วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ราคานี้ยังได้ไม่คุ้มเสีย ฤาจะมีอะไรในกอไผ่ ???

วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 13:13:32 น.

นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ชมรมแพทย์ชนบท นักศึกษาปริญญาโทคณะสาธารณสุขศาสตร์ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน แอนเวิร์ป ประเทศเบลเยียม

 

 

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตสตรีไทยเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งเต้านม  ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ปีละประมาณ 6,000 คน หรือ เทียบเท่ากับอัตราป่วย 25 รายต่อประชากรหญิงแสนคนต่อปี (incidence rate = 25/100,000/yr.)

 

นั่นหมายความว่าในประชากรหญิงหนึ่งแสนคน จะมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 25 คน

 

 

นักวิทยาศาสตร์พบว่า การเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้นมีส่วนสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งมีหลายร้อยสายพันธุ์ การติดเชื้อไวรัสนี้มาจากเพศสัมพันธ์ แต่ใช่ว่าทุกคนที่มีเชื้อไวรัสนี้จะต้องเป็นมะเร็งปากมดลูก ไวรัส HPV มีสายพันธุ์หลักๆ 4 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ของทั้งหมด จึงนำสายพันธุ์เหล่านั้นมาพัฒนาเป็นวัคซีนชนิด 2 และ 4 สายพันธุ์ได้สำเร็จ โดยมีเงื่อนไขในการนำมาใช้ที่สำคัญคือ

 

 

1. จะเกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุดเมื่อฉีดในเด็กนักเรียนอายุ 10-13 ปี ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์

2. ต้องฉีดครบ 3 เข็ม ในเวลา 6 เดือน จึงมีประสิทธิภาพเต็มที่

3. ไม่สามารถทดแทนการตรวจหาเซลมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแป็ปสเมียร์ (pap smear) ได้ เพราะแม้จะฉีดวัคซีนครบ แต่ยังมีโอกาสเกิดมะเร็งอีก 30% จึงยังจะต้องรณรงค์ให้มีการตรวจแป็ปสเมียร์ต่อไป

4. ห้ามฉีดในหญิงมีครรภ์  เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในด้านผลต่อทารกในครรภ์

 

 

 

เมื่อมองในมุมมองรายบุคคล วัคซีนนี้สามารถป้องกันการป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ซึ่งมีความน่าสนใจมาก แต่ในมุมมองด้านสาธารณสุขศาสตร์ ที่มองภาพรวมทั้งระบบและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่านั้นกลับมีวิธีคิดที่แตกต่าง การนำเสนอต่อไปนี้อาจมีความเป็นวิชาการอยู่บ้าง แต่ไม่ยากเกินไปในการทำความเข้าใจ กล่าวคือ

 

 

-อัตราป่วยที่ไม่มีการฉีดวัคซีน (Incidence Without Treatment) เท่ากับ 25/100,000 ประชากร/ปี   

 

-เมื่อฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมาย อัตราป่วยคาดว่าจะลดลง 70% (Relative risk reduction = 70%)

 

-ดังนั้นอัตราป่วยเมื่อมีการฉีดวัคซีน(Incidence with Treatment) จะเท่ากับ 7.5/100,000 ประชากร/ปี

 

-ในทางวิชาการ ตัวเลขอัตราป่วยที่ลดลงต่อประชากรนั้น ไม่ใช่ 70% เพราะไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะป่วยเป็นโรคนี้กันทุกคน  ดังนั้นอัตราป่วยสุทธิที่ลดลงหรือ Absolute Risk Reduction(ARR) จึงเท่ากับ อัตราป่วยเมื่อไม่มีการฉีดวัคซีนลบด้วยอัตราป่วยเมื่อมีการฉีดวัคซีน ซึ่งเท่ากับ 17.5/แสนประชากร/ปี

 

-เมื่อนำอัตราป่วยสุทธิที่ลดลง (Absolute risk reduction) มาคำนวณหาค่าจำนวนผู้ที่ต้องได้การรักษาทั้งหมดเพื่อให้เกิดผลกับคน 1 คน หรือ Number Needed to Treat (NNT) ด้วยสูตร NNT=1/ARR จะพบว่ากรณีนี้ ต้องฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายถึง 5,714 คน จึงหลีกเลี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกกับคน 1 คน/ปี

 

 

หรืออาจกล่าวได้ว่า ในประชากรเด็ก ป.6 จำนวน 400,000 คนที่จะได้รับวัคซีนนี้ในแต่ละปีนั้น เมื่อคำนวณอายุเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งคืออายุ 30-60 ปีหรือเท่ากับระยะเวลาเสี่ยง 30 ปี  คนที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกจะลดลงไป 2,100 คน แต่ก็ยังจะมีคนป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกอีก 900 คน ส่วนอีก 397,000 คนจะไม่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก  แต่ก็ต้องได้รับวัคซีนไปด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าใครบ้างที่จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก 

 

 

ดังนั้นในการเปรียบเทียบความคุ้มค่า โดยคิดง่ายๆว่าวัคซีนเข็มละ 500 บาท รวม 3 เข็มเป็นเงิน 1,500 บาทแล้วมีความคุ้มค่าแน่นอนเพราะป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วค่ารักษาเป็นแสนนั้น เปรียบเทียบเช่นนั้นไม่ได้ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก หากใช้ตรรกะเช่นนั้น วัคซีนเข็มละแสนก็ยังน่าฉีด

 

 

แต่ตรรกะในทางวิชาการนั้น ให้คิดจากค่า NNT กล่าวคือในกรณีวัคซีนนี้ต้องฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมาย 5,714 คน จึงจะสามารถลดการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ 1 คน/ปี หรือเท่ากับ 30 คนในตลอดช่วง 30 ปีเสี่ยงของชีวิตของคนกลุ่มนี้ นั่นหมายความว่า หากวัคซีน 3 เข็มราคาคนละ 1,500 บาท

 

 

เมื่อคำนวณรวมราคาวัคซีนของคนที่ต้องฉีดโดยที่ไม่เป็นมะเร็งปากมดลูกตลอดช่วงอายุแล้ว  จะเท่ากับค่าวัคซีนถึง  285,000 บาทต่อการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก 1 คน  นับเป็นการลงทุนที่แพงแสนแพงสำหรับประเทศไทย  และที่สำคัญเมื่อฉีดวัคซีนแล้ว ผู้หญิงทุกคนก็ยังควรจะต้องไปตรวจ pap smear เช่นเดิม เพราะยังมีโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูกอีก 30%

 

 

 

นักวิชาการในองค์การอนามัยโลกได้ให้ข้อเสนอแนะต่อประเทศกำลังพัฒนาว่า  การให้วัคซีน HPV จะความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (cost-effectiveness) เมื่อราคาวัคซีนอยู่ที่เข็มละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 150 บาท และเป็นราคาที่องค์กรพันธมิตรโลกเพื่อวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรค หรือ GAVI (Global Alliance for Vaccines and Immunization) ได้ต่อรองจนได้ราคาที่ 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 150 บาทแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังไม่ได้หยุดการต่อรองเพื่อให้บริษัทยาทั้งสองรายลดราคาลงอีก(2)

 

 

แต่วันนี้ประเทศไทยพร้อมที่จะลงทุนราคาแพงถึงราคาเข็มละ 500 บาท ด้วยงบประมาณปีละ 600 ล้านบาทสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 4 แสนคน/ปี และเมื่อเริ่มฉีดแล้วก็คงไม่สามารถหยุดฉีดเพื่อมาต่อรองราคาได้อีก หากต่อรองราคาจนได้ไม่มากกว่าเข็มละ 150 บาทแล้วค่อยฉีดจะประหยัดงบประมาณได้ปีละกว่า 400 ล้านบาททุกๆปี ไม่ดีตรงไหน

 

 

ถ้ารัฐบาลอยากทันสมัยก็ไม่มีความจำเป็นต้องรีบซื้อในราคาสูง ภาษีประชาชนต้องใช้อย่างคุ้มค่า ปัจจุบันรัฐบาลยากจนถึงขนาดต้องลดงบบัตรทองหรือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าปี 2556 ลงไป 4.9% แต่ไฉนกระทรวงสาธารณสุขมาเร่งรีบใช้เงินอู้ฟู่กับโครงการจัดซื้อวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกราคาแพง ฤาจะมีอะไรในกอไผ่

 








อดีตผู้ว่าฯ ฮ่องกง จวกจีนผิดสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อปี 1997 เชื่อไม่ส่งทหารมาสลายม็อบ
นักเตะสาวโสมแดงถล่มญี่ปุ่นซิวเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ตะโกนร้องให้รวมชาติหลังคว้าชัย
"โฬม" เผยอาการป่วยดีขึ้น บอกขำ ไม่ซีเรียส ฉายา "โฬมถ่างหอย"
กานต์เมียเสก พร้อมสู้คดีฟ้องค่าเสียหาย200ล้าน รับสิ้นรักแล้ว ถูกทำร้ายร่างกายทนไม่ไหว
คลินิกฉาวปิดกิจการหนี! หลังผ่าคางพริตตี้สาวดับ แฟนเผยวินาทีสูญเสีย แม่วอนหยุดให้ร้ายลูก
เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ตรวจเยี่ยมด่านสะพานไทยลาว ที่หนองคาย
ฟัง หม่อมอุ๋ย แลกเชอร์ อะไรใช่อะไรไม่ใช่ "ประชานิยม" สอนนักข่าว อย่าติดจีดีพี ขอให้ดูของจริง(ชมคลิป)
ค้านสายตาอีกคู่ นักชกมองโกเลียยำใหญ่มวยเจ้าภาพ สุดท้ายแพ้คะแนนเฉยเลย (ชมคลิป)
′รอรี่′สุดยอดไม่หาย ฟันรางวัลก้านเหล็กแห่งปีอีก
วิป สนช. ยังไม่เคาะ สำนวนถอดถอน รอ “พรเพชร” วินิฉฉัย หลัง ป.ป.ช.ส่งเรื่องถึงแล้ว
"น้องอาร์ท"บัณฑิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก"สมเด็จพระบรมฯ" - เสียชีวิตแล้ว
แยกย้าย! จุฬาฯเเจงชัดรอยปริศนา เกิดจากเครื่องฉีดน้ำ เพิ่งจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดตึก
"อ.เจษฎา" มีคำตอบ รอยคล้ายพญานาค ที่จุฬาฯ ที่แท้คือ...
"สรยุทธ" แจงผ่านเรื่องเล่าเช้านี้ ยัน ชายคลิปฉาว ไม่ใช่ตน
สลด!หญิงชราเครียด โดดลงบ่อจระเข้นับร้อยตัว จนท.ช่วยไม่ทัน ถูกไอ้เขี้ยมรุมกินต่อหน้านักท่องเที่ยว
บ้านพรีคาสท์ ดียังไง? โดยเช็คราคา.คอม
เจริญนครวันนี้ “เจริญ”สมชื่อ ธุรกิจค้าปลีก-โรงแรม-คอนโดฯพรึบ รับกำลังซื้อ-บูมท่องเที่ยวริมน้ำ
ไม่รู้ไม่ได้ เกี่ยวกับหมวกกันน็อค โดยเช็คราคา.คอม
รถใหม่ติดแก๊สต้องตรวจสภาพเมื่อไร? โดยเช็คราคา.คอม
พาชม Duplex Penthouse โครงการ URBANO ABSOLUTE