ล้วงลึก"บลูสกาย" ทีวีเพื่อแฟน"พรรคสีฟ้า" กับ 3คำถามบนสมรภูมิจอสี

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 11:00:26 น.




สัมภาษณ์พิเศษ โดย พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์

(ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 14มี.ค.2555)

 

 



"...ผมไม่ได้คิดจะทำให้ช่องนี้ไปจบที่สีเหลือง หรือสีแดง ไม่ได้อยากพัฒนาให้ไปจบอยู่กับม็อบ แต่ต้องการทำให้คนไทยกว่า 60 ล้านคนดู ดังนั้น จะต้องเน้นเนื้อหาให้น่าดู นำเสนอข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริง..."

"เราเกิดท่ามกลางความต้องการ หลังเลือกตั้งสีฟ้าว้าเหว่ ต้องการกำลังใจ มันรู้สึกเคว้งๆ พอมีบลูสกาย แชนแนล (Bluesky Channel) มันมีศูนย์รวมใจ ในทางมาร์เก็ตติ้ง ถือเป็นจุดสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก พอดึงเบอร์หนึ่งของสีฟ้า อย่างคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาได้ ก็ยิ่งชัดว่านี่คือทีวีของแฟนสีฟ้าจริงๆ"

เถกิง สมทรัพย์ คนข่าวผู้โชกโชน เฉลยที่มาโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมน้องใหม่ ที่ใครหลายคนหมายหัวว่าเป็นทีวีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ นี่คือทีวีของแฟนพรรคสีฟ้าต่างหาก!

สัปดาห์ก่อน "มติชน" บุกถ้ำเสือไปยังชั้น 8 อาคารบางกอก ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อล้วงลึกที่มาทีวีดาวเทียม ช่องที่ฝ่ายตรงข้าม ปชป. สร้างภาพให้ดูน่ากลัวว่าคือ "แอร์วอร์" เพื่อทำสงครามข่าวสารกับรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"

แต่ภาพที่ปรากฏพบเพียงสตูดิโอ 1 ห้อง ออฟฟิศ 1 ห้อง และห้องประชุมย่อยอีก 2-3 ห้อง ไม่ต่างจากทีวีดาวเทียมขนาดเล็กทั่วไป

ใช้เวลาเดินหาไม่ถึง 5 นาที ก็พบผู้อำนวยการสถานีที่ชื่อ "เถกิง" นั่งทำงานอยู่หน้ากระดานดำที่มีผังรายการของบลูสกายทั้งสัปดาห์ปรากฏอยู่

จุดกำเนิดทีวีจอฟ้า เริ่มหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 เพียง 1 สัปดาห์ โดย "เถกิง" ชักชวนทีมงานที่เคยร่วมทำรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ให้มาร่วมทำทีวีเพื่อ ผู้สนับสนุน ปชป.

"ก็คุยกับวิทเยนตร์ (มุตตามระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.ปชป.) ภูษิต (ถ้ำจันทร์ ทีมกำกับรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ) ว่าถ้าจะทำ ทำได้ไหม เพราะมันเป็นงานที่ไม่ง่าย เมื่อโอเค ก็ให้วิทเยนตร์ที่ เคยทำธุรกิจดูเรื่อง บริหาร ส่วนภูษิตที่เคยทำทีวี ดูเรื่องโปรดักชั่น (การผลิต) ส่วนผมดูครีเอทีฟ นั่งคิดคอนเซ็ปต์รายการ ให้เป็นสถานีข่าวสารและสาระ" เถกิงย้อนอดีต



โดยที่มาชื่อ "บลูสกาย" มาจากแอ๊กเคานต์ในทวิตเตอร์ @Underthebluesky ของ "เถกิง" นั่นเอง

เขายืนยันว่า "บลูสกาย" ไม่ใช่ "ทีวีเฉพาะกิจ" เวลาร่างแผนธุรกิจ 5 ปี เขาจึงเขียนวิธีหา "กำไร" ไว้อย่างละเอียด

"ผมไม่ได้คิดจะทำให้ช่องนี้ไปจบที่สีเหลือง หรือสีแดง ไม่ได้อยากพัฒนาให้ไปจบอยู่กับม็อบ แต่ต้องการทำให้คนไทยกว่า 60 ล้านคนดู ดังนั้น จะต้องเน้นเนื้อหาให้น่าดู นำเสนอข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริง เพราะถ้านำเสนอออกไปแล้วคนไม่เชื่อ มันก็ทำอะไรไม่ได้"

ตั้งท้องเพียง 4 เดือน ระดมทุนจากเพื่อนฝูงมาได้ราว 20 ล้านบาท วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ทีวีจอฟ้าก็ได้ฤกษ์คลอด-ออนแอร์เป็นครั้งแรก

"เราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง เพียงแค่เห็นโอกาส เห็นพื้นที่ เห็นความเป็นไปได้ เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับบลูสกายที่เดียวเลย คือมันอยากทำ พออยากทำแล้ว ก็ไม่ได้คิดเทียบเคียงหรอก เพราะฉันอยากทำ และฉันมีความสามารถจะทำได้ คือเรามีทุนแค่เนี้ย การทำบนสตูดิโอเบส มันประหยัด เพราะถ้าทำกองข่าว มันแพงมาก เราทำแบบนี้ รีรันได้หลายรอบ ต้นทุนต่อชั่วโมงก็จะถูกลง"

หลักการเดียวที่เขายึดในการทำทีวีช่องนี้คือ "อย่าทำผิดกฎหมาย"

"ไม่ว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว หรือเปิดร้านอะไร เราต้องทำให้ถูกกฎหมาย ถ้ามันผิดกฎหมายก็อยู่ไม่ได้ ผมก็บอกไว้ชัดเจนว่า เราก็ทำด้วยความที่เป็นแฟนสีฟ้านะ แฟนสีฟ้าทำธุรกิจได้ ไม่มีปัญหานี่"

"นายสถานี" ยังเชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่แทรกแซงทีวีน้องใหม่ช่องนี้ เพราะมีบทเรียนจากการไล่ปิดรายการทีวี-วิทยุชุมชน ที่วิจารณ์รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร จนเกิด "สื่อปฏิปักษ์" ชัดแจ้ง ทั้ง "หนังสือรู้ทันทักษิณ" และสถานีโทรทัศน์ "เอเอสทีวี"

แม้ถูกมองเป็น "สื่อตรงข้าม" รัฐบาล ทว่าผลสะท้อนจากกรณี "ว.5 โฟร์ซีซั่นส์" ที่ "3 นักการเมืองฝีปากคม" หยิก-หยอก "นารี 1" ในรายการ "สายล่อฟ้า" จนเกิดเสียงวิจารณ์ขรม กลับทำให้ฝ่ายตรงข้าม ปชป.-ผู้ไม่หวังดีต่อบลูสกายต้องผิดหวัง

"การวิจารณ์ที่รุนแรง ถึงวันนี้ส่งผลบวก เพราะทำให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างมากๆ กระทั่งเรตติ้งบลูสกายขึ้นทั้งสถานี ถึงวันนี้มีผลอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าไปติดอยู่ในท็อปทรีสถานีข่าว เป็นรองแค่เนชั่น แชนแนล และสปริงนิวส์เท่านั้น"

หลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าเรตติ้งบลูสกายกำลังทะยานคือ จำนวนข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ที่ส่งเข้ามาในสถานี

เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ มีถึง 4 หมื่นข้อความ จากหมายเลขโทรศัพท์ที่แตกต่างกัน 1 หมื่นหมายเลข

เฉพาะรายการ "สายล่อฟ้า" ชั่วโมงเดียว มียอดเอสเอ็มเอสสูงสุดถึง 1.2 พันข้อความ

เอ่ยถึงรายการยอดฮิตนี้ "เถกิง" ก็เล่าเบื้องลึก-เบื้องหลังด้วยน้ำเสียงสนุกสนานทันที

ที่มาของ "3 พิธีกรฟ้าผ่า" ประกอบด้วย เทพไท เสนพงศ์-ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต-ศิริโชค โสภา นั้น ตามแผนเดิมมี "เทพไท" เป็นตัวยืน โดยจะนั่งจัดรายการกับ บุญยอด สุขถิ่นไทย-อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นอกจากนี้ ยังมีชื่อ วัชระ เพชรทอง เป็น 1 ในแคนดิเดต

แต่ต่อมา "ชวนนท์" เดินเข้ามาขอ "เถกิง" จัดรายการ หลังถูกทีวีจอแดงอย่าง "เอเชีย อัพเดท" โจมตีหนักในฐานะโฆษก ปชป.

ขณะที่ "วอลเปเปอร์" ตามมาสมทบ เป็นคนสุดท้าย แต่งานนี้ขอฉายทั้งเสียง-ภาพ โดยโฆษณาสรรพคุณตัวเองว่า "ผมเป็นคนฮาๆ นะ"

สุดท้าย "นายสถานี" จึงเคาะ 3 ชื่อ 3 คน โดยวางบทให้ "ชวนนท์" เป็นตัวเดินเรื่อง "เทพไท" เป็นตัวตบมุข ด้วยลีลาตลกแบบบ้านๆ ส่วน "ศิริโชค" นอกจากจะเป็นคลังข้อมูลแล้ว ยังเป็นพวก "ตลกหน้าตาย"

หลังจากนั้น มีการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพลง "สายล่อฟ้า" แต่ปรากฏว่าแกรมมี่ไม่ขาย อาจเพราะหวั่นเกรงภัยการเมือง ทีมงานจึงตัดสินใจทำดนตรีกันเอง ก่อนจะเปลี่ยนสโลแกนรายการจาก "ลุกขึ้นสู้ท้าคำขู่" เป็น "ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า"

ส่วนคอนเซ็ปต์รายการ มาจากรสนิยมทางดนตรีของ "เถลิง" ล้วนๆ ทั้งโลโก้สายล่อฟ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากโลโก้วงดนตรีเฮฟวีเมทัลชื่อดัง ไม่ว่า "คิส เอซีดีซี" หรือ "เมทัลลิก้า" ส่วนโทนสีรายการที่ใช้ดำ-ฟ้า มาจากบรรยากาศคลับแจ๊ซในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่ชื่อ "บลู โน้ต แจ๊ซ คลับ"

ด้านอุปกรณ์ประกอบฉาก ที่เป็นจอแอลซีดีฉายรูปสายฟ้าฟาด มาจากความบังเอิญว่าในเทปแรก หาหม้อแปลงที่จะนำมาจ่ายไฟให้หลอดไฟดัดรูปสายฟ้าไม่ได้ จึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการฉายภาพผ่านจอแอลซีดีแทน

แต่ปรากฏว่าดูดีกว่าที่คิด ของ "แก้ขัด" จึงถูกใช้ "ถาวร" นับแต่นั้นมา

ส่วนอื่นในทีวีช่องนี้ ยังมีเรื่องเล่าฮาๆ อีกมากมาย อย่างรายการ "ฟ้าทะลายโจร" ก็มีที่มาจากชื่อยาสมุนไพรไทยชนิดหนึ่ง แต่ที่เรื่องอาจไม่สนุกนักคือโอกาสอยู่รอดในทางธุรกิจ

"ช่วง 3-4 เดือนแรก มีโฆษณาเข้ามาน้อยมาก ก็อยู่ได้ด้วยการขายจานดาวเทียม แต่เวลานี้เริ่มมีโฆษณาเข้ามาบ้าง จะรู้หมู่รู้จ่าก็หลังจากทำไป 1 ปีแล้ว ตอนนี้ต้องใช้เงินเดือนละ 2-3 ล้านบาท ถ้าไม่มีเงินก็จอด"

เขาสรุปส่งท้าย ในวาระเปิดอก-คุยเบื้องหลังทีวีจอฟ้าใส ที่โผล่ขึ้นมาในช่วงที่บรรยากาศการเมืองยังขมุกขมัว!!!

................

 

3คำถามบนสมรภูมิจอสี


- บลูสกายฯจะอยู่อย่างไร ท่ามกลางภาวะที่ทุกกลุ่ม-ทุกสี มีทีวีของตัวเอง

การเกิดขึ้นของทีวีความคิดเครือข่ายต่างๆ ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงทุกอันให้ได้ จากนั้นคนดูเขาจะเลือกเองว่าจะเชื่อใคร ซึ่งผมก็แฮปปี้ที่เคเบิลทีวีที่ จ.อุดรธานี ของบลูสกายลงได้ เขาจะชม-ไม่ชม หรือชอบ-ไม่ชอบ ก็เป็นสิทธิของเขา แต่ผมเชื่อว่าถ้าคนทั้งประเทศมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลทุกฝ่าย เปิดใจดูอย่างเท่าเทียมกัน ท้ายที่สุดไอ้พวกสุดขั้วจะเข้าหาตรงกลาง

- หวั่นเรื่องถูกอำนาจรัฐกลั่นแกล้งหรือไม่

คิดว่าคนซีกรัฐบาลเขาฉลาดในการใช้สื่อมาก สุดท้ายเขาต้องปล่อยให้เราเดินหน้าไป เพราะรู้ว่าการใช้วิธีมากดดัน มันเป็นไปไม่ได้แล้วในยุคนี้ การเกิดทีวีคู่ขนาน มีหลายสี ไม่ใช่สีเดียว มันก็เป็นเรื่องดีกับทุกฝ่าย แค่สู้กับด้วยสื่อ โอ้.. ซีกรัฐบาลเก่งที่สุดแล้ว เราเล็กนิดเดียว เขาก็รู้ว่าเราเล็ก

- ในการต่อสู้ทางการเมืองมีการปล่อยข่าวลือ-ข่าวลวง บลูสกายจะมีบทบาทช่วย ปชป.หรือไม่อย่างไร

เราก็ทำงานข่าวของเราไป เรื่องการชี้แจง-ตอบโต้เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่แล้ว บลูสกายพียงแค่นำเรื่องเหล่านั้นมาเสนอต่อ ข่าวที่บลูสกายกับนักข่าวภาคสนามได้ ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย พวกคุณได้ พวกผมก็ได้ เผลอๆ พวกคุณนำเสนอก่อนด้วยซ้ำ








สืบบางกอกน้อยรวบ′เต้ โอรส′คาแมนชั่น จรัญสนิทวงศ์
นศ.รวมตัว ร้อง!คสช.เอาผิดรับน้องโหด เสนอรุ่นพี่กำหนดรูปแบบรับน้องให้ผู้ปกครองทราบ
กัมพูชายินดีครม.ใหม่ ลั่นห้ามกลุ่มต้านคสช.ใช้เขมรกบดาน บิ๊กตู่พร้อมเยือนพบฮุนเซน
เมาธ์ลั่นตึกแกรมมี่ "อ๊อฟ ปองศักดิ์" ทะเลาะถึงขั้นหมางใจ "ดีเจพี่ฉอด"
จุดเหมือน จุดต่าง สุรยุทธ์ กับ ′ประยุทธ์′ 2 รัฐบาล ′ทหาร′
ไม่เป็นรองใคร "เเคท-เเคทรียา" โชว์หุ่นเซ็กซี่กระชากใจเบาๆ
ช็อค!มีคนลงไปเดินบนรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ไปสุวรรณภูมิ
โลกยกนิ้วให้! เปิดโฉมหนุ่มพิสดาร"หัวอยู่ด้านหลัง" ผู้กลายเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ (ชมคลิป)
ฮือฮา นาซาเปิดภาพสุดระทึกหายาก"พายุสุริยะ"หลายลูก ปะทุบนผิวดวงอาทิตย์ (ชมคลิป)
"ธรรมศาสตร์" แจงปรับปรุงโรงอาหาร คงเมนูข้าวแกงราคาประหยัดตามเดิม!
โฉมหน้า ′ครม.ประยุทธ์ 1′
จะฮากันไปไหน!! เมื่อชาวเน็ตตัดต่อ "ธีระ นิติราษฎร์" หลังโพสต์บอก "ช่วยตัดต่อภาพนี้ให้หน่อยครับ"
จดหมายน้อยจากลูกศิษย์ ถึง "ครูวรเจตน์" ผู้จุดไฟในสายลม
รู้หรือไม่? "นวน เจีย" จำเลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร เคยเรียนมหาวิทยาลัยใดในเมืองไทย
"ชูวิทย์" โพสต์ พลเอกประยุทธ์-สุเทพ-สนธิ นี่สินะ "The Power of Change"