มวยรุ่นใหญ่มาแล้ว "อาจารย์โกร่ง" เลกเชอร์ "เงินเฟ้อกับนโยบายการเงิน"

วันที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 20:30:53 น.




เงินเฟ้อกับนโยบายการเงิน คอลัมน์ คนเดินตรอก ประชาชาติธุรกิจ โดย วีรพงษ์ รามางกูร




กระแสเรื่องของแพงเป็นเรื่องกล่าวขวัญกันมากทั้งสื่อมวลชนและผู้คน รู้สึกจะหวั่นไหวกันไปยกใหญ่จนเกิดเป็นจิตวิทยาว่าข้าวของกำลังขึ้นราคา กลายเป็นภาวะเงินเฟ้อ

แต่เมื่อมาดูตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ สภาพัฒน์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลขก็ตรงกันว่าภาวะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับปกติ ถ้าเทียบดัชนีราคาผู้บริโภคของไตรมาสแรกปี 2555 นี้ เมื่อเทียบกับดัชนีราคาผู้บริโภคไตรมาสแรกของปีกลาย 2554 ดัชนีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียง 3.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง โดยเอาดัชนีผู้บริโภคปี 2550 เป็นปีฐาน แต่ถ้าเอาดัชนีราคาผู้บริโภคของไตรมาสแรกปีนี้เทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปีกลาย ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าอัตราเงินเฟ้ออยู่ระหว่าง 2.0-5.0 เปอร์เซ็นต์ เราถือว่าเป็นภาวะปกติ ถ้าต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ก็เป็นภาวะเงินฝืด ถ้าเกิน 5.0 ก็เป็นภาวะเงินเฟ้อ

มาดูราคาอาหารไตรมาสแรกปีนี้ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกปีกลาย 7.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนราคาสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ค่าเดินทาง ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเช่าบ้าน การพักผ่อนหย่อนใจ ไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยจากไตรมาสแรกปีกลายเพียง 1.0 เปอร์เซ็นต์

ส่วนราคาอาหารเฉลี่ยที่ตลาดสดไตรมาสนี้ เช่น หมู ไข่ ปลา ผัก ผลไม้ เฉลี่ยที่ครัวเรือนบริโภคกลับลดลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 3 เดือนสุดท้ายของปีกลาย

แต่ผู้คนรู้สึกว่าของแพงขึ้นเพราะราคาพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และสินค้าที่ใช้พลังงานมาก ๆ รวมทั้งพืชน้ำมันหรือที่เอาไปผลิตแทนน้ำมันได้ เช่น น้ำตาล แป้งมัน ข้าวโพด มีราคา

แพงขึ้นตามราคาน้ำมัน

มีการสร้างกระแสกลัวเงินเฟ้อจนเกินความจริงไป สื่อมวลชนก็รับลูก แล้วสำรวจความคิดเห็นของชาวบ้านเรื่องเงินเฟ้อ ผลก็ย่อมออกมาว่าทุกคนห่วงปัญหาเงินเฟ้อ เกิดการคาดการณ์หรือ expectation ว่าของจะแพง พ่อค้าก็เลยกักตุนสินค้า ผู้บริโภคอุปโภคก็รีบซื้อ ของก็เลยขึ้นราคา โดยเฉพาะพืชน้ำมันและสินค้าที่ใช้พลังงานมาก หรือของหนักมาจากทางไกลที่มีสัดส่วนของค่าขนส่งมาก เช่น วัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย กระเบื้อง ซีเมนต์ เหล็กเส้น

เหล็กแผ่น พืชไร่ น้ำแข็งเครื่องดื่ม ของพวกนี้ราคาต้นทางกับปลายทางจะห่างกันมากขึ้น เพราะค่าขนส่งและระยะทาง

ส่วนที่ห่วงว่าเงินจะเฟ้อ ของโดยส่วนรวมจะแพง เพราะความต้องการสูงกว่าความสามารถในการผลิต สาเหตุนี้จะไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเล็กและเปิด ไม่มีใครผูกขาดได้ เพราะถ้าของขึ้นราคา ก็จะมีผู้นำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันมาขายทันที ราคาก็จะกลับลงมาเท่าเดิม ข้อมูลก็ยังยืนยันเพราะการออมยังสูงกว่าการลงทุน เพราะ

รายจ่ายส่วนที่ไม่ได้ใช้บริโภคหรือเงินออมหักด้วยเงินลงทุน ย่อมเท่ากับมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการหักด้วยการนำเข้าสินค้าและบริการ หรือดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุลอยู่ ปีนี้สภาพัฒน์ก็ยังคาดการณ์ว่าเงินออมจะสูงกว่าเงินลงทุนอยู่ประมาณ 1.2 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ เป็นอันว่าเงินเฟ้อจากการดันของความต้องการสินค้าและบริการหรืออุปสงค์ไม่มี เงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงาน หรือเป็นเงินจากต้นทุนการผลิตดึงเป็นส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด

ดอกเบี้ยสูงจึงไม่ช่วยลดความกดดันทางเงินเฟ้อ แต่จะไปเพิ่มความกดดันให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น นอกจากค่าแรง ค่าเชื้อเพลิง พลังงาน และวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ใช้พลังงานมาก

ดอกเบี้ยนโยบายควรเป็นเท่าไร ควรเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยนโยบายของเงินดอลลาร์อเมริกาเป็นหลัก เพราะจะมีผลกับการเคลื่อนย้าย หรือการไหลเข้าออกของเงินจากต่างประเทศ โดยกฎที่ยึดถือกันมา ดอกเบี้ยเงินบาทไม่ควรสูงกว่าดอกเบี้ยดอลลาร์เกินกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้นทุนการเอาเงินเข้ากับเอาเงินออกเพื่อเก็งกำไร ควรมีต้นทุนประมาณนั้น

เมื่อดอกเบี้ยเงินบาทสูงกว่าดอกเบี้ยดอลลาร์เกินกว่านี้ ผลตอบแทนของตราสารทางการเงินส่วนใหญ่ ได้แก่ หุ้น หุ้นกู้ พันธบัตรของรัฐบาล และของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เป็นตราสารเงินบาทก็ต้องสูงกว่าตราสารทางการเงินที่เป็นดอลลาร์สหรัฐ เมื่อผลตอบแทนต้องสูงกว่า ราคาตราสารที่เป็นเงินบาทก็ต้องต่ำกว่าตราสารที่เป็นดอลลาร์

ราคาหุ้น ราคาหุ้นกู้ ราคาพันธบัตรของเราก็เลยราคาต่ำกว่าราคาตราสารที่เป็นดอลลาร์ เงินดอลลาร์ก็เลยไหลเข้ามาซื้อกองทุนในตราสารเงินบาท พอเงินไหลเข้า เงินบาทก็จะแข็ง กดให้อัตราการขยายตัวของรายได้ประชาชาติต่ำลง ทางการก็ต้องพิมพ์ธนบัตรเงินบาทออกไปซื้อดอลลาร์เก็บไว้เป็นทุนสำรองพอพิมพ์ธนบัตรออกซื้อดอลลาร์ ปริมาณเงินบาทก็มากขึ้น ทางการก็กลัวเงินจะเฟ้อ เพราะปริมาณเงินมากไป ก็เอาพันธบัตรออกมาขายเพื่อดูดเงินบาทกลับไป แต่ดอกเบี้ยพันธบัตรของธนาคารกลางก็ต้องดอกเบี้ยสูง เช่น 4 ถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้พันธบัตรของธนาคารกลางออกมาแล้วถึง 3 ล้านล้านบาท ในขณะเดียวกันทุนสำรองที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ ยูโร เยน และทองคำ ให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่ามาก อีกทั้งการดำรงดอกเบี้ยเงินบาทสูงกว่าดอกเบี้ยดอลลาร์ เงินบาทก็แข็งขึ้นเรื่อย ๆ เพราะซื้อกลับไปเท่าไหร่ก็ไม่หมด

งบดุลของธนาคารกลางเมื่อตีราคาเป็นเงินบาท เมื่อวันสิ้นงวดบัญชีจึงขาดทุนจำนวนมาก จนเงินกองทุนจะไม่พอ ถ้ายังขืนทำอยู่อย่างนี้ต่อไป ก็คงต้องขอให้กระทรวงการคลังเอาเงินภาษีอากรของประชาชนไปเพิ่มเงินกองทุนให้ กระทรวงการคลังควรให้สัญญาณกับธนาคารกลางว่า กระทรวงการคลังจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด ธนาคารกลางควรรีบแก้ไขฐานะของตนในฐานะธนาคารของธนาคารพาณิชย์ให้ดี มิฉะนั้นความเชื่อถือจะไม่มี เพราะธนาคารกลางมีหน้าที่รักษาเงินฝากและเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิก และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรัฐบาล ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ เป็นเพียงองค์กรของรัฐที่ต้องดูแลตัวเอง ต้องระวังอยู่เสมอว่าทรัพย์สินทางบัญชีตีราคาเมื่อสิ้นงวดบัญชีต้องสูงกว่าหนี้สินอยู่เสมอ เหมือนกับสถาบันการเงินอื่น ๆ มิฉะนั้นต้องลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางลง เพื่อไม่ให้เกิดภาวการณ์เช่นนั้น จริง ๆ แล้วสามารถทำได้ถ้ามีนโยบายการเงินที่ถูกต้อง ไม่สร้างภาระให้ตนเองจนเกินไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยไม่ได้หันมาดูแลตัวเอง

ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือ ธนาคารพาณิชย์ เพราะไม่ต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะเงินออมในระบบสูงกว่าเงินลงทุน แต่ดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบาย เพราะธนาคารพาณิชย์เอาไปลงทุนในพันธบัตรธนาคารกลางและพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ โดยได้ผลตอบแทนที่สูงอยู่แล้วตามดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารพาณิชย์จึงสามารถแสดงกำไรได้อย่างมาก กลไกตลาดก็เป็นอย่างนั้น ดูแล้วก็กลุ้มใจแทนประชาชนผู้เสียภาษี

สภาพคล่องในตลาดก็ล้น เหลืออยู่กว่า 2 ล้านล้านบาท แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ก็ไม่ลง เพราะสามารถซื้อพันธบัตร ธนาคารกลาง พันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจได้ดีกว่า

ส่วนบริษัทห้างร้านที่ต้องการเงินทุน รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ เช่น ปตท. ปตท.สผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ การบินไทยก็ต้องออกหุ้นกู้หรือพันธบัตรเป็นดอลลาร์ดีกว่า เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่า ต้นทุนของเงินต่ำกว่า ดอลลาร์ก็ยิ่งไหลเข้าประเทศ เงินดอลลาร์จึงล้นตลาด ทางการก็ต้องพิมพ์เงินบาทมาซื้อไปเก็บแล้วก็ขาดทุนอย่างที่วิเคราะห์มาแล้ว

ทั้งหมดนี้เพราะไปยึดติดอยู่กับเครื่องมือทางนโยบายการเงินที่เรียกว่า "inflation targeting" โดยมีสูตรสำเร็จโยงนโยบายดอกเบี้ยกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจขนาดเล็กและเปิดอย่างประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อกับอัตราดอกเบี้ยไม่ได้เชื่อมโยงกัน แต่เชื่อมโยงกับปริมาณเงินดอลลาร์ไหลเข้าและออก

ก่อนจะเกิดวิกฤตการณ์ "ต้มยำกุ้ง" เศรษฐกิจร้อนแรงเพราะดอกเบี้ยบาทสูงกว่าดอลลาร์มาก ฟองสบู่ระบาดจากญี่ปุ่นมาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางการของเราก็ขึ้นดอกเบี้ยไปอีก โดยหวังว่าจะลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจโดยตรึงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 25 บาทต่อดอลลาร์ การตรึงอัตราแลกเปลี่ยนก็คือการแทรกแซงตลาดอย่างหนักนั่นเอง คือรับซื้อไม่อั้น ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ประกาศ

ผลก็คือเงินยิ่งไหลเข้า เศรษฐกิจยิ่งร้อนแรง โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น ผลตรงกันข้ามกับที่คาดหวัง ในที่สุดก็เกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง

ลองคิดดูให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบดุลของธนาคารกลาง









"เอไอเอส" เปิดเกมขายไอโฟน 6 ผูกแพ็กเกจถูกกว่าราคาเครื่องเปล่า 4 พันบาท
แอร์เอเชียเปิดบิน 3 เส้นทางรวด “น่าน เลย ร้อยเอ็ด” เพียง 333 บาท !
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ยกเครื่อง "องค์กรอิสระ" มาตรฐานเดียว
ด่วน ! ประกาศแล้ว กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. 2557
"ถวิล"ปัดเบิกเงินตุกติก-ยันต้องมี3ลายเซ็นถึงเบิกได้ พร้อมให้ตรวจสอบ
วิจารณ์ว่อน! ′เสี่ยตัน′ เทเกลือ 230 ตัน เนรมิตหิมะกลางเมืองเชียงใหม่
สาวนอร์เวย์ดำน้ำที่เกาะเต่า ถูกใบเรือสปีดโบ้ตฟันเข้าที่ศีรษะเสียชีวิต
ลุงวัย 63 ช็อกขึ้นอืดคาคอนโดฯ แม่บ้านเผย ไม่ได้ยินเสียงเกมออนไลน์ เลยส่องประตูเจอ
ทหารค่ายร้อยเอ็ด กลับจากเที่ยวสารคามฟ้าสาง ซิ่งเก๋งชนสะพานแหลกทั้งคัน เจ็บ4
หนุ่มปตท.หลงรักสาว แต่ถูกปฎิเสธ จ่อยิงฝ่ายญ.ดับ ก่อนยิงตัวเองตายตาม
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เปิดตัว GOLDGEOUS EXHIBITION & GOLDGEOUS COLLECTION สุดอลังการ