ปัญหา"มาตรา68" สกัด"ร่างแก้ไขรธน. แหลมคมจาก"นิติราษฎร์"

วันที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เวลา 12:00:29 น.




(ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน 2555)

 

 

 


เป็นปมประเด็นอันอ่อนไหวอีกครั้ง

ภายหลังคณะ ส.ส.แห่งพรรคประชาธิปัตย์ รุดเข้ายื่นเรื่องต่อ "ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา" เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา

เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 จะมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทั้งฉบับ เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือไม่

วันที่ 1 มิ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งรับเรื่องไว้พิจารณา พร้อมกับให้รัฐสภา หยุดการโหวตในวาระ 3 ไว้ก่อน

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว ผ่านด่านอรหันต์และอุปสรรคนานัปการ รวมถึงการ "ยื้อ" ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการอภิปรายวาระ 2 ถึง 15 วัน จนเกือบเสร็จกระบวนการ รอลงมติในวาระ 3 ที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 5 มิ.ย.

ดูเผินๆ เหมือนกับเป็นเรื่องที่ชอบแล้ว สมควรแล้ว แต่ไฉนเสียงคัดค้านจากบรรดานักกฎหมายจึงกระหึ่มขึ้นทันที

ประเด็น คือ การที่คำร้องให้วินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยช่องทางของมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ นั้น "ชอบ" แล้วหรือ

และกฎหมายใดกำหนดให้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจ "สั่ง" รัฐสภา อันเป็นองค์กรของ ฝ่ายนิติบัญญัติ

หากฟังจาก นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นชัดถึง เจตนาดี และความห่วงใย วิญญูชนพึงสดับดังนี้

ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเจตนาจะขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แต่เพราะมีผู้มาร้องขอให้ศาลดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ศาลก็ต้องไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่า

การยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นการเปลี่ยน แปลงการปกครองตามที่มีการกล่าวหาหรือไม่ หากทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่มีพฤติการณ์ ศาลก็ยกคำร้อง

แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการยกร่างกันเป็นรายมาตรา และถ้าจะอ้างว่าผู้ที่ยกร่างก็เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภา คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือพรรค การเมือง

แต่คนเหล่านี้ คือผู้ที่จะต้องให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ ส.ส.ร.เป็นผู้ยกร่าง จึงถือได้ว่าเป็นอำนาจสุดท้ายในการดำเนินการ อีกทั้ง หาก ส.ส.ร.ทำผิดหลักการขึ้นมาจะทำกันอย่างไร

ดังนั้น ศาลจึงอยากจะรู้ว่าคนเหล่านี้มี ความคิดในเรื่องรูปแบบของการปกครองอย่างไร เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่เลยเถิด เราต้องตรวจสอบ ตรงนี้ก่อน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการถ่วงดุล

และย้ำอีกครั้งว่า เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ให้อำนาจเอาไว้ ถือเป็นการถ่วงดุลในการตรวจสอบ ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจเข้าไปก้าวล่วงไปกำกับรัฐสภา จึงควรมองในทางบวก

ขณะที่คณะนักกฎหมายนิติราษฎร์ รุ่นน้องของประธาน วสันต์ จากแดนโดมเจ้าพระยาด้วยกัน เห็นต่างไปคนละนับร้อยไมล์

แถลงการณ์นิติราษฎร์เรื่อง คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญกรณีรับคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ไว้พิจารณาและคำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

ฟันธงฉับๆ แบบไม่มีการชักม้าชมเมือง ขอนำมาสรุปดังนี้

1.การกระทำที่เป็นเหตุแห่งการเสนอคำร้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 68 ต้องเป็นบุคคล หรือ พรรคการเมือง มิใช่ "รัฐสภา" อันเป็น "องค์กร" ของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะนี้

2.ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคสอง บัญญัติชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน ไว้ 2 ขั้นตอน คือ 1.ให้บุคคลเสนอต่อ "อัยการสูงสุด" ตรวจสอบข้อเท็จจริง 2.หากเห็นว่ามีมูล อัยการสูงสุด จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

การที่ศาลรัฐธรรมนูญไปตีความว่า บุคคลสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เลยนั้น น่าจะไม่ชอบ

นิติราษฎร์ยังอ้าง บันทึกรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 27/2550 พบว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าใจตรงกันว่า ผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 วรรคสอง คือ อัยการสูงสุดเท่านั้น

และ 3.อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการกำหนด "วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา" ด้วยการสั่งให้หยุดกระบวนการ หยุดการกระทำ ในกรณีนี้ไม่มีการบัญญัติรับรองไว้

นั่นคือ ความเห็นจากคณะนิติราษฎร์ และคำถามจากคณะนิติราษฎร์ว่า "อัยการสูงสุด" ไฉนจึงหายไปจากกระบวนการ

หากเปิดรายการการประชุม ส.ส.ร.2550 ตามเลขที่ดังกล่าว จะพบการอภิปรายของ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย และ นายจรัญ ภักดีธนากุล ว่าด้วยบทบาทของ "อัยการสูงสุด" ปรากฏอยู่

สำหรับ นายจรัญ ภักดีธนากุล ขณะนี้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย

น่าสนใจอย่างยิ่งว่า นายจรัญจะให้ความเห็นว่าอย่างไร

......

 

เปิดบันทึกประชุม ส.ส.ร.50 เจตนารมณ์"มาตรา 68" ...คลิกอ่าน

 




หมอมงคล ณ สงขลาโพสต์ยอมรับ "ทำผิดมหันต์"ร่วมม็อบไล่ปู บอกปัจจุบันแย่ยิ่งกว่า
"หมออั้ม"จวก"เกลือ เป็นต่อ" เคยจิกแขวะ-เหน็บแนมอดีตนายกฯ วันนี้โดนเอง
แห่เซลฟี่ ‘เครื่องซักผ้า’ เหตุทหารเยี่ยมจ่านิว ถามที่บ้านมีเครื่องซักผ้าด้วยเหรอ?
′บิ๊กตู่′ย้อนถาม′สุเทพ′เอาเงินที่ไหนอุ้มราคายาง กก.ละ 60 บาท ลั่นไม่คุย
′ตู่-จตุพร′ปัดจูบปาก′ลุงกำนัน′ หลังโซเชียลฯเเชร์ภาพนั่งร่วมโต๊ะงานเเต่ง