สแกน′นิ้วมือ′แสดงตัวตน สแกน′ศักยภาพ′เด็ก

วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09:30:53 น.




มติชน 20 กรกฎาคม 2555


กำลังได้รับความนิยมในหมู่ "พ่อแม่ยุคใหม่" ที่ไม่อยากเสียเวลาในการค้นหา "พรสวรรค์" ของลูกด้วยการพาลูกน้อยไปเรียนพิเศษ "อัด" ทุกสาขาวิชา ทั้งวิชาการ ดนตรี ศิลปะ กีฬา เพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต สำหรับนวัตกรรมใหม่ "สแกนลายนิ้วมือ" ที่เพิ่งเข้ามาในเมืองไทยประมาณ 2 ปี หลังจากที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในจีน หรือไต้หวัน

แม้ราคาใช้บริการจะค่อนข้าง "สูง" แต่พ่อแม่หลายคู่ก็ยินดีควักกระเป๋าจ่าย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ "ยาจิตร ยุวบูรณ์" เจ้าของฉายาหมอดูกิตติมศักดิ์ ปัจจุบันเขียนคอลัมน์ดูดวงให้นิตยสาร "ดิฉัน" มากว่า 10 ปี เล่าว่า การสแกนลายนิ้วมือ มีประวัติศาสตร์ 200 ปีกว่า นักวิทยาศาสตร์แถบประเทศยุโรปค้นพบว่า ลายนิ้วมือเชื่อมโยงกับสมอง ขณะที่เมื่อ 2,000 ปีก่อน ชาวจีนค้นพบว่า ลายนิ้วมือเป็นเครื่องยืนยันแต่ละคน และลายนิ้วมือของคนเราไม่เหมือนกันเลย ยกตัวอย่าง เอฟบีไอ ก็จะใช้ลายนิ้วมือในการยืนยันคนๆ นั้น หรือการทำบัตรประจำตัวประชาชนรวมทั้งพาสปอร์ต หรือเปิดบัญชีธนาคาร ก็ปั๊มลายนิ้วมือเพื่อเก็บประวัติของคนๆ นั้นไว้เช่นกัน

"การดูลายนิ้วมือสามารถดูได้ตั้งแต่เด็กๆ เพราะการพัฒนาลายนิ้วมือเริ่มต้นสัปดาห์ที่ 13 ที่อยู่ในครรภ์มารดา และพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 24"

การค้นหาศักยภาพสมองด้วยลายนิ้วมือ จึงเหมือนเป็นการ "ไขรหัสลับ" เพราะเยื่อสมองแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบลายนิ้วมือ 3 ประเภทหลัก คือ ลายก้นหอย, ลายมัดหวายปัดก้อย, ลายโค้ง ถ้าลายนิ้วมือแบบใดปรากฏในสมองส่วนไหน ลักษณะพฤติกรรมจะแสดงออกมาแบบนั้น

"ลายก้นหอย บ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองสูง มีลักษณะผู้นำ ส่วนลายมัดหวาย มีลักษณะพึ่งพากฎเกณฑ์ อดทน ไม่ชอบความขัดแย้ง ขณะที่ลายโค้งบ่งบอกลักษณะของคนที่เป็นเหมือนฟองน้ำ ซึมซับความรู้ได้ตลอดเวลา" ยาจิตรยกตัวอย่าง ก่อนทิ้งท้ายว่า

"ลายนิ้วมือจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต เป็นไอดี หรือ ยีนส์ของคนๆ นั้น การดูลายนิ้วมือจึงเหมือนเป็นไบเบิ้ลชีวิตที่จะบอกถึงพรสวรรค์ของลูกที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด รวมทั้งรูปแบบบุคลิกของลูก"

หนึ่งในคู่พ่อแม่รุ่นใหม่ที่พาลูกชายวัย 2 ขวบกว่าๆ เข้ารับการสแกนนิ้วมือ "ปุ่น-แหม่ม" เล่าว่า ก่อนพาลูกมาสแกนลายนิ้วมือปรึกษากันว่าจะให้ลูกทำทุกอย่าง ตั้งแต่เล่นไวโอลิน เปียโน ศิลปะ ตีกอล์ฟ เรียนภาษา จะอัดลูกทุกอย่าง เพื่อให้เขามีความสามารถรอบด้าน

"แต่พอมาสแกนนิ้วมือทำให้รู้ว่า เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนรับได้ในสิ่งที่พ่อแม่พาไปเรียนทุกอย่าง มีความสามารถในการเรียนรู้หลายๆ อย่างพร้อมกัน แต่เด็กบางคนเรียนรู้ได้ทีละอย่าง สองอย่าง ถึงจะเก่งแค่ไหนก็เรียนรู้ได้ทีละอย่างสองอย่างเท่านั้น"

"ทีนี้ ลูกของเราเป็นเด็กที่เรียนรู้ได้ทีละอย่างสองอย่าง ไม่อย่างนั้น น้องจะกดดัน เครียด พอรู้อย่างนี้ ก็ทำให้เรารู้ว่าเราจะเลี้ยงลูกอย่างไร"

"นอกจากนี้ ผลสแกนยังบอกอีกว่า น้องไม่เก่งด้านตรรกะ คือไม่เก่งเลข แต่น้องมีความสามารถด้านศิลปะ พอรู้ว่าน้องไม่เก่งเลข ทำให้เรารู้ว่า น้องจะไม่ได้เป็นแพทย์ เป็นนักวิชาการ แต่จะเป็นศิลปิน พอรู้ว่าน้องถนัดอะไร ก็ทำให้เรารู้ว่าต้องเสริมน้องด้านไหน"

คุณแม่แหม่มและคุณพ่อปุ่นบอกว่า พอรู้แบบนี้ทำให้เลี้ยงลูกสบายขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ทั้งคู่ก็เป็นเหมือนพ่อแม่หลายคนที่พยายามอัดทุกอย่างให้ลูก ส่งเสริมลูกให้มากที่สุด

"พ่อแม่บางคนก็จะอัดวิชาการ บางคนอัดเรื่องความบันเทิง บางคนอัดจนลูกจบหมอ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ทำอาชีพแพทย์ แต่หักเหชีวิตไปเป็นศิลปิน"

นอกจากเลี้ยงลูกสบายขึ้น ทัศนคติในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่คู่นี้ก็เปลี่ยนไปด้วย

"ตอนนี้ไม่ตั้งเป้า แต่หวังว่าน้องจะได้ทำทุกอย่างที่รักและมีความสุข ตั้งเป้า อย่างเดียว คือน้องแฮปปี้ อยู่ในสังคมมีความสุข ไม่ต้องสานธุรกิจพ่อแม่ ไม่ต้องอะไรเลย ขอให้โตขึ้นมามีความสุข เมื่อก่อนนี้คิดเยอะมาก จะให้ลูกทำอะไร สานต่อธุรกิจไหม ทั้งที่ลูกยังไม่เข้าอนุบาลเลย (หัวเราะ) แต่ตอนนี้จะตั้งใจเลี้ยงลูกแบบไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องเป็นหมอ ไม่ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ขอให้มีความสุขก็พอ" แหม่มว่า

ก่อนที่คุณพ่อปุ่นเสริมว่า

"คิดเหมือนภรรยา ให้มีความสุขไว้ก่อน แต่ต้องให้ลูกมีความสามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคตมากกว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะแยะ ผมว่ามันเหนื่อย ทุกวันนี้ สังคมแก่งแย่งชิงดี พอแย่งเยอะๆ อะไรมากๆ มันไม่มีความสุข เพราะต้องคอยกดดัน แคร์สังคมรอบข้าง พ่อแม่ตั้งเป้าหมายไว้ ลูกต้องทำให้ได้เพื่อพ่อแม่ แต่ไม่ได้เป็นตัวของเขาเอง เขาก็จะไม่มีความสุข"

"ฉะนั้น เราอยากเลี้ยงลูกให้ลูกมีความสุข มากกว่าให้เรามีความสุข" แม่แหม่มและพ่อปุ่นทิ้งท้าย

ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ว่าลูกเก่ง ฉลาด ดี เลิศ ด้านใด แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าพ่อแม่มอบความรักความอบอุ่นให้ลูกน้อยอย่างเต็มที่และเข้าใจ ไม่ว่าเขาจะเก่งหรือไม่เก่ง อย่างน้อยเขาจะเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข








ตำรวจอยุธยา บุกทลายบ่อน รวบนักพนันกว่า 30 คน
"จีจี้ เดอะ โรบอท" หุ่นยนต์สู้ศึก"อีโบลา"
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้้ กับ "คอลัมน์ดาวกับดวง" วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2557 โดย พิมพ์พรร
อดีตตชด.ทำความสะอาดปืน พลาดลั่นใส่หัวดับ
เก๋งชนท้ายรถพ่วง′พ่อ-แม่′ดับคาที่ ลูกบาดเจ็บสาหัส
′หงส์แดง′เจ๊งคารังโดน′ชุดขาว′ถล่มยับ′โด้-เบนซ์′ช่วยกันยิง
วิสัยทัศน์ สปช. จะทำอะไร? : บทนำมติชน
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2557 โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร
วัยรุ่นตีกันคอนเสิร์ต′มันส์ข้างหอ′พาราด็อกซ์ กะซวกตาย 1 เจ็บ 4
"ณรงค์" ไม่สนกลุ่มต้านค่านิยม12ประการ นร.ที่เคลื่อนไหวเผยจนท.โทรไปถามหาถึงโรงเรียน
"น้องอาร์ท"บัณฑิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก"สมเด็จพระบรมฯ" - เสียชีวิตแล้ว
อ้อมกอดของนางฟ้าใจดี ที่ทำให้ 1 ชีวิตได้ไปต่อ
"แยม ฐปณีย์" เล่านาทีร่ำไห้ พบ "กัปตันชัช" เผยติดป่า11วันเต็ม กินแต่น้ำ รอดมาได้เพราะสติ
คืบหน้าเกาะเต่า! "ปัญญา"เผยคดีคืบกว่า85% พบพิรุธ "เพื่อนฝรั่ง" ชาวบ้านแห่ให้ปากคำ แฉพูดไม่ตรง
งานเข้า! สื่อผู้ดีเเฉ 2 พม่าผู้ต้องหาฆ่านักท่องเที่ยว ถอนคำให้การแล้ว อ้าง ถูกซ้อมให้รับสารภาพ
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
ไม่รู้ไม่ได้ เกี่ยวกับหมวกกันน็อค โดยเช็คราคา.คอม
ถิ่นเจริญกรุง เจริญนคร มหานครใหม่ที่ต้องจับตา
10 วิธีแก้ไขปัญหากวนใจในทาวน์เฮ้าส์ โดยเช็คราคา.คอม
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม