รู้จัก วาทยกรลูกชาวนา พ.ต.ประทีป สุพรรณโรจน์

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 13:01:58 น.




โดย กฤตยา เชื่อมวราศาสตร์

(ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 29 เมษายน 2555)




 


"การเล่นดนตรีในทำเนียบไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นหน้าที่ที่เราต้องเล่นกันอยู่แล้ว ถ้าเราเล่นดนตรีแล้วทำให้คนมีความสุข ทำให้คนที่ทะเลาะกันกลับมาดีกัน ผมว่าดนตรีเป็นสิ่งมีค่ามากกว่าเงินทองมากมาย"

ประโยคข้างต้น ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งแสดงความคิดของนักดนตรีทั่วไป หากเป็นคำพูดของนายทหารยศพันตรี นามว่าประทีป สุพรรณโรจน์ หัวหน้าหมวดดนตรีสากล กองดุริยางค์ทหารบก, ผู้อำนวยเพลงและผู้เรียบเรียงเพลงวง ดร.แซ็กเชมเบอร์ ออร์เคสตรา, ผู้อำนวยการเพลงวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra;TPO) และอาจารย์สอนดนตรีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

"งานแสดงดนตรีที่ทำให้วาทยกรผู้นี้เป็นที่รู้จักคือ เป็นผู้ควบคุมวง TPO ไปแสดงหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในงาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล"

"เอกลักษณ์ของวาทยกรผู้นี้คือ นอกจากจะไกว่กวัดไม้บาตองได้พลิ้วเช่นเดียวกับคอนดักเตอร์ทั่วไปแล้ว ยังสามารถแต่งเพลงและเรียบเรียงเสียงประสานได้เหมือนคอมโพสเซอร์หรืออาเร้นเจอร์ด้วย"

ชายหนุ่มร่างสันทัด หน้าตาคมเข้มคล้ายชาวปักษ์ใต้คนนี้ เป็นชาวสุพรรณบุรีโดยกำเนิด หลงรักดนตรีตั้งแต่ 9 ขวบ หลังเห็นลีลาการวาดลวดลายของนักดนตรีแตรวงในงานบวชพี่ชาย "ไม่น่าเชื่อว่าเกิดแรงบันดาลใจจากแตรวง" พันตรีประทีป พูดถึงอดีตอันแสนหวานด้วยแววตาเป็นประกาย ภายในห้องทำงานที่มีเสียงดนตรีขับกล่อมตลอดเวลา

"หลังจากนั้นจึงสมัครเป็นนักดนตรีวงอังกะลุงของโรงเรียน แต่ไม่ได้เล่นเพราะนักดนตรีเต็มวง เมื่อเข้ามัธยมที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใส 1 ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ได้รู้จักวงโยธวาทิต จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกแทบจะทันทีโดยรับหน้าที่เป็นคนเป่าฟลุต"

พ.ต.ประทีปบอกว่า ด้วยความอยากเล่นดนตรีที่ถูกอัดอั้นมานาน กระทั่งได้จับฟลุตตอนอายุ 14 ปี จึงขยันฝึกซ้อม เล่นเป็นเพลงได้อย่างที่ฝันไว้ และแรงบันดาลใจนั้นก็ช่วยทำให้เขาเป็นคอนดักเตอร์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศเช่นปัจจุบัน

พ.ต.ประทีป สุพรรณโรจน์ เกิดเมื่อ 3 สิงหาคม 2515 ที่สุพรรณบุรี มีพี่ชาย 2 คน พี่สาว 2 คน เป็นน้องชายคนเล็กของครอบครัวสุพรรณโรจน์ ปัจจุบันบิดา-มารดา เสียชีวิตแล้ว เขาได้สร้างครอบครัวที่น่ารักร่วมกับ ดวงรัชนี โดยมีพยานรักเป็นเด็กหญิงวัย 6 ขวบ 1 คนคือ พิณสุวรรณ

เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนดอนเจดีย์ มัธยมที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จึงเข้าเรียนที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก

"ผมมาจากครอบครัวชาวนา แต่เพราะเป็นเด็กเรียนดี พ่อแม่จึงส่งเรียนกระทั่งสอบเข้าโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก" พ.ต.ประทีป เล่าถึงอดีตและบอกว่านักเรียนของดุริยางค์ทหารบกจะได้เบี้ยเลี้ยงทุกเดือน อันเป็นการแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้ทางหนึ่ง

"ตอนอยู่ปี 1 รู้จักโรงเรียนดุริยางค์ทหารบกอังกฤษชื่อ Kneller Hall จากปกหนังสือ Orchestation เป็นหนังสือการเรียบเรียงเสียงประสาน ก็พูดเล่นๆ กับตัวเองว่าสักวันหนึ่งต้องเรียนที่นั่นให้ได้"

แล้วเขาก็สอบชิงทุนได้ในวัย 23 ปี เป็นตัวแทนประเทศไทยไปศึกษาที่ Kneller Hall นาน 3 ปี พร้อมคว้ารางวัล Best Around Student รางวัลชนะเลิศของสถาบัน สร้างสถิติคะแนนรวม 80% สูงสุด ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้

เมื่อเดินทางกลับแผ่นดินเกิดและหาประสบการณ์จนอิ่มตัว จึงหาความรู้เพิ่มเติมด้วยการศึกษาด้านดนตรีระดับปริญญาโท ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

"ที่จุฬาฯกับมหิดล เชิญไปเรียนปริญญาเอกด้านดนตรี แต่เพราะต้องการทุ่มเวลาให้กองทัพบกอย่างเต็มที่ จึงไม่ได้ลงเรียน"

"แรงบันดาลใจสำคัญ ที่ฝังอยู่ในความทรงจำตั้งแต่จำความได้คือภาพของในหลวงทรงดนตรี "พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักมากที่สุดองค์หนึ่งของโลก แต่พระองค์ท่านก็มีพระปรีชาสามารถด้านดนตรีอย่างสูง จึงยึดถือท่านเป็นแบบอย่างทางดนตรีและการดำเนินชีวิต""

ล่าสุด เขารับหน้าที่ควบคุมวง TPO ร่วมกับ ดร.สุกรี เจิรญสุข อธิการบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ลัดฟ้าไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงดนตรีสากลตำรับคนไทย ให้ชาวซามูไรได้เพลิดเพลิน ในงาน Thai Trade Fair 2012 ที่กรุงโตเกียว เพื่อแสดงความขอบคุณชาวญี่ปุ่น ที่ให้ความไว้วางใจและมิตรไมตรีที่ดีกับคนไทย โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การเดี่ยวโปงลางและเดี่ยวแคน โดยมีเครื่องดนตรีคลาสสิกบรรเลงประกอบ

ไฮไลต์อยู่ที่เพลง ที่เพลง Keep Sakura Blossoming ที่เรียบเรียงขึ้นใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

แต่กว่าจะเป็นนายทหารนักวาทยกร ที่มีไม้บาตอง (Baton) เป็นอาวุธข้างกาย ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

- ในครอบครัว มีใครสนใจดนตรีไหม?

ไม่มีเลยครับ พูดไม่อายเลยนะ พ่อแม่ พี่ชาย 2 คน และพี่สาว 2 คนล้วนเป็นชาวนา ผมเป็นลูกคนเล็กแล้วเรียนดีมาตลอด พ่อจึงตัดสินใจส่งเรียน พ่อก็บอกว่าต้องขยันเรียน ถ้าไม่ขยันต้องไปทำงานหนัก ปรากฏว่าขณะที่เรียนต่อ ก็ช่วยงานพ่อแม่หนักเหมือนเดิม (หัวเราะ) แต่การเป็นเด็กบ้านนอกมีข้อดีคือช่วยขัดเกลาให้แข็งแกร่ง

- เรียนเป็นวาทยกร(คอนดักเตอร์) ได้อย่างไร

จบจากโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก กองทัพบกก็มีเปิดสอบชิงทุน

ตอนอยู่ปี 1 รู้จักโรงเรียนดุริยางค์อังกฤษ Kneller Hall จากปกหนังสือ Orchestation เป็นหนังสือการเรียบเรียงเสียงประสาน เป็นความฝันที่พูดเล่นๆ บอกตัวเองว่าสักวันหนึ่งต้องเรียนที่นั่นให้ได้

เมื่อเรียนจบ 5 ปีแล้วทำงานประมาณ 2 ปี ตอนนั้นอายุ 23 ก็สอบชิงทุนได้ ซึ่งเปิดปีนั้นปีเดียวและรับแค่คนเดียว ตอนนั้นมีรุ่นพี่เรียนที่ Kneller Hall แล้ว 4 คน แต่เป็นการสอบชิงทุนของอังกฤษที่ให้กับกองทัพบกไทย ส่วนผมเองไปเรียนด้วยทุนของกองทัพบกไทยเนี่ยแหละ จริงๆ ต้องเรียน 3 ปี แต่ผมเรียน 2 ปี 8 เดือน

- เรียนเร็วกว่านักเรียนคนอื่น?

เข้าเรียนทีหลัง เขาเรียนกันแล้ว 4 เดือนหรือเทอมหนึ่ง ผมก็ต้องเรียนย้อนหลังตามเขาไป

เมื่อไปถึงลอนดอน ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แล้วไปตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนคนไทย ไม่มีโอกาสพูดไทย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีดิกชันนารีอังกฤษ-ไทยอยู่เล่มเดียว เวลาไปไหน เสาร์-อาทิตย์ จะซื้อบัตร One-day travel card ราคา 4 ปอนด์นั่งจากต้นสายถึงปลายสาย เพื่อให้รู้ว่ารถเมล์แต่ละสายผ่านที่ไหนบ้าง แล้วก็นั่งกลับมาที่เดิม อย่างสาย 281 ที่ผ่านหน้าโรงเรียนและวิ่งถึงโทเวิร์ด จึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก จึงลองเข้าลอนดอนพร้อมแผนที่ใบหนึ่ง ดูว่าอันนี้ต้องลงสถานีนี้นะ ผ่านสถานทูตไทย เห็นธงชาติไทยก็ชื่นใจละ

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เดินทางไปต่างประเทศ แต่ว่าไม่ท้อนะ เพราะทุกคนในประเทศไทย ญาติพี่น้อง เพื่อนพ้อง หรือกองทัพบกให้ความหวัง เราจึงเป็นเหมือนตัวแทนคนไทย บางครั้งโฮมซิก คิดบ้างว่าไม่ไหวแล้ว แต่ที่โรงเรียนดุริยางค์เขาสอนให้เข้มแข็ง รู้จักช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งทหารทั่วโลกถูกฝึกแบบนี้

ชีวิตที่นั่น ก็ต่อสู้พอสมควร คนอังกฤษเขาแนะนำให้ผมดูการ์ตูนเด็กกับดูข่าว เพราะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย แล้วช่องข่าวของอังกฤษจะมีซับไตเติลให้อ่านตามว่าเขาพูดอะไร ถ้าบ้านเรามีอย่างนั้นนะ จะแจ๋วมากเลย ผมก็เรียนรู้โดยเปิดทีวี เปิดข่าว คำไหนไม่รู้ก็เปิดดิกชันนารี เปิดจนเก่ง พอขึ้นปี 2 ปุ๊บก็สบาย ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

- หลังจากเรียนจบแล้วรับราชการในกองทัพบก?

เมื่อผมจบมาปุ๊บ ก็คิดเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างหนึ่ง กลับมาไทยจึงรับราชการ ด้วยความรู้ที่เราเรียนมาเราน่าจะหาประสบการณ์ หาความรู้อย่างอื่นบ้าง จึงหาโอกาสไปสอนโรงเรียนข้างนอก ดูว่าโลกภายนอกเขามีอะไรบ้าง สอนวงโยธวาทิตโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ขณะนั้นยังเป็นวุ้น ไม่เคยได้รางวัลติดไม้ติดมือเลย พอมาอยู่ ปรากฏว่าสอนให้วงโยธวาทิตของเตรียมอุดมได้รางวัลที่ 2 การประกวดวงคอนเสิร์ต asian symphonic band competition

ผมไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ แต่ก็ทำให้ดีที่สุด ง่ายๆ ก็ลองวิชา เขียนเพลง เล่นเอง คอนดัคด้วย

- เป็นคอนดักเตอร์ ต้องเล่นเครื่องดนตรีเป็นทุกชิ้นของวง?

ใช่ครับ ตอนเรียนที่อังกฤษ ต้องเรียนเครื่องดนตรีกว่า 20 ชนิดของวงโยธวาทิต ใครเล่นไม่ได้ก็สอบตก เวลา 3 เดือนต้องเล่นให้เก่ง ต้องฝึกอย่างหนักจนเล่นได้อย่างนักดนตรีมืออาชีพ รู้วิธีการเล่น รู้โน้ต รู้พื้นเสียง ยากทุกชิ้น ยากสุดสุด คือ French horn ฮอร์นสมัยใหม่ที่งอๆ เหมือนหอยโข่ง นิ้วไม่ยากหรอกแต่เป่าเกือบไม่จบเสียง

- กองดุริยางค์ทหารบก ถือเป็นหน่วยทหารที่มีหน้าที่ให้ความบันเทิง?

ใช้ครับ เราสร้างความบันเทิงให้ผู้อื่น

วงดุริยางค์ทหารบก มี 40 หน่วย หน่วยละ 24-25 คน กับ 25-30 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีความชำนาญการเล่นดนตรี เล่นได้ทุกรูปแบบ

ทำหน้าที่ให้จังหวะ เวลาทหารสวนสนาม หรือปลอบขวัญทหารที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนจะเหนื่อยและเสียขวัญ มีเพียงปืนและเพื่อนทหารอยู่ข้างกาย ดนตรีจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีขวัญและกำลังใจ ดนตรีจึงเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด

ถ้าคนเราเดินธรรมดาเท้าจะไม่พร้อมกัน แต่พอมีเสียงดนตรี-เสียงกลองเข้ามา ตึงๆๆๆ การเดินเท้าจะพร้อมกันหมด สังเกตไหมครับว่าทหารกว่า 1,000 คนที่เดินสวนสนาม ถ้าไม่มีดุริยางค์ รับรองเดินคนละแปะสองแปะแน่ ดุริยางค์จึงเป็นหัวใจที่ทำให้ทุกคนเดินเท้าพร้อมกัน

จริงๆ แล้ว ดนตรีค่อนข้างเล่นยาก ที่ต้องเรียนกันหลายๆ ปี หากฝึกเพียง 2 วัน แล้วมาเป่าให้คนอื่นฟัง เขาคงไม่อยากฟัง

แต่ดนตรีที่คนยอมฟัง มักจะเกิดความรู้สึกว่าทำไมคนนี้เล่นเก่งจัง ดูเหมือนเล่นง่ายนะ แต่เมื่อรู้เบื้องหลังแล้วจะรู้ว่าฝึกมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี บางคน 10 ปี กว่าจะบรรเลงได้เพราะขนาดนั้น คงไม่มีวิศวกรคนไหนที่เรียนจบปี 1 ปุ๊บแล้วสร้างตึกได้ เช่นเดียวกับนักดนตรี ที่ต้องมีการฝึกฝนอย่างต่ำ 6-7 ปี กว่าจะเล่นได้ดี

แม้ธรรมชาติของนักดนตรีนั้นมีอิสระในการเล่น จะแสดงออกความรู้สึกสนุกสนานเมื่อเล่นดนตรี แต่ทุกคนคือทหาร เมื่อเลิกเล่นปุ๊บ ก็ต้องมีระเบียบวินัย ทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน เช่นหน่วยอื่นๆ ของกองทัพ

เช่นช่วงน้ำท่วมเมื่อปลายปี กองดุริยางค์ทหารบกเดินสายปลอบขวัญผู้ประสบภัยที่สภาพจิตย่ำแย่ ช่วยเหลือประชาชนชนด้านการรักษาความรู้สึก มีหน้าที่บำรุงจิตใจ อย่างน้อยก็ช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้รู้สึกดีขึ้น ดนตรีจึงเสมือนยาบำรุงจิตใจ บำรุงความรู้สึก นี่แหละครับ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

- ร่วมงานกับอาจารย์สุกรีได้อย่างไร?

อาจารย์สุกรี มาดูผมคอนดักฯเพลงลาวดวงเดือนที่ผมเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ เป็นเพลงทดลองของผม เมื่อ อ.สุกรีเห็นว่าไม่เคยมีใครเขียนแบบนั้นมาก่อน คือนำเพลงไทยเดิมมาแปลงเป็นเพลงสากล กลายเป็นลาวดวงเดือด (หัวเราะ) จากเพลงหวานๆ กลายเป็นเพลงที่มีความสนุกสนานขึ้นมา

เราก็เป็นเหมือนผึ้ง มีกองทัพบกเป็นรัง หลังจากนั้นจึงออกไปหาประสบการณ์ความรู้ข้างนอก เรียนต่อปริญญาโทที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์และสอนโรงเรียนต่างๆ

จากประสบการณ์ของผมนะ คนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องทำงานเพื่อหาประสบการณ์ก่อน ต้องทันสมัย มีความรู้มากกว่าในตำราหรือกระดาษ ยิ่งปัจจุบันนี้ มีโปรเฟสเซอร์ทั้ง 3 ท่านทั้งกูเกิล วิกิพีเดีย และยูทูบ อยากฟังซิมโฟนีบทไหน โน้ตเพลงอะไร มีให้หมด ต่างสมัยก่อนที่ต้องสั่งซื้อหนังสือ เดี๋ยวนี้เรียนทันกันหมดแล้ว

- การแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นกลางเดือนหน้าทราบว่านำเพลงที่แต่งเองไปเล่นด้วย?

ครับ เพลง Keep sakura blossoming เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ แทนคำขอบคุณที่ชาวญี่ปุ่นให้ความไว้วางใจและมีมิตรไมตรีที่ดีกับชาวไทยเสมอมา

แต่งตั้งแต่ปีที่แล้วหลังญี่ปุ่นประสบภัยสึนามิ อ.สุกรีก็ชวนแต่งเพลงให้ชาวญี่ปุ่นหน่อยดีไหม ก็ปรึกษากันจนได้ชื่อเพลง "Keep sakura blossoming" ช่วยทำให้ดอกซากุระบานกันเถอะ 2 วันแต่งเสร็จ คือ ถ้าเรามัวแต่ล้าหลัง

สมัยเรียนที่อังกฤษ ผมเข้าห้องสมุดประจำ เพราะวัตถุดิบเยอะ ฟังเพลงเรียนรู้เรื่องต่างๆ ศึกษาและตุนไว้ ซึ่งหลายคนคิดว่าถ้ายังไม่ถึงเวลาก็ไม่ต้องเรียนรู้ ถ้ารอเวลาต้องใช้ก็ไม่ทันแล้วครับ อย่างในชีวิตจริง บางคนบอกว่าอารมณ์ศิลปินต้องรอสัปดาห์หน้า ไม่ทันครับ (หัวเราะ)

โรงเรียนที่อังกฤษเขาสอนว่า "เก่งไม่กลัว กลัวช้า" คือคุณอาจจะเขียนเพลงได้ ทำเก่งจริง แต่ส่งไม่ตรงเวลา สิ่งที่ทำมาก็ไร้ประโยชน์ ถ้าเราช้า ล้าหลัง เราไม่ทันโลกหรอก

พอมีงานใหม่ๆ เข้ามาจึงต้องศึกษาเพิ่มเติม อย่างไวโอลินที่ซื้อและเรียนจริงจังกว่าตอนอยู่อังกฤษ ทำให้เขียนเพลงได้หมดทุกอย่าง

- คิดอย่างไรกับการเรียนดนตรีกับสื่อออนไลน์ โดยที่ไม่ได้เรียนกับครูจริงๆ?

สื่อออนไลน์เป็นเพียงตัวอย่างให้เราดูเฉยๆ สำหรับคนที่มีครูแนะนำมาแล้ว ว่าเทคนิคอย่างนี้ต้องเล่นอย่างไร ถ้าเราดูยูทูบแล้วเล่นตาม ก็จะไม่รู้ว่าทำไมเขาเล่นอย่างนั้น คือไม่ได้ความรู้ เล่นได้แต่เปลือก ดีวีดีจึงเป็นเพียงตัวอย่าง หากต้องการรสชาติ ต้องดูวงจริง

การเรียนดนตรีจึงต้องเรียนผ่านครู ส่วนโปรเฟสเซอร์ 3 ท่านนั้นเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น เหมือนการเข้าห้องสมุดในอดีต ที่มีทั้งซีดี ดีวีดีให้เราดู เดี๋ยวนี้เลยแทบไม่ต้องเข้าห้องสมุด หนังสือแพงๆ ที่เคยซื้อเล่มละ 3,000 บาท ตอนนี้อยู่ในกูเกิลเรียบร้อย ฟรีด้วย หากซื้อก็ราคาไม่แพง

อย่างผมมีดีวีดีคอนเสิร์ตเยอะมาก แต่มันไม่ใช่ของจริง เหมือนกินปลากระป๋องกับสเต๊กปลา สเต๊กจะแน่นอนกว่า

การแสดงสดคือสิ่งสุดยอด




′อาการหนาวใน′ จุดเริ่มโรคร้าย ผู้หญิงขี้หนาวพึงระวัง
"ผักชี" ผักพิฆาตอธรรม
“รัตน์ซีฟู้ด” ร้านดังเยาวราช ไม่สดทางร้านเปลี่ยนให้ ต่างชาติชอบ ชาวจีนถูกใจ
ตรวจทัพ "รถเด่น" 2016 (1) "พีพีวี" นิสสัน-"ซีวิค" ใหม่
รถอเนกประสงค์โตโยต้าใหม่บุก!