ก.ตร.ไฟเขียวถกตั้ง 47 นายพลตามโผ "เหลิม"ถูกใจ"ภาณุ"นั่ง ผบช.สตม. ปัดล็อคสเปค ชี้แต่งตั้งไม่ยึดอาวุโส

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 19:00:04 น.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)  เป็นประธานประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 11/2555 โดยมีวาระสำคัญคือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2555 ในตำแหน่งระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ถึง ผู้บัญชาการ (ผบช.) และการขอเปิดตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารยุทธศาสตร์ งานด้านปราบปรามยาเสพติดและการต่อต้านการก่อการร้าย โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าประชุมครบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมก.ตร.ได้นำวาระการแต่งตั้ง ซึ่งเดิมที่กำหนดเป็นเรื่องลำดับท้าย มาพิจารณาเป็นเรื่องแรก ใช้เวลาพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายจำนวน 47 ตำแหน่ง ตามบัญชีที่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.เสนอ ซึ่งเป็นบัญชีที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกหรือบอร์ดกลั่นกรองแล้ว ทั้งนี้ ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 50 นาทีเท่านั้น ก่อนที่ก.ตร.จะมีการพักประชุม และเริ่มพิจารณาวาระขออนุมัติเปิดตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารยุทธศาสตร์ด้านงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดและการต่อต้านการก่อการร้าย ใช้เวลาเพียง 10 นาที ก่อนพิจารณาวาระอื่นๆต่อไป


พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การพิจารณาผ่านหมดแล้วตามบัญชีที่ตนเสนอ  ส่วนตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ใหม่ก็อนุมัติเปิดเช่นกัน จากนี้ต้องเสนอให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) อนุมัติตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะเร็วๆ นี้แน่นอน จากนั้นจึงจะแต่งตั้งบุคคลลงในตำแหน่งได้


ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า  การพิจารณาแต่งตั้งครั้งนี้พิจารณารวดเร็ว เห็นพ้องต้องกันตามที่ ผบ.ตร.เสนอบัญชีมา ทุกตำแหน่งเป็นอกฉันท์ มีการถามบ้างถึงเหตุผล แต่ไม่มีการโหวต ทุกตำแหน่งผ่านเอกฉันท์ สนับสนุนกันด้วยซ้ำ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่การแต่งตั้งระดับนี้รวดเร็วเป็นประวัติการณ์  ไม่มีปัญหาเลย เพราะการเมืองไม่เข้าไปยุ่งเลย ที่มีข่าวว่าโผจากการเมืองก็ไม่จริง ทั้งนี้ มีบางตำแหน่งที่ ก.ตร.ตั้งคำถาม เช่น การย้าย พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.สพฐ.ตร.นั้น ก็อธิบายเหตุผลว่า งานสพฐ.ตร.เป็นงานที่สำคัญมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน จึงต้องใช้คนมีความรู้ความสามารถ จึงเลือก พล.ต.ท.ดร.ปัญญา าดำรงตำแหน่งนี้ ที่บอกว่าลดเกรดเป็นการมองผิด บช.นี้สำคัญมาก อีกอย่างประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน งานด้านนิติวิทยาศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ดี 


เมื่อถามถึงการย้าย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 ทั้งที่เพิ่งย้ายได้เพียง 1 เดือนว่า  เป็นเรื่องความเหมาะสม เมื่อย้าย พล.ต.ท.ปัญญาแล้ วตำแหน่งผบช.ภ.2 ว่าง จึงเลิอก พล.ต.ท.วินัย ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ และมีความสามารถไปดำรงตำแหน่งแทนก็เท่านั้น  เรื่องการย้าย พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ไปเป็น ผบช.สตม. ตนเห็นด้วยอย่างมาก มองว่าเหมาะสมมา สนับสนุน โดนใจตนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าตนเป็นคนเลือก เพียงแต่บอกว่าถูกใจตำแหน่งนี้  ยืนยันอีกครั้งว่าการย้าย พล.ต.ท.ปัญญาไม่เกี่ยวกับอยบายมุขหรือสถานบันเทิง เป็นเรื่องความเหมาะสมที่ต้องการคนมีความสามารถ


"นอกจากนี้ ก.ตร.ยังเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นใหม่ ซึ่งทุกคนเห้นว่าเหมาะสม ก.ตร.อุนมัติ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ตำแหน่งเฉพาะตัว สามารถแต่งตั้งทดแทนได้ ส่วนการแต่งตั้งผู้มาดำรงตำแหน่งนี้ยังไม่ได้คุยกัน ไม่มีการล็อคสเป็คตามที่เป็นข่าว ซึ่งการพิจารณาแต่งตั้งนั้น ดูตามความเหมาะสม แม้ก กฎ ก.ตร.จะรุบว่าต้องแต่งตั้งตามความอาวุโส แต่หากผู้ที่อาวุโสไม่เหมาะสม ก็สามารถเลือกคนที่เหมาะกว่าได้ กฎ ก.ตร.ยกเว้นได้" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. แถลงว่า  การแต่งตั้งครั้งนี้มี 47 ตำแหน่ง เป็นที่ปรึกษา (สบ10ปเข้าตำแหน่งหลัก 3 คน ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้น 5 คน ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.มี พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ จตช.(สบ9) ขยับเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. 1 คน มีผบช.ขึ้น ผุ้ช่วยผบ.ตร. 10 คน ระดับผบช.ดยกในระนาบ  6 คน เลื่อนขึ้น 22 คน โดยใสตำแหน่งระดับผู้ช่วยผบ.ตร.นั้น พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงศ์ นายแพทย์ใหญ่ตร.ไม่ขอขึ้น เนื่องจากมีภารกิจต้องสานต่อ ก.ตร.จึงอนุมัติให้ พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม จตร.(สบ8) ซึ่งมีอาวุโสอันดับ 11 เลื่อนตำแหน่งขึ้นแทน 


สำหรับการเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. นั้นเพิ่มจาก 17 ตำแหน่ง รวมเป็น 18 ตำแหน่ง แต่ตำแหน่งนี้ ซึ่งเรียกว่าผู้ช่วย ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารยุทธศาสตร์ งานด้านปราบปรามยาเสพติดและการต่อต้านการก่อการร้าย  แตกต่างจากตำแหน่งอื่นเพราะไม่สามารถเปลี่ยนหน้าที่การงานได้ ล็อคภารกิจตายตัว  โดยมีการให้เหตุผลในการเปิดตำแหน่ง  2 ประกาคือ 1.ตามข้อเสนอจากอนุก.ตรด้านบริหารทรัพยากรบุคคล  2. รองรับนโยบายรับบาลด้านต่อต้านก่อการร้ายเน้นการประสานงานประเทศเพื่อนบ้าน 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะพม่า  กัมพูชา ลาวเกี่ยวกับงานยาเสพติด  และดูแลนายตำรวจประจำประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังกำหนดใหม่  เน้นงานก่อการร้ายเป็นหลัก

 

โฆษก ตร. กล่าวว่า ก.ตร.ได้อนุมัติ ขณะที่แก้ไขหลักเกณฑ์บรรจุทายาทตำรวจโดยเพิ่มกรณี พิการ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่สามารถรับราชการได้ ให้บรรจุทายาทเข้าเป็นข้าราชการตำรวจได้ โดยให้สิทธิเหมือนกันทั่วประเทศ จากเดิมให้สิทธิเฉพาะตำรวจที่เสียชีวิตเท่านั้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ตำรวจและตอบแทนคุณความดี  นอกจากนี้ก.ตร.ยัง กำหนดให้ตำรวจที่จะเข้าสังกัดสำนักงานตำรวจคนเข้าเมืองในระดับรองสารวัตรขึ้น ต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ ตามที่ ตร.กำหนด เช่น ภาษามาเลย์ พม่า เขมร  ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะใช้ในการแต่งตั้งวาระปีหน้า  ขณะเดียวกันปรับตำแหน่งโครงสร้างตำแหน่งนายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ให้สอดรับกับกรมราชองค์รักษ์  โดยขออนุมัติเปิดตำแหน่งใหม่ 117 ตำแหน่ง  เป็นนรป.(สบ8) 1 ตำแหน่ง  นรป.(สบ6) 2 ตำแหน่ง และ ผู้บังคับการกองบังคับการถวายความปลอดภัย 1 ตำแหน่ง  รองผบก.2 ตำแหน่ง ผกก. 3 ตำแหน่งรองผกก.7 ตำแหน่ง สารวัตร 12 ตำแหน่ง  รองสารวัตร 25 ผบ.หมู่ 64 ตำแหน่ง  ทั้งนี้สำหรับตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร.ฯ นรป.(สบ8) นรป.(สบ6) และผบก.ถปภ. ทั้ง 5 ตำแหน่งนั้นจะต้องขออนุมัติ ก.ต.ช.อีกครั้งในเร็วๆ นี้เ พื่อทำการแต่งตั้ง โดยยังไม่ระบุว่าต้องเมื่อไร สำหรับการแต่งตั้ง 47 ตำแหน่งนี้ จะมีผลเมื่อทรงพระกรุณโปรดเกล้าฯ ระหว่างนี้ ตร.สามารถดำเนินการแต่งตั้งระดับรองผบช.-ผบก.ได้ทันที โดยมีการหารือกันว่าต้องทำภายในวันที่ 31 สิงหาคม ตามกฎก.ตร.ฯ นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิมยังได้ขออนุมัติ ก.ตร.ขอให้ พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้าประชุมก.ตร.เป็นครั้งคราว ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของประธานก.ตร.


ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำหรับตำแหน่งที่ก.ตร.อนุมัติแต่งตั้ง ทั้ง 47 ตำแหน่ง มีดังนี้  1.พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา  ที่ปรึกษา (สบ10) เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)
2.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา(สบ10) เป็นรองผบ.ตร.
3.พล.ต.อ.อัมรินทร์ อัครวงษ์ ที่ปรึกษา(สบ10) เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)
4.พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง  ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)
5.พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)
6.พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)
7.พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน  ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)
8.พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี  ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ10)


ระดับผู้ช่วยผบ.ตร. ประกอบด้วยลำดับที่  9.พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ รองจชต.(สบ9) เป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
10.พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ผบช.สทส.)  ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
11.พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผบช.กองบัญชาการศึกษา(ศ.) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
12.พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.ตร.)  ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
13.พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา  จเรตำรวจ(จตร.)(สบ8)  ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
14.พล.ต.ท.สันติ  เพ็ญสูตร  ผบช.ตำรวจภูธรภาค8 (ภ.8)  ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
15.พล.ต.ท.ภัทรชัย หิรัญญะเวช ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
16.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา  ผบช.ภ.9  ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
17. พล.ต.ท.นเรศ เทียนกริม  จตร.(สบ8) เป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
18.พล.ต.ท.อรรถพร อุทยานนท์  จตร.(สบ8)  ขึ้นเป็น รองจตช.(สบ 9)
19.พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน  จตร.(สบ8) ขึ้นเป็น รองจตช.(สบ9)  


ขณะที่ระดับผู้บัญชาการ ลำดับที่ 20.พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ รองผบช.น. ขึ้นเป็นผบช.ภ.1
21.พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 โยกเป็น ผบช.ภ.2 
22.พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น โยกเป็น ผบช.สพฐ.ตร.  
23.พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3  โยกเป็น  ผบช.สตม.
24.พล.ต.ต.เชิด ชูเวช รองผบช.ก. ขึ้นเป็น ผบช.ภ.3
25.พล.ต.ต.กวี สุภานันท์  รองผบช.ภ.4 ขึ้นเป็น ผบช.ภ.4 
26.พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่เชี่ยวชาญด้านสืบสวน โยกเป็น ผบช.ภ.8
27.พล.ต.ต. พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น.   ขึ้นเป็นผบช.ภ.9
28.พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย  เอนกเวียง รองผบช.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.)  ขึ้นเป็น ผบช.สันติบาล
29.พล.ต.ต.สุรพงษ์  เขมะสิงคิ  รองผบช.ศชต. ขึ้นเป็น ผบช.ตชด. 
30.พล.ต.ต.สุวิระ  ทรงเมตตา  รองผบช.รร.นรต. ขึ้นเป็นผบช.ศ.


31.พล.ต.ต.ชัยยง  กีรติขจร  จตร. (สบ8) โยกเป็น ผบช.กตร.
32.พล.ต.ต.รุ่งโรจน์  แสงคร้าม  รองผบช.สกพ. ขึ้นเป็นผบช.สกพ.
33. พล.ต.ต.วัฒนา สักวัตร รองผบช.ภ.5 ขึ้นเป็น ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี
34.พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส. ขึ้นเป็นผบช.สทส.
35.พล.ต.ต.สุชีพ หนูนาง รองผบช.7 ขึ้นเป็น ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน
36.พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ.7 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ที่ปรึกษาประสานบก.สส.
37.พล.ต.ต.สุรพล ธนโกเศศ  รองผบช.สตม.  ขึ้นเป็นผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย
38. พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รองผบช.ภ.4 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารด้านป้องกันปราบปราม
39.พล.ต.ต. จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ รองผบช.สยศ.ตร. ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติ
40.พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลดิลก  รองผบช.ภ.8 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำด้านนโยบายและแผน


41.พล.ต.ต.จุติ ธรรมโนวานิช  รองผบช.ภ.7 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน
42.พล.ต.ท.ยงยศ  นาคเฉลิม  ผบช.สกพ. โยกเป็น หัวหน้าจตร.(สบ8)
43.พล.ต.ต. วรเทพ เมธาวัธน์ รองผบช.สตม.ขึ้นเป็นจตร.(สบ 8)
44.พล.ต.ต.สมโชค เจริญพร รองผบช.สกพ. ขึ้นเป็น จตร.(สบ8)
45.พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผบช.ภ.7 ขึ้นเป็นจตร.(สบ 8)
46.พล.ต.ต.พจน์ ไทยกล้า  รองผบช.ภ.6 ขึ้นเป็น จตร.(สบ8)
และ 47.พล.ต.ต.ณรงค์ กาญจนะ  รองจตร(สบ7)  ขึ้นเป็น จตร.(สบ8)








จนท.ขอ "นิธิ-อาจารย์-นศ." ต่อไปต้องส่งหัวข้อเสวนาให้ทหารอนุมัติ หลังกิจกรรมห้องเรียนปชต.ถูกระงับ
"เกษียร" เตือนอย่ากลัวเสรีภาพวิชาการ แนะสมคิด-นรนิติลาออกสนช. ถ้าไม่คิดช่วยรักษาสถาบันการศึกษา
"นายกตู่"ขอโทษ พูดแรงไป กรณีบิกินี่ ย้ำจะจับคนร้ายให้ได้! คุยทูตอังกฤษแล้ว
"สมยศ"ยันไม่ได้บีบชุดดำสารภาพ ขอ"กริชสุดา"กลับมาสู้คดี "จตุพร"โต้ไม่ได้เคลื่อนไหวป้องใคร
"จตุพร"มาเองนำทีมพบ"สมยศ"ร่อนจม.เปิดผนึก วอนทำคดีชุดดำโปร่งใส ย้ำนปช.ชุมนุมสงบ
ไม่สนค้าน! "ก.ศป."ลุยตั้งตุลาการ ไม่รอผล"กม.ศาลปกครอง"
ส่อไปไม่รอด! "โพสต์ ทีวี" เตรียมปลด พนง. หลังหาสถานีลงไม่ได้ เล็งเปลี่ยนโครงสร้างใหม่
เปิด 30 รายชื่อ "สมาชิกสภากรุงเทพสรรหา" ข้าราชการพรึ่บ!
คืบหน้าคดีฆาตกรรม2ชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า ตร.สอบข้อมูลจากเพื่อนผู้ตาย คาดมูลเหตุอาจเป็นเรื่องเพศ
"สรยุทธ" แจงผ่านเรื่องเล่าเช้านี้ ยัน ชายคลิปฉาว ไม่ใช่ตน
แยกย้าย! จุฬาฯเเจงชัดรอยปริศนา เกิดจากเครื่องฉีดน้ำ เพิ่งจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดตึก
"อ.เจษฎา" มีคำตอบ รอยคล้ายพญานาค ที่จุฬาฯ ที่แท้คือ...
โจรแสบทุบบล็อกแก้วห้องครัวปีนขึ้นบ้านงัดเซฟหญิงเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างสูญกว่า6ล้าน
ทหารบกกว่า20นายยกพลตื้บ3ลูกทัพฟ้าคุมผับดังย่านรังสิตอ่วม คนเป็นร้อยมุงดูไม่กล้าช่วย(ชมคลิป)
"สรยุทธ" แจงผ่านเรื่องเล่าเช้านี้ ยัน ชายคลิปฉาว ไม่ใช่ตน