100 ปีผ่านไป ทั่วโลกรำลึก"ไททานิก"โศกนาฏกรรมเรือล่มที่ไม่มีใครลืมลง

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 20:30:33 น.




เมื่อวันที่ 15 เมษายน ปี 1912 หรือ 100 ปีที่แล้ว เรือเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลกที่ว่ากันว่า"ไม่มีวันจม" ได้ดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง ในระหว่างการเดินทางจากเมืองท่าเซาธ์แธมป์ตันในประเทศอังกฤษ สู่มหานครนิวยอร์ก

 

 

กิจกรรมเพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,500 คน ถูกจัดขึ้นในหลายสถานที่  อาทิ เมืองเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์ แหล่งกำเนิดของเรืออาร์เอ็มเอส ไททานิก ซึ่งมีการจัดสร้างอนุสรณ์สถานไททานิก เมโมเรียล การ์เดน  ในจุดที่เริ่มมีการก่อสร้างครั้งแรก พร้อมทั้งรายชื่อของผู้เสียชีวิตทั้ง 1,512 คน ที่ถูกจารึกไว้บนแผ่นทองแดง  ซึ่งรวมถึงเมืองเซาธ์แธมป์ตัน จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสุดท้ายของไททานิก ซึ่งคาดว่าจะมีญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมจำนวนมากร่วมวางพวงหรีดและยืนไว้อาลัย

 

 

ไททานิก เดินทางออกจากท่าเรือเซาธ์แธมป์ตัน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 1912 และจมลงในมหาสุทรแอตแลนติก ในอีก 5 วันต่อมา ห่างจากชายฝั่งรัฐนิวฟันด์แลนด์ของแคนาดา ประมาณ 460 กิโลเมตร

 

ทั้งนี้ นอกจากมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรือไททานิกทั่วโลก อาทิ ลาสเวกัส ซานดิเอโก ฮิวส์ตัน และสิงคโปร์ ซึ่งมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่พบจากเรือแล้ว ยังมีการจัดสร้างศูนย์นักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นครเบลฟาสต์ โดยใช้ชื่อว่า "ไททานิก เบลฟาสต์" ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในบริเวณที่เคยเป็นอู่ต่อเรือฮาร์แลนด์ แอนด์ วูล์ฟ สถานที่ก่อสร้างไททานิก  ที่ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี และใช้แรงงานมากกว่า 5,000 คน

 

ศูนย์นิทรรศการ"ไททานิก เบลฟาสต์"

 

ใกล้กัน ที่อนุสรณ์สถานไททานิก เมโมเรียล การ์เดน ได้มีการจัดพิธีรำลึกเช่นกัน โดยที่ไร้การแบ่งแยกชนชั้นระหว่างผู้โดยสารชั้น 1 และชั้่นธรรมดา ดั่งเช่นในสมัย 100 ปีก่อน โดยรายชื่อทั้งหมดถูกจารึกไว้ตามลำดับตัวอักษรอย่างเท่าเทียม

 

หากสังเกตดีๆ จะพบว่าสองชื่อในนั้น มีเครื่องหมายดอกจันกำกับอยู่ด้านหลัง คือ "นายจอห์น ฮอร์แกน" และ "นายโธมัส ฮาร์ท" ด้านเคลลี ฟริเซล สมาชิกสภาเมืองเบลฟาสต์ออกมาเฉลยว่า แท้จริงแล้ว เครื่องหมายดอกจันแสดงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เดินทางโดยใช้ชื่อดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ใช้ชื่อจริงเช่นนั้น และแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นตัวจริงหรือไม่ "ชีวิตก็คือชีวิต และชีวิตนั้นก็ได้ดับสูญไปแล้ว" และทางการก็ไม่สามารถทอดทิ้งใครได้อีก

 

พิธีรำลึกเริ่มขึ้นที่เมืองฮาลิแฟ็กซ์ ซึ่งเป็นจุดที่เรือกู้ภัยออกไปกู้ศพในน่านน้ำมหาสมุทรแอตแลนติกที่หนาวเย็นจนเป็นน้ำแข็ง และเป็นสถานที่ฝังศพ 150 ชีวิต ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 1,514 คน นอกจากนี้ยังมีการจัดงานรำลึกในอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ และสหรัฐฯ

 

งานเริ่มขึ้นเมื่อค่ำวันเสาร์ เมื่อผู้ร่วมพิธีมารวมตัวกันที่พิพิธภัณฑ์แอตแลนติกในเมืองฮาลิแฟ็กซ์ จากนั้นเคลื่อนขบวนถือเทียนรำลึก เดินตามรถม้าที่ผ่านย่านใจกลางเมือง แวะตามจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมดังกล่าว จนกระทั่งไปหยุดที่ศาลาว่าการเมืองเพื่อประกอบพิธี มีวงดนตรีท้องถิ่นและวงดุริยางค์กองทัพแคนาดาบรรเลงเพลง ในจำนวนนี้มีเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตราไททานิกเมื่อ 100 ปีก่อนด้วย

 

หลังจากนั้นทุกคนสงบนิ่งในเวลา 00.27 น.ของวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาที่ทางการโนวาสโกเทียของแคนาดาได้รับโทรเลขสุดท้ายจากเรือไททานิก หลังจากนั้นมีการลั่นระฆังที่โบสถ์ 4 แห่ง ซึ่งฝังร่างผู้เคราะห์ร้ายเมื่อ 100 ปีก่อน และยิงพลุขึ้นฟ้า

 


ปัจจุบัน เรื่องราวของไททานิกแปรเปลี่ยนจากโศกนาฏกรรมกลายเป็นภาพยนตร์, หนังสือ, เพลง, บทกวี  พิพิธภัณฑ์ต่างๆนำเอาข้าวของเครื่องใช้จากเรือไททานิกไปจัดแสดง  เจมส์ คาเมรอน หยิบยกชะตากรรมของเรือไททานิกไปสร้างเป็นภาพยนตร์  ที่กวาดรางวัลออสการ์ไปครองถึง 11 ตัวในปี 1997 จนกลายหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลกตลอดกาลถึง 12 ปีซ้อน และยังทำให้มีผู้ผลิตสารคดีเกี่ยวกับเรือไททานิกติดตามมาอีกนับไม่ถ้วน
      
ไททานิก เป็นเรือเดินสมุทรของบริษัท ไวท์ สตาร์ ไลน์ ต่อขึ้นที่เมืองเบลฟาสต์ของไอร์แลนด์ ในระหว่างปี 1909-1911 ออกเดินทางเที่ยวแรกและเที่ยวสุดท้ายจากเมืองเซาธ์แธมป์ตันของอังกฤษสู่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 10 เมษายน ปี 1912 โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือร่วมเดินทางกว่า 2,200 ชีวิต ต้องนำเนื้อสัตว์และปลาขึ้นไปประกอบอาหารกว่า 130,000 ปอนด์ ไอศกรีมอีก 1,750 ปอนด์ ขณะที่เรือชูชีพมีอยู่เพียง 20 ลำ จากที่ออกแบบไว้ให้สามารถติดตั้งได้ถึง 32 ลำ

 

 

ระหว่างเดินทาง ลูกเรือไททานิกได้รับสัญญาณเตือนให้ระวังภูเขาน้ำแข็งมากกว่า 30 ครั้ง แต่ไม่ได้แจ้งให้กัปตันรับทราบ จนกระทั่งเรือชนเข้ากับก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาในเวลา 11.40 น. ของวันที่ 14 เมษายน และจมลงสู่ก้นมหาสมุทรลึกกว่า 4,000 เมตรนอกชายฝั่งนิวฟันด์แลนด์ ในเวลา 2.20 น. ของวันที่ 15 เมษายน
      
สถิติการรอดชีวิตบนเรือไททานิกยังผันแปรตามจำนวนเงินในกระเป๋าอย่างเห็นได้ชัด ร้อยละ 60 ของผู้โดยสารชั้น 1 มีโอกาสกลับไปเล่าประสบการณ์ระทึกให้ลูกหลานฟัง ขณะที่ผู้โดยสารชั้น 2 และลูกเรือรอดชีวิตเพียงร้อยละ 42 และ 25 หลากกิจกรรมรำลึก 100 ปี โศกนาฏกรรมกลางสมุทร

 

รายการอาหารสำหรับผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นธรรมดา


      
ด้านเรือสำราญ เอ็มเอส บัลมอรัล ของอังกฤษก็จัดทริป "ย้อนรอยไททานิก" สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากสัมผัสการเดินทางไปพร้อมกับเรือไททานิกเหมือนเมื่อ 100 ปีก่อนซึ่งเพิ่งออกเดินทางจากท่าเรือเมืองเซาแธมป์ตันไปเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุให้ทันวันที่ 15 เมษายน ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังรัฐโนวา สโกเทีย สถานที่ฝังศพผู้เสียชีวิต และสิ้นสุดที่นครนิวยอร์ก จุดหมายที่เรือไททานิกไม่เคยเดินทางไปถึง

 

เรือสำราญ "เอ็ม เอส บัลมอรัล"

 

 

การเดินทางครั้งนี้มีผู้โดยสารจาก 28 ชาติ รวมทั้งสิ้น 1,309 คน เท่ากับจำนวนผู้โดยสารบนเรือไททานิกเมื่อปี 1912 ซึ่งรวมถึงญาติพี่น้องของเหยื่อ นักเขียน นักประวัติศาสตร์ และผู้คนที่สนใจในเรื่องราวของไททานิก โดยการเดินทาง 12 คืนครั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายคนละ 2,799-5,995 ปอนด์ โดยอาหารที่เสิร์ฟบนเรือก็คัดลอกจากเมนูบนเรือไททานิกทุกประการ


นอกจากนั้น องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งองค์การสหประชาชาติ หรือยูเนสโกเพิ่งประกาศในเดือนเมษายนนี้ ให้ซากเรือไททานิกซึ่งจมอยู่ก้นมหาสมุทรในเขตน่านน้ำสากลตกอยู่ในความคุ้มครองของยูเนสโก ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมใต้ทะเลปี 2009 ซึ่งจะมีผลให้ชาติภาคีอนุสัญญามีสิทธิ์สั่งห้ามทำลายหรือซื้อขายโบราณวัตถุที่ได้จากเรือไททานิก ตลอดจนมีส่วนร่วมปกปักรักษาให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อไป.


 

 








ชวนมาดู! ตกลงนี่ "หมู" หรือ "ช้าง"
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้้ กับ "คอลัมน์ดาวกับดวง" วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2557 โดย พิมพ์พรร
"บีม วรานิษฐ์" ควงแม่-น้อง แถลงข่าวท้องสี่เดือน เผยตั้งใจเป็นซิงเกิ้ลมัม วอนสังคมช่วยเห็นใจ
วันที่ ไม่มี "เจ๊ยุ" ถาม "บิ๊กตู่" แต่มี "วาสนา นาน่วม" ถามเรื่อง "ยิ่งลักษณ์และทักษิณ" (ชมคลิป)
"ชูวิทย์" ซัด ป.ป.ช.มีมติให้ "สปช." ไม่ต้องแสดง"บัญชีทรัพย์สิน" บอกสิ้นหวังแล้วกระบวนการยุติธรรม
ชมคลิป เจาะใจ ดอกเตอร์บัวขาว ตอบคำถามฮอต จากว้าวุ่นเรื่องรัก ถึง ปมป่วน K-1
"วาสนา นาน่วม" นักข่าวเซเลบฯ สายทหาร โต้ "อ.ปวิน" ยันไม่ได้เลีย "นายกฯ ตู่"
ชาวประมงเวียดนามจับ "กระโห้ยักษ์" หนักกว่า 130 กก. มูลค่ากว่า 3 แสนบาทได้
อู้หู! 30 ล้าน คือ ค่าตัวต่อ 1 งานของ "แอน มิตรชัย" ในดินแดนบอลลีวู้ด
ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ เหตุ "เเสตมป์" เลือก "ฟาร์ม" เข้ารอบต่อ ในเดอะวอยซ์ ซีซั่น 3
แชร์สนั่น! คลิป "แจ๊ส ชวนชื่น" แสดงสด ให้สองสาวถอดเสื้อในนัวเนียบนร่างกาย จวกไม่เหมาะสม !!
ต้นสังกัดคอนเฟิร์ม!! "มุนกึนยอง" ตั้งท้องกับ "คิมบอม" 2 เดือนเเล้ว
เป๊ะเหมือนเดิม! "ปีใหม่ สุมนรัตน์" โชว์บิกินี่ อวดหุ่นเก๋ริมทะเล
ชาวเน็ตให้กำลังใจ "แพท ณปภา" หลุดอุทานของลับออกทีวี ชี้เป็นเหตุสุดวิสัย (ชมคลิป)
67 ยังสวยเป๊ะ!! ลือสนั่น "อาภัสรา หงสกุล" ทุ่มเงิน 2.5 ล้านบาทเข้าคอร์สเสริมความงาม