ก.ต.ช.มีมติไม่ยุบ "ศชต." พร้อมจ่ายชดเชยตำรวจสาย ป.พิการ-เสียชีวิตรายละ 5 แสน เท่าตร.ใต้

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 19:52:52 น.

 

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงว่า การประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่ 1/2555 ในวันนี้ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมีคณะกรรมการ ก.ต.ช.เข้าครบทุกคน โดยการประชุมวันนี้มีหลายเรื่องที่สำคัญ เรื่องแรกเป็นเรื่องยาเสพติด จะยกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งภูมิภาคอาเซียน สืบเนื่องการที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปประชุมผู้นำอาเซียน ทุกประเทศเห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของภูมิภาค ต้องร่วมกันแก้ปัญหา ทั้งการป้องกันและปราบปราม การดูแลแนวชายแดนร่วมกัน ลดพื้นที่การปลูกฝิ่นโดยการปลูกป่าทดแทน โดยมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพในการพิจารณาเรื่องนี้ภายใต้การกำกับดูแลของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้มีการเรียกประชุมฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด และในการประชุม ก.ต.ช.ครั้งนี้ให้ ตร.จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อไปเสนอต่อไป


พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องการปรับปรุงการทำงานของตำรวจในภาคใต้ ในการปรับโครงสร้างศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ที่ก่อนหน้านี้ ก.ต.ช.ครั้งที่ 4/2554 ลงวันที่ 9 เมษายน มีมติให้ยุบ ศชต.ไปขึ้นต่อ บช.ภ.9 ตามโครงสร้างเดิมวันนี้ ก.ต.ช.กลับมติ ให้คง ศชต.ไว้เหมือนเดิม และรับหลักการให้ปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการใน ศชต.เพิ่ม บก.อีก 3 บก. 1.สืบสวนสอบสวนคดีด้านความมั่นคง 2.งานยุทธศาสตร์ 3.งานด้านการติดตามเทคโนโลยีกล้องซีซีทีวี และมีมติให้คงศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) จ.ยะลาไว้ และให้ผู้บังคับบัญชา ระดับรอง ผบ.ตร.ไปบัญชาการในพื้นที่ โดยอยู่ในพื้นที่ 24 ชั่วโมงคอยดูแลมอนิเตอร์เหตุการณ์โดยตลอด ประสานกับ ศปก.ตร.ส่วนหลัง ซึ่งมี ผบ.ตร.เป็น ผอ.ดูแลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่ง ศปก.ตร.สน.จะมีหน้าที่ในการดูแลพื้นที่เขตเทศบาลเมือง ดูเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นการเฉพาะและ ผอ.ศปก.ตร.ที่เป็นระดับรอง ผบ.ตร.จะสามารถบูรณาการกำลังในส่วนต่างๆ ทั้ง ตชด. ตำรวจสอบสวนกลางในพื้นที่ได้ทันที ทั้งนี้จะได้ประสานหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้สะดวกขึ้น


พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การให้คงไว้ ศปก.ตร.ส่วนหน้าครั้งนี้จะมีการแต่งตั้งไปทำงานในตำแหน่งประจำไม่ให้เป็นการช่วยราชการอย่างที่ผ่านมา พร้อมกำหนดระยะเวลาในการทำงานประจำที่ ศปก.ตร.ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทางฝ่ายกำลังพลกำลังไปดำเนินการเรื่องนี้อยู่ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดูแลเรื่องวางระบบซีซีทีวีให้มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงกับกล้องซีซีทีวีของหน่วยราชการ  เอกชนและของประชาชนในพื้นที่ได้เมื่อเกิดเหตุจะได้นำข้อมูลมาใช้ได้ทันที นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังเร่งรัดสำนวนการสอบสวนในพื้นที่ภาคใต้ และการส่งฟ้องไม่ให้สำนวนค้าง และให้ดูแลเรื่องนักท่องเที่ยวไม่ให้นักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงการดูแลเรื่องอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่ออาชญากรรมอื่นๆ ด้วย


พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า เรื่องที่ 3 ก.ต.ช.มีมติโอนศูนย์ฝึกอบรม บช.ภ.1-8 และ ศชต. ไปสังกัด บช.ศ.ทั้งหมด โดยขั้นตอนจะเสนอ ก.ตร.เพื่อตัดโอนตำแหน่งไปยัง บช.ศ. เมื่อ ก.ตร.อนุมัติตำแหน่ง ก็จะเสนอ ครม.เพื่อแก้กฎกระทรวง ปรับปรุงโครงสร้างต่อไป เรื่องที่ 4 ก.ต.ช.มีมติยุติเรื่องการยกระดับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เป็นกองบัญชาการตามที่เสนอมา ให้คงเป็นหน่วยงานระดับกองบังคับการเหมือนเดิม โดยให้เหตุผล 3 ข้อ คือ 1.การยกระดับจะทำให้สายการบังคับบัญชายาวเกินไปไม่คล่องตัวในการทำงาน 2.การยกระดับต้องมีการแก้ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 11 วรรค 2    3.จะมีปัญหาเรื่องงบประมาณและบุคลากร


พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เรื่องที่ 5 ก.ต.ช.มีมติให้รัฐบาลจ่ายเงินทดแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สายงานปราบปรามทั้งหมดที่ทุพพลภาพและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รายละ 5 แสนบาทเช่นเดียวกับการจ่ายเงินชดเชยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการจ่ายเงินชดเชยเป็นรายคนใช้งบประมาณน้อยกว่าการทำประกันชีวิตให้ตำรวจสายปราบปรามทั้งระบบ นอกจากนั้น ก.ต.ช.ยังรับหลักการการเพิ่ม บก.ด้านการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดใน บช.ปส.เพิ่มอีก 1 บก.ด้วย


ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำงานของ ศปก.ตร.ส่วนหน้ากับ ศชต.เป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ศชต.เทียบเท่ากองบัญชาการ จะมีหน้าที่ดูแลอาชญากรรมทั่วไป ส่วน ศปก.ตร.ส่วนหน้า รูปแบบโครงสร้างสูงกว่า ศชต. เน้นงานการดูแลเหตุการณ์ความไม่สงบ ความปลอดภัยต่างๆ ประสานงานกับ กอ.รมน. ศอ.บต. และบูรณาการกำลังในส่วนต่างๆ ของ ตร.ไปทำงานในพื้นที่ได้




สอบวินัยอ.-นศ.สวนสุนันทา เซ่นรับน้อง"กล้วยทับ"
ผู้อพยพบุกรางรถไฟ′ยูโรสตาร์′ทำหยุดวิ่งข้ามคืน
เปิดจอง "สลากเสรี" ผ่านธ.กรุงไทย ไม่เกิน50เล่ม/คน เริ่มต.ค.นี้
ศาลเกาะสมุย เปิดสืบพยานจำเลย คดีเกาะเต่านัดแรก
ฮือฮา! ชาวดอกคำใต้ แห่ "ปลาช่อน"! ขอฝน โอดนาข้าวแล้งเสียหายนับร้อยไร่
ชมความน่ารัก "ลูกค่างห้าสี" สมาชิกใหม่แห่งสวนสัตว์เขาเขียว
ยังสวยไม่พอ "ดีเจบุ๊คโกะ" เล็งแพลนบินไปศัลยกรรมตัวที่เกาหลีเพิ่มอีก!!
โอกาสครั้งสำคัญของคนไทย กับนักคิดระดับโลก “DAVID ALLEN”
ร้อนระอุ! พบพื้นใต้ดินนาฏศิลปเชียงใหม่ อุณหภูมิพุ่ง 68 องศา!
“กรมขนส่งฯ” ชี้ถูกเพิกถอนใบขับขี่ ต้องขอใหม่หลังพ้น3ปี-เริ่มต้นต้องทำแบบชั่วคราว
การ์ดที่ส่งไปไม่ถึงมือแม่..."พยาบาล"เล่าเหตุสลด กระบะนร.ชนต้นไม้เทกระจาดตาย8ศพ
"ตู่ นันทิดา" อดีตภรรยา เข้าเยี่ยม "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์" ที่เรือนจำ แจงไม่มีอภิสิทธิ์
สุดเจ๋ง! ช่างช่อมมอไซค์ เปิดตัว "จยย.วิบากสายพันธุ์ใหม่" ไถนาได้ ลดต้นทุน
พยานแฉยิบเส้นทางหนี หนุ่มหิ้วเป้ หลังบึ้มเผ่นไปสนามบิน จยย.ส่งเกสต์เฮ้าส์ก่อน!
ชาวเน็ตแห่ชื่นชม "เจ้าตูบใจสิงห์" เสี่ยงตายนั่งเตือนภัยระเบิด 5 ลูก
เวสต์เกต ย่านใหม่ ไลฟ์สไตล์ใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม
เอไอเอส เอาใจลูกค้าเติมเงินผ่าน eService อัดโบนัสโทรฟรีสูงถึง 15%
เวสต์เกต ย่านใหม่ ไลฟ์สไตล์ใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม
เอไอเอส เอาใจลูกค้าเติมเงินผ่าน eService อัดโบนัสโทรฟรีสูงถึง 15%