บทนำมติชน การเมืองเรื่องอู่ตะเภา...ไม่คุ้มกับความเสียหายของส่วนรวม

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เวลา 10:20:53 น.




บทนำมติชน 29 มิถุนายน 2555

 

ปัญหาเรื่อง "นาซา" หรือองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา ขอเข้ามาใช้สนามบินอู่ตะเภา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในโครงการตรวจสอบการก่อตัวของเมฆในชั้นบรรยากาศช่วงมรสุมระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน ที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า มีความหมิ่นเหม่ในเรื่องดินแดน ความมั่นคง เข้าข่ายจะต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ตามมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญ ได้ข้อสรุปในระดับหนึ่ง เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ลงมติให้นำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179 อันเป็นการอภิปรายทั่วไป ไม่มีการลงมติ เพื่อฟังความเห็นสมาชิกทั้ง 2 สภาในปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

ผลที่เกิดขึ้น ก็คือ โครงการดังกล่าวจะต้องเลื่อนออกไป เพื่อรอการพิจารณาของรัฐสภา ในห้วงเปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แสดงความเสียดายประโยชน์ที่จะได้จากโครงการนี้ การหารือในคณะรัฐมนตรี แสดงถึงความหวั่นเกรงผลทางกฎหมายที่จะตามมาหากรัฐบาลเดินหน้าอนุมัติทันที และเกรงการขยายผลทางการเมือง แม้ว่าเกือบทุกฝ่ายได้ออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งดำเนินการต่อไป ส่วนการนำเข้ารัฐสภาตามมาตรา 179 เป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ย้ำว่าโครงการนี้ไม่เข้า 4 เงื่อนไขตามมาตรา 190 วรรคสอง หากรัฐบาลนำเรื่องเข้ารัฐสภาจะกลายเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายใหม่ที่จะมีผลไปถึงนโยบายที่ได้ดำเนินการมาแล้ว ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งจะทำให้โครงการที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้มีปัญหาทั้งหมดและต้องนำกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกครั้ง

น่าสังเกตว่า ปัญหาที่ฝ่ายค้านคัดค้านอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ มีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ผู้นำกองทัพ นักกฎหมาย ออกมาสนับสนุนรัฐบาลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ด้วยเหตุผลทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ กฎหมาย และความมั่นคง แม้แต่เอกอัครราชทูตของประเทศที่เกี่ยวข้องก็ออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ด้วยตนเอง แต่รัฐบาลก็ไม่กล้าที่จะเดินหน้าโครงการต่อไปสะท้อนถึงสภาพการเมืองที่มีปัญหาของประเทศไทย ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ข้อหาล้มล้างทำลายประชาธิปไตย รอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ การให้รัฐสภาแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการแก้ไขในเชิงการเมือง ขณะที่มีผลเสียเกิดขึ้นจากความล่าช้าอย่างเห็นได้ชัด บทเรียนจากกรณีนี้ก็คือทุกฝ่ายจะต้องทบทวนแนวทางการเมืองของตนเองว่าเป็นไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ หรือเพื่อความได้เปรียบในการนำไปขยายผล แต่ไม่คุ้มกับความเสียหายของส่วนรวมที่เกิดขึ้น





บทนำมติชน : แก้ยาง-ระยะยาว
บทนำมติชน : อำนาจของศาลรธน.
ปรองดอง : บทนำมติชน
ต้องช่วยสวนยาง : บทนำมติชน
ก่อนสรุป′ร่างแรก′ : บทนำมติชน

กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว แฝดสยาม อิน-จัน พบรักแรกกับสาวลอนดอน(8)
ค่าจ้างขั้นต่ำ 2559 : โดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์
ลึกแต่ไม่ลับ โดยจรัญ พงษ์จีน : "ศึกในประชาธิปัตย์"
เหยียดคนจนบนบัตรทอง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
หรือสมคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
test