"ซำซูดิน" - ชมรมร้านต้มยำกุ้งมาเลย์แถลงย้ำไม่เกี่ยวก่อการร้ายภาคใต้

วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 22:40:00 น.




เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่โรงแรมบีพี แกรนด์ทาวเวอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชมรมต้มยำกุ้งประมาณ 50 คน ร่วมแถลงข่าวแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจหลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายวันซำซูดิน ดินวันฮูเซ็น ผู้ประกอบการร้านอาหารต้มยำในประเทศมาเลเซีย ชาวจ.ยะลา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายซำซูดิง คาน แกนนำกลุ่มพูโล นายอภิชาติ เหลิมโส๊ะ เจ้าของร้านต้มยำลาล่า ชาวจ.สงขลา และนายอับดุลรอฮะ กามาน ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร่วมแถลงข่าว

นายอภิชาติ กล่าวว่า คำว่าต้มยำกุ้งคือสัญลักษณ์ของอาหารไทยฮาลาล ที่ชาวไทยมุสลิมเริ่มต้นบุกเบิกเปิดร้านอาหารไทยในมาเลเซียจนเป็นที่นิยม เนื่องจากคนมาเลเซียไม่นิยมทำอาหารกินเอง จึงกินต้องหาอาหารนอกบ้านกิน ซึ่งผู้ประกอบการในประเทศมาเลเซียกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ มาจากจ.สงขลา จ.พัทลุง จ.สตูลและจังหวัดอื่น โดยที่ใช้ต้มยำกุ้งเป็นสัญลักษณ์เพื่อให้ง่ายแก่การจดจำของลูกค้า ซึ่งหลังจากที่มีข่าวออกไปว่ากลุ่มต้มยำกุ้งเป็นกลุ่มก่อการร้ายในประเทศไทย ทำให้ทัวร์ต่างๆ ยกเลิกจอง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยช่วงปกติจะมีลูกค้ากว่าวันละ 200-300 คน ก็เหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น รวมถึงลูกค้าที่อยู่ในประเทศอินโดนีเซียก็กลัว จนไม่มาใช้บริการ

นายวันซำซูดิน กล่าวว่า พวกตนรวมตัวผู้ค้าอาหารในกัวลาลัมเปอร์กว่า 50 คน เดินทางมาที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อมาแสดงให้คนในประเทศไทยเห็นว่าพวกตนเป็นผู้บริสุทธิ์ กล้าแสดงตัว โดยประกอบอาชีพสุจริต หาเงินเลี้ยงครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

นายวันซำซูดินกล่าวต่อว่า วันที่ถ่ายภาพตามที่ปรากฏตามสื่อนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) พาผู้จัดการคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 5 จังหวัด รวมถึงทหารตำรวจประมาณ 30 คน และคณะทูต มาพบกับผู้ประกอบการต้มยำเพื่อจะให้เงินกู้ต่อผู้ประกอบการไปพัฒนาร้าน และทำใบอนุญาตทำงานให้กับลูกจ้างภายในร้าน จึงมาประชุมกันที่ร้านลาล่าของนายอภิชาติ โดยมีนักข่าวที่ธนาคารอิสลามฯ พามา และถ่ายรูปการพูดคุยไว้ หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนกว่าก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่อ.หาดใหญ่ และจ.ยะลา ซึ่งเช้าวันเดียวกันก็มีรูปของตนถ่ายกับพ.ต.อ.ทวีลงในนิตยสารบางฉบับ และออกข่าวว่า พ.ต.อ.ทวี ไปเจรจากับพวกแกนนำผู้ก่อการร้าย ทำให้พวกตนตกเป็นจำเลยของสังคม ทั้งๆ ที่การพูดคุยในวันนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องก่อการร้ายเลย 

"กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าสื่อบางฉบับที่ไม่มีจรรยาบรรณในการเสนอข่าว ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง และความรู้สึกของผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งผลกระทบที่ตามมานั้นมากมายมหาศาล โดยเฉพาะเยาวชนที่ไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ประมาณ 2-3 แสนคน ต้องรับผลกระทบ กลายเป็นจำเลยของสังคม ทำให้เขากลัว ไม่กล้ากลับบ้าน เกรงว่าจะถูกตำรวจจับ และยังเป็นห่วงพ่อแม่ในเมืองไทย ว่าสังคมจะมองพวกเขาอย่างไร ต้องตกอยู่ในความรู้สึกที่ถูกสังคมลงโทษ แล้วในอนาคต หากมีคนชักจูงเด็ก 2-3 แสนคนนี้ด้วยเจตนาไม่ดี ก็อาจถูกชักจูงได้ง่าย" นายวันซำซูดิน กล่าว

นายวันซำซูดิน กล่าวว่า อยากขอบคุณพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพ.ต.อ.ทวี รวมทั้งรัฐบาลที่มาเยี่ยมหลังจากที่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา ยืนยันว่าทุกคนในที่นี่ไม่เกี่ยวกับขบวนการก่อการร้าย จึงอยากขอความกรุณาจากสื่อและชาวไทยทุกคนให้ความเป็นธรรมกับสมาคมและผู้ประกอบการต้มยำด้วย รวมทั้งน้องๆ เยาวชนที่ทำงานอยู่ ขอพื้นที่ให้พวกเขายืนอยู่ในประเทศไทยให้เหมือนกับคนไทยทั่วไปอย่าได้มีอคติกันอีกเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมีความเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายแอบเข้าไปแฝงตัวในร้านต้มยำกุ้ง นายซำซูดิน กล่าวว่า ตนไม่เคยตรวจสอบประวัติคนงานที่ร้าน รวมถึงวุฒิการศึกษา เพียงแต่เน้นย้ำเรื่องห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น ส่วนพฤติกรรมในร้านที่ทำงานก็เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันทั่วไป ส่วนเรื่องการตรวจสอบประวัติต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มาเลเซีย 

ขณะที่นายอับดุลรอฮะ กล่าวว่า ร้านอาหารไทยมีทั่วโลก แต่ทำไมถึงโยงร้านอาหารในมาเลเซียเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีนัยยะทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่มาในครั้งนี้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าพวกเราอยู่ในขบวนการจริงๆ พวกเราไม่กล้ามาเสนอความจริง จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย เพื่อปรับความเข้าใจและเสนอขอแลกเปลี่ยนให้ 2 ประเทศได้ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตทำงานต่างประเทศ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาพยายามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องก็ไม่ได้ผล




กรรมการสิทธิฯ เเถลงการณ์ประณาม หน.ไปรษณีย์ ลวนลามลูกน้อง แนะอย่าเพิ่งลาออก
อ่านประสบการณ์ตรง "นายทหารบริการ" นักวิชาการเจาะลึกระบบบริหารมนุษย์ในค่ายทหาร
กาละแมร์ พัชรศรี ประกาศปณิธาน "ก่อนถึงอายุ 99 ห้ามเข้า (โลง) เด็ดขาด"
หมอเอวาปรากฏตัวครั้งแรกหลังถูกเฮียมูพักงาน ควงเพื่อนชายน้องหมาพักผ่อน
′โบลต์′ เปิดใจหลังโดนช่างภาพจีนชนล้ม พูดติดตลกต้องไปทำประกันที่ขาแล้ว (คลิป)
ช่างซ่อมเครื่องยนต์ปลูกอ้อยครั้งแรก ได้ผลผลิต 25 ตัน ต่อไร่
"คริส หอวัง"แจงดราม่าภาพนั่งรถเข็นผู้ป่วยที่สนามบิน แค่ปวดท้อง!
ฟอร์ด F-150 แรพเตอร์ กระบะใหญ่พันธุ์แกร่ง สไตล์มะกัน
อีสานโพลเผย "บิ๊กตู่-ยิ่งลักษณ์" คว้านักการเมืองแห่งปี ทักษิณ ยังแพ้
รวบเชฟใหญ่พร้อมเมีย ค้ายาบ้า ยึดของกลางพร้อมทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 35 ล้านบาท
การ์ดที่ส่งไปไม่ถึงมือแม่..."พยาบาล"เล่าเหตุสลด กระบะนร.ชนต้นไม้เทกระจาดตาย8ศพ
"ตู่ นันทิดา" อดีตภรรยา เข้าเยี่ยม "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์" ที่เรือนจำ แจงไม่มีอภิสิทธิ์
พยานแฉยิบเส้นทางหนี หนุ่มหิ้วเป้ หลังบึ้มเผ่นไปสนามบิน จยย.ส่งเกสต์เฮ้าส์ก่อน!
ชาวเน็ตแห่ชื่นชม "เจ้าตูบใจสิงห์" เสี่ยงตายนั่งเตือนภัยระเบิด 5 ลูก
ท่องให้ขึ้นใจ! "คุกขั้นต่ำ3ด.-ปรับ1หมื่น" เช็กจุดเสี่ยงพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ใหม่
เวสต์เกต ย่านใหม่ ไลฟ์สไตล์ใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม
เอไอเอส เอาใจลูกค้าเติมเงินผ่าน eService อัดโบนัสโทรฟรีสูงถึง 15%
เวสต์เกต ย่านใหม่ ไลฟ์สไตล์ใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม
เอไอเอส เอาใจลูกค้าเติมเงินผ่าน eService อัดโบนัสโทรฟรีสูงถึง 15%