เปิดผลศึกษา"องค์กรตำรวจ" แฉผู้บริหารบางส่วนเติบโตจากการสนับสนุนของฝ่ายการเมือง!!!

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 11:50:20 น.

รายงาน  มติชน 19 ก.พ.2555




ต้องยอมรับว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นหนึ่งในหลายองค์กรที่ประสบปัญหาเรื่อง "คน" หรือ "กำลังพล" จนการพัฒนาองค์กรติดขัด หากแต่ปัญหาไม่ได้เกิดจากกำลังพลไร้ศักยภาพ แต่เป็นเพราะ "ระบบ" การบริหารจัดการองค์กร โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ไม่สามารถดึงศักยภาพของ "กำลังพล" ออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิผลได้

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงปัญหาองค์กรในข้อนี้มาตลอด ล่าสุด ว่าจ้างบริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป โซลูชั่น จํากัด องค์กรเอกชนซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารองค์กร ให้ดําเนินโครงการ ศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล

วัตถุประสงค์เพื่อชี้และศึกษาประเด็นปัญหา นำมาสู่การออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรตำรวจ เพื่อให้สอดคล้องเท่าทันสภาวการณ์ปัจจุบันและอนาคตได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้วิธีการศึกษาและรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับปัญหาทรัพยากรบุคคล จากการสัมภาษณ์และการสัมมนาร่วมกับผู้บริหารระดับสูง ผู้บัญชาการ และบุคคลภายนอก ก่อนศึกษาต่อเพื่อวางแนวทาง "สร้างกลยุทธ์" บริหารจัดการกำลังพลตำรวจต่อไป

ทั้งนี้ ผลการศึกษาได้กะเทาะปัญหา และสถานการณ์ปัจจุบันภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 20 ด้าน ได้อย่างถึงกึ๋น ตรงไปตรงมา เช่น



 ด้านยุทธศาสตร์และการผลักดันยุทธศาสตร์

ผลการศึกษา พบว่าความไม่แน่นอนของการผลักดันยุทธศาสตร์ เนื่องจากการเปลี่ยนผู้บริหาร ทิศทางของยุทธศาสตร์ มักเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนผู้บริหาร ทำให้การดำเนินการตามแผลกลยุทธ์ขาดความต่อเนื่อง ขณะที่บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจทางด้านยุทธศาสตร์และการผลักดันยุทธศาสตร์ เนื่องจากบุคลากรไม่ได้รับการสื่อสารให้เข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ขององค์กรอย่างถ่องแท้ ขณะที่ยังไม่มีการนำระบบการประเมินการปฏิบัติงานมาเชื่อมโยงและช่วยผลักดันยุทธศาสตร์

ด้านโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการ

ผลการศึกษาพบว่าโครงสร้างส่วนงานต่างๆ ขาดความเชื่อมโยง กลายเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงาน โดยหน่วยงานแต่ละส่วนไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้รอบด้าน มีปัญหาการบริหารองค์กรแนวดิ่ง บุคลากรต้องรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาสายตรงเท่านั้น มีความซ้ำซ้อนของฝ่ายอำนวยการ เช่น ความซ้ำซ้อนของงานในฝ่ายอํานวยการภูธรภาคกับฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัด ขาดการกระจายอำนาจในการปฏิบัติ ก่อให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน

รวมทั้งพบว่าการบริหารองค์กรตำรวจรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยังคงมีอํานาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ทำให้หน่วยงานระดับ กองบัญชาการขาดอํานาจในการตัดสินใจที่เหมาะสม บุคลากรผู้ปฏิบัติขาดความเข้าใจเรื่องหลักการกระจายอำนาจ จึงมักรู้สึกว่า ตัวเองขาดอำนาจในการตัดสินใจที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน สายการบังคับบัญชายาวทำให้การตัดสินใจล่าช้า การสื่อสารล่าช้าและเกิดความคลาดเคลื่อน

โฟกัสที่การบริหารจัดการ พบว่าโครงสร้างการบริหารจัดการไม่เอื้อให้เกิดการทำงานอย่างอิสระ มีการแทรกแซงทางการเมือง เนื่องจากมีตัวแทนจากฝ่ายการเมืองในคณะกรรมการที่สําคัญ เช่น คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ขณะที่การมีกฎหมายซึ่งกําหนดให้สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องทุจริตและการประพฤติมิชอบ ทําให้ตํารวจไม่กล้าทำงานอย่างเต็มที่



ว่าด้วยความเป็นผู้นำ


รายงานการศึกษาพบว่าผู้บริหารมักต้องปฏิบัติตามแนวทางที่นักการเมืองกำหนดมากกว่าผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรไม่ได้ถูกผลักดันโดยผู้บริหาร ผู้บริหารขาดเอกภาพในการกำหนดทิศทางขององค์กร ขณะเดียวกันยังขาดแคลนผู้บริหารที่มีศักยภาพด้านการเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และเป็นผู้นำที่ดี

แยกย่อยปมปัญหาผู้นำลงไป พบว่าประสบ ปัญหาขาดแคลนผู้บริหารที่รอบรู้โดยส่วนใหญ่เป็นนักปฏิบัติที่มีความรู้ความชํานาญในงานเฉพาะทางของตนเท่านั้น ขาดผู้บริหารที่มีความสามารถในการบริหารความเปลี่ยน แปลง ขาดแคลนผู้บริหารที่ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้อํานาจตัดสินใจที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ขาดแคลนผู้บริหารที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาบุคลากรตํารวจเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรในระยะยาว

ผลการศึกษายังสะท้อนปัญหา "ผู้นำ" อย่างตรงไปตรงมาถึงพฤติกรรมการแสดงออก ของผู้นําระดับต่างๆ ในองค์กร ว่า

"ผู้บริหารบางส่วนเติบโตจากการสนับสนุน ของฝ่ายการเมือง ทําให้มีเรื่องของผลประโยชน์ ส่วนตัวหรือกลุ่มบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้นําบางส่วนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมและเป็นแบบอย่างที่ผิดให้คนในองค์กร ผู้นําโอนอ่อนและปฏิบัติตามความต้องการของฝ่ายการเมือง มีการประพฤติมิชอบในหน้าที่และการมีส่วนรู้เห็นในการประพฤติมิชอบในหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น การสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

ขณะที่ผลการปฏิบัติงานและศักยภาพในการทํางานมักอ้างอิงระบบอุปถัมภ์และระบบเส้นสาย มากกว่าผลการปฏิบัติงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติหรือศักยภาพที่แท้จริงของตัวบุคคล รวมทั้งบุคลากรตำรวจขาดศรัทธาในผู้บริหารองค์กร โดยบุคลากรระดับกองบัญชาการรู้สึกทํางานโดดเดี่ยวขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง" รายงานการศึกษาปัญหาการบริหารองค์กรตำรวจชี้ชัด



ด้านการแต่งตั้งโยกย้าย

พบว่าขาดความโปร่งใสเป็นธรรมและไม่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ การศึกษาพบว่าการแต่งตั้งโยกย้ายถูกแทรกแทรงโดยฝ่ายการเมือง

"มีการใช้เงินและเส้นสายเพื่อทําให้ตัวเองได้รับแต่งตั้งในตําแหน่งที่ต้องการ หรือโยกย้ายไปยังตำแหน่งที่ต้องการ พบว่าระบบ และนโยบายเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายมีส่วนทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ไม่เพียงพอต่อการพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่ง ส่วนเกณฑ์อาวุโสที่ใช้วัดในแต่ละส่วนงานมีระยะเวลาไม่เท่ากัน ทั้งยังขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน และผลักดันงานต่างๆ เนื่องจากผู้รับผิดชอบมาปฏิบัติงานนั้นเพียงระยะเวลาสั้นก็เกษียณอายุราชการ

และการโยกย้ายข้ามสายงานอาจทำให้เกิดการวิ่งเต้น เพื่อให้ได้ขึ้นตำแหน่งเร็วขึ้น หรือไปสู่ตำแหน่งที่ผลตอบแทนมากกว่า ข้าราชการเติบโตมาจากตำแหน่งเลื่อนไหลหากได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายไปยังสายงานอื่น อาจมีความสามารถไม่สอดคล้องกับตําแหน่งใหม่ที่ได้รับ เช่น จากพนักงานสอบสวนไปเป็นหัวหน้าสถานี หรือจากพยาบาลไปเป็นสารวัตร" ผลการศึกษาระบุ

ทั้งนี้ รายงานการศึกษา "ด้านการแต่งตั้งโยกย้าย" ระบุด้วยว่า แนวปฏิบัติในการแต่งตั้งส่งผลต่อการขาดประสิทธิภาพในการทำงาน ขาดการสานต่อโครงการต่างๆเมื่อบุคคลการถูกโยกย้าย ระบบการแต่งตั้งทําให้ผู้นําบางส่วนก้าวขึ้นสู่ระดับผู้นําแต่ขาดประสบการณ์การทํางานที่เหมาะสม ขณะที่การแต่งตั้งโยกย้ายในบางครั้งมิได้พิจารณาถึงความสอดคล้องระหว่างตัวบุคลากรและตำแหน่งหน้าที่ ทั้งยังพบว่า การโยกย้ายบางครั้งถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการลงโทษ

"และการแต่งตั้งโยกย้ายที่ล่าช้าส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการเรื่องอื่น" เป็นบทสรุปผลการศึกษาตอนหนึ่ง ที่ดูราวกับว่าตรงกับภาวการณ์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ขณะนี้









นายกฯ แนะ ธุรกิจยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ อยู่ร่วม ชาวไร่ชาวนา
บิ๊กตู่ บ่น ภาคธุรกิจต้องรู้จักปรับตัว ไม่ใช่ร้องขอแต่เงินลงทุน
คลีนๆ! เมนูใหม่แมคฯญี่ปุ่น "เวเจเทเบิล ชิกเกน เบอร์เกอร์"
นายกฯปรี๊ดสื่อ หาว่าทานขนมปัง ลืมค่านิยม 12 ประการ
′ชูวิทย์′ฟิวส์ขาด! ฉะแหลกซีรี่ย์กระบวนการ′ฟอกป่า-โกงชาติ′
ชมคลิป "ยิ่งลักษณ์" ร่วมสักการะหลวงพ่อคูณ-บริจาค 1 แสนให้คณะแพทย์ฯ ขอนแก่น
การ์ตูน คิวคน : "ทีวีดิจิตอล" โดย อรุณ วัชระสวัสดิ์
"จีน"กร้าว! ไล่เครื่งบินสอดแนม"มะกัน"พ้นพื้นที่พิพาท
รัฐบาลประชาธิปไตยเลือกตั้ง vs รัฐบาลเผด็จการทหาร : ประสบการณ์ล่าสุดของไทย โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์
บิ๊กตู่ แถลง 1 ปี คสช. "อย่าไปฟังคำพูดต่างๆ ที่มีการบิดเบือน สงสัยอะไรถามผม"
เทกระจาด! บรรทุกเทรลเลอร์ "ไฮลักซ์ รีโว"เตรียมไปเปิดตัวพลิกคว่ำ รถทะยานตกถนน(คลิป)
"แม้ไร้ขีดบนบ่า"แต่หัวใจ "บ่เปลี่ยนแปลง" อดีต "แม่หลวงกุ้ง" สวยที่สุดในประเทศ
นายกฯตู่สั่ง"สนง.ตร.แห่งชาติ" จัดการต้นตอที่นศ.สาวดื่ม หลังเมาค้างชนนักปั่นดับ3ศพ(คลิป)
ตร.หญิงเครียด! ภาพว่อนโซเชียล เผยเป็นตำรวจต่อจากบิดา ที่เสียชีวิตในหน้าที่
แค่มองเห็นเราเป็น"คน"บ้าง-ไม่เคยมีแม้คำ"เสียใจ" ฟัง"ญาติเหยื่อสาวซีวิค"กล่าวทั้งน้ำตา
iSWOP กับ AIS
เรียนดีเพราะเลิกเจ็บเท้า
เรียนดีเพราะเลิกเจ็บเท้า