เจาะสาระสำคัญ ! ร่างพ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินฯ -สนับสนุนการก่อการร้ายฯ ฉบับที่โลกอยากเห็น!

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 เวลา 20:30:26 น.

วันนี้ 29 พ.ค. 2555  เมื่อเวลา 09.00 น.  ณ  ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล      นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ  รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี 
 

 

รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. ....  รวม 2 ฉบับ  ที่ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
  
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
  

1. ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 
  

 1.1 แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า “ความผิดมูลฐาน” “ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย” และ “ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด” (ร่างมาตรา 3 แก้ไจเพิ่มเติมมาตรา 3)
   

1.2 กำหนดให้คณะกรรมการ ปปง. มีอำนาจกำหนดนโยบายในการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินที่อาจเกิดจากธุรกรรมบางประเภท  (ร่างมาตรา 7 เพิ่มมาตรา 25 (1/1))
   

1.3 กำหนดมาตรการคุ้มครองพยานสำหรับผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 8 เพิ่มมาตรา 37/1)
   

1.4 กำหนดให้สำนักงาน ปปง.  มีอำนาจเกี่ยวกับการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินการรายงานการทำธุรกรรม และวิเคราะห์ความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (ร่างมาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 40 (3) และ (4) และเพิ่มร่างมาตรา 10 เพิ่มเติมมาตรา 40 (3/1))
   

1.5 กำหนดให้ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน (ร่างมาตรา 11 เพิ่มมาตรา 44 วรรคสาม)
   

1.6 กำหนดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนการดำเนินการของสำนักงาน ปปง. ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดหรือเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด (ร่างมาตรา 12 เพิ่มมาตรา 46/1)
   

1.7 กำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งมีอำนาจเปรียบเทียบปรับคดีความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 (ร่างมาตรา 13 เพิ่มมาตรา 64/1 และมาตรา 64/2)  
  

2. ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ. .... 
   

2.1 กำหนดบทนิยามคำว่า “ผู้มีหน้าที่รายงาน”  “ระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน”  เป็นต้น (ร่างมาตรา 3)
   

2.2 กำหนดให้คณะกรรมการ ปปง. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย เพื่อแจ้งให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 4)
   

2.3 กำหนดหน้าที่ของผู้มีหน้าที่รายงานซึ่งได้แก่ สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ดำเนินการระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อก่อการร้าย (ร่างมาตรา 5)
   

2.4 กำหนดสิทธิของผู้ถูกระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน (ร่างมาตรา 8)
   

2.5 กำหนดหลักเกณฑ์การเข้าถึงทรัพย์สินของผู้ถูกระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน  (ร่างมาตรา 9)

 

 

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมครม. ยังเห็นชอบ มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เรื่อง การกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม
  

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เรื่อง การกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ครั้งที่ 4/2554 วันที่ 26 ธันวาคม 2554 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะบังคับบัญชาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เสนอ
  

สาระสำคัญของเรื่อง
  

สำนักงาน ปปง. รายงานว่า
  

1. ประเทศไทยได้เข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism : AML/CFT) ซึ่งเป็นการประเมินการปฏิบัติตามข้อแนะนำ 40+9 ของ FATF โดยคณะผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก เมื่อเดือนมีนาคม 2550 นั้น FATF ได้ออกประกาศ FATF Public Statement ซึ่งได้จัดให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ส่วนหนึ่งมาจากการขาดการกำกับดูแลด้าน AML/CFT ที่เข้มข้น ซึ่งหมายรวมถึงการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมอันทำให้สถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมมีความเสี่ยงในการฟอกเงินโดยอาชญากร จึงอาจส่งผลเสียหายแก่การทำธุรกิจและก่อให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
  

2. จากผลการประเมินตามข้อ 1 คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจึงออกมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เรื่อง การกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานสากล ด้าน AML/CFT เพื่อใช้ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม ไม่น้อยกว่า 60,000 แห่ง และจำนวนรายงานการทำธุรกรรมตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2543 – 30 กันยายน 2554 จำนวนทั้งสิ้น 12,162,190 รายงานธุรกรรม ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นชอบกับมาตรการดังกล่าวด้วยแล้ว โดยมาตรการดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้
   

 

2.1 การดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม
    2.1.1 ประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลหลักสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม สมาคม ชมรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและในการสนับสนุนในการดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
    2.1.2 ศึกษา จัดทำหรือปรับปรุงนโยบาย มาตรการคู่มือ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม เพื่อการดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
    2.1.3 จัดทำแนวทาง สิ่งพิมพ์เผยแพร่ การฝึกอบรมเผยแพร่ ให้ความรู้ ความเข้าใจกับสถาบันการเงิน และผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมในการปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย และแนวทางด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
    2.1.4 รับ ประมวลผล และตอบกลับรายงานการทำธุรกรรม และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม
    2.1.5 รับ หรือส่งรายงาน หรือข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับหน่วยงานกำกับหลักหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
    2.1.6 ดำเนินการประเมินความเสี่ยงกลุ่มสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม โดยวิเคราะห์จากปัจจัยความเสี่ยงต่อการเป็นแหล่งฟอกเงินและปัจจัยเกี่ยวกับความเข้มข้นในการกำกับดูแลในด้านโครงสร้าง ระบบงานและวิธีปฏิบัติงานในด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพื่อพิจารณาจัดลำดับ และวิธีการตรวจสอบสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม
    2.1.7 ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติของสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมโดยวิธีการตรวจสอบจากเอกสาร รายงาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และหรือการตรวจสอบ ณ สถานที่ทำการของสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม เพื่อประเมินผลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน
    2.1.8 พิจารณาผลการตรวจสอบเพื่อประเมินผลการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม และบังคับใช้กฎหมายในการกำกับดูแลให้สถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมโดยหลักนิติธรรม
    2.1.9 ดำเนินการติดตาม แก้ไข ปรับปรุงตามแผนงานของสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมตามข้อสังเกตจากการตรวจสอบและประเมินผล และนำผลการประเมินมาวิเคราะห์และทบทวนระดับความเสี่ยงโดยรวมของแต่ละกลุ่มสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมเพื่อประกอบการประเมินในรอบถัดไป
   

2.2 แนวทางการกำกับดูแลสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม
    2.2.1 การกำหนดคณะผู้ตรวจสอบ และคณะกรรมการพิจารณาผลการตรวจสอบและประเมินผล
    2.2.2 กำหนดการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นสำหรับสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมทุกประเภท โดยกำหนดความเสี่ยงตามปัจจัยความเสี่ยงต่อการเป็นแหล่งฟอกเงิน และปัจจัยเกี่ยวกับความเข้มข้นในการกำกับดูแลทั้งในด้านนโยบายทางเศรษฐกิจและมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม เพื่อใช้เป็นหลักในการเลือกตรวจสอบและประเมินครั้งแรก
   2.2.3 การกำหนดการติดตามข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการตรวจสอบ โดยคำนึงถึงสาระสำคัญของแนวปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นหลัก
   2.2.4 การกำหนดหลักเกณฑ์ในการเลือกใช้วิธีการตรวจสอบและประเมินผล ขั้นตอนในการตรวจสอบตามวิธีต่าง ๆ ที่กำหนด
    (1) การตรวจสอบจากเอกสาร รายงาน และข้อมูลที่ได้รับจากสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม แหล่งข้อมูลที่เหมาะสม (Off-site Examination)
    (2) การตรวจสอบโดยเข้าตรวจและสัมภาษณ์ ณ ที่ทำการสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม ประกอบการขอข้อมูลของสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมที่เหมาะสม (On-site Examination)
   2.2.5 การกำหนดรอบระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมินผลสำหรับสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรม เพื่อความต่อเนื่องในการกำกับดูแล
   2.2.6 การกำหนดกระบวนการหลังการตรวจสอบและกระบวนการหลังแจ้งผลการประเมิน
    (1) การรวบรวมข้อมูลและสอบถามเพิ่มเติม
    (2) คณะกรรมการพิจารณาผลการตรวจสอบและประเมิน เพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกัน
    (3) แจ้งผลการตรวจสอบและการประเมินที่ผ่านการอนุมัติให้สถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร
    (4) การกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมจัดทำแผนงานเฉพาะกรณีปรับปรุง แก้ไข ให้สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ยกเว้นกรมที่ดิน
    (5) การให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในกรณีที่ได้ส่งแผนงานมายังคณะผู้ตรวจ
    (6) การดำเนินคดีอาญา หากสถาบันการเงินและผู้มีหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมมีการปฏิบัติงานที่อาจเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเป็นสาระสำคัญ ยกเว้นกรมที่ดิน


 








“โต้ง”เล็งขึ้น “แวต”เป็น 10%
6 เดือนแรกของปีงบ 2557 เก็บภาษีต่ำกว่าเป้า 2 หมื่นล้าน –ยืนยันไม่มี “ชัตดาวน์”เหมือนสหรัฐ
ทนายปูยื่นป.ป.ช.ขอเพิ่มเติมพยานคดีจำนำข้าวอีก7ปาก-เป็นคำรบ 3
พลาดไม่ได้ ...สัมมนาโลจิสติกส์ครั้งใหญ่แห่งปี Logistics Excellence Solution 2014
บอร์ด ตลท. ลงมติเลือก "เกศรา มัญชุศรี" เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่
′มูรินโญ่′รับเชลซีอาจยอมทิ้งถ้วยพรีเมียร์ฯ-มุ่งเป้าคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างเดียว
แม้วโพสต์อินสตาแกรม′อลาสก้าตอนนี้อากาศเย็นสบายดีครับ เมืองไทยร้อนหรือไม่ครับ′
ผอ.ห้างฯดังเมาแล้วขับตกลงจ่ายญาติเหยื่อหลังชนดับ1.2ล้านบาท คนเจ็บเรียกค่าทำขวัญ5แสน
ซีพีเอฟยกขบวนสินค้า CP ราคาพิเศษ ช่วยลดค่าครองชีพชาวพิษณุโลก 24-27 เมษายนนี้
วิรัตน์ร้อง′ป.ป.ช.′ฟัน′ปู-ศอ.รส.′ออกแถลงการณ์ยุยง-ข่มขู่ ป.ป.ช.-ศาลรธน.
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น