจยอมรับได้ เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้ว การนิรโทษกรรมก็ควรจะสิ้นสุดลง

ประเด็นที่ 2 นี้จึงเสนอขอให้ยกเลิก บทนิรโทษกรรมตาม มาตรา 309 ด้วยการตัดออกไปโดยไม่ต้องมีข้อความใดมาทดแทน








′บรีส์′จัด 2 ทัชดาวน์ พา′เซนต์ส′บุกขย่ม′แพนเธอร์ส′ 28-10 ศึกคนชนคน
“คมนาคม”เร่งประสาน “อปท.”แก้ไขจุดตัดรถไฟ584แห่ง
ฮือฮา วินาทีระทึกหาชมยาก"แม่วาฬเบลูกา"ให้กำเนิดลูกในสวนน้ำจีน ประเดิมแห่งแรกของปท.(ชมคลิป)
ทองราคาลงพรวด 6 ครั้ง รวม 500 บาท ทองแท่งขายออกเหลือบาทละ 18,150
อียิปต์ สั่งชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่รอบชายแดนใน 48 ชม. เตรียม"ระเบิด-สร้างเขตกันชน"
หาดูได้ยาก!! "เท่ง เถิดเทิง" เมื่อครั้งวัยเด็ก ขณะรับจ้างถีบสามล้อในงานบวชที่สุโขทัย
ฮือฮา พม่าเดินหน้าปชต. ดึง"กองทัพ -พรรคการเมืองฝ่ายค้าน"ถก"แผนปรองดองสมานฉันท์
′เจอร์ราร์ด′ ยังไม่คิดเลิกเล่น หมดใจส่อชิ่งหนี ′หงส์แดง′
ปล่อยแล้ว! เอ็มวีเต็มเพลง Live My Life My Way ของ"แอน มิตรชัย" เว่อร์วังอลังการ!
หลักนิติธรรม กับการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ
"ชูวิทย์" ส่งตรงจากอเมริกา "เรื่องเศร้า ตำรวจไทย" "เกาะเต่า" และ "การแทงข้างหลัง"
โสภณ พรโชคชัย : ข้าราชการคนหนึ่งพึงมีทรัพย์เท่าไหร่
"ส.ศิวรักษ์"เขียน"จดหมายรักถึงเผด็จการ" ห่วงปฏิรูปเหลว รอบข้างมีแต่คนใกล้ชิด"ทักษิณ"
ชีวิตหลากสีสัน "สุมณี คุณะเกษม" เจ้าของฉายาตุ๊กตาบาร์บี้เมืองไทย
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ไม่ได้เป็นนายกฯ เสียที
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
ถิ่นเจริญกรุง เจริญนคร มหานครใหม่ที่ต้องจับตา
เปรียบเทียบราคา-โปรโมชั่น iPhone 6 ของ 3 ค่ายดัง โดย เช็คราคา.คอม
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
เปรียบเทียบราคา-โปรโมชั่น iPhone 6 ของ 3 ค่ายดัง โดย เช็คราคา.คอม