อคติ4ในบริบทปัจจุบัน โดย นคร หรดี

วันที่ 09 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 17:40:34 น.




 กระแสทัศน์ มติชน 9 สิงหาคม 2555


"เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก" แต่อย่าบอกต่อไปให้สับสน

ว่ากลอนนี้องค์รพีฯทรงนิพนธ์ ที่แท้คนแต่งชื่อ "วิษณุ เครืองาม"

เมื่อเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์นักเรียนกฎหมายไทยทุกคนย่อมเคยได้ยินกลอนบทที่ว่า "เอ็งกินเหล้าเมายาไม่ว่าหรอก แต่อย่าออกนอกทางไปให้เสียผล จงอย่ากินสินบาทคาดสินบน เรามันชนชั้นปัญญาตุลาการ" และเข้าใจโดยปริยายว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทยทรงนิพนธ์ขึ้น เมื่อผู้เขียนทราบความจริงว่าคนแต่งคือ ท่านวิษณุ เครืองาม ก็ตกใจระคนขบขันที่แม้แต่กาลามสูตรข้อแรกที่ว่าอย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา นักเรียนกฎหมายจำนวนไม่น้อยรวมถึงผู้เขียนก็สอบตกเสียแล้ว

หลักกาลามสูตรนั้นสำคัญเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการรับฟังข้อเท็จจริง หากเชื่อสิ่งใดโดยไม่ใช้หลักกาลามสูตรแล้วอาจทำให้เข้าใจเรื่องราวผิดพลาดเกิดอคติตามไปอีก ในโอกาสวันรพีปีนี้ ผู้เขียนขอชวนคิดเรื่องอคติ 4 ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายควรยึดถือ ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างเฉพาะ อาชีพผู้พิพากษาซึ่งต้องยึดถือหลักนี้อย่างเคร่งครัดที่สุด

อันว่าอคติ 4 นั้นคือ ความลำเอียง ไม่ยุติธรรม 4 ประการ ได้แก่ ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรักใคร่ชอบพอ โทสาคติ ลำเอียงเพราะเกลียดชังโกรธแค้น โมหาคติ ลำเอียงเพราะหลงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และ ภยาคติ ลำเอียงเพราะเกรงกลัวภยันตราย

กฎหมายไทยจึงพยายามสร้างผู้พิพากษาขึ้นมาให้ปราศจากอคติทั้งสี่ประการดังกล่าว เช่น บทบัญญัติเรื่องการตั้งรังเกียจผู้พิพากษาไม่ให้ผู้พิพากษามาพิจารณาคดีที่มีญาติ เจ้าหนี้ ลูกหนี้เป็นคู่ความ ซึ่งจะช่วยกันไม่ให้เกิดความลำเอียงเพราะรักเพราะชัง การออกแบบกระบวนพิจารณาคดีการสืบพยานให้โปร่งใสชัดเจน ซึ่งกันไม่ให้เกิดความลำเอียงเพราะหลงผิด และการให้อิสระในการ พิจารณาพิพากษาคดี เลื่อนลดปลดย้าย ซึ่งกันไม่ให้เกิดความลำเอียงเพราะกลัว

กล่าวได้ว่ากฎหมายไทยเชื่อว่าเมื่อสร้างเหตุปัจจัยภายนอกให้ครบถ้วนแล้ว ผู้พิพากษาก็จะสามารถพิจารณาคดีได้อย่างยุติธรรมที่สุด



แต่กฎหมายไทยหรือกฎหมายใดๆ ในโลกก็มีข้อจำกัดเพราะกำหนดได้เพียงปัจจัยภายนอก แต่ไม่สามารถกำหนดปัจจัยภายในได้ ตุลาการไทยยุคโบราณก็เหมือนข้าราชการอื่นๆ คือมีพฤติกรรมกินสินบาทคาดสินบน เมื่อเกิดการปฏิรูประบบผู้พิพากษาจึงต้องป้องกันเรื่องการรับสินบนของผู้พิพากษาให้มากที่สุด

แต่แท้จริงแล้วศัตรูตัวฉกาจของผู้พิพากษาหาใช่อามิสสินจ้างจากภายนอก แต่คือความคิดจิตใจที่อยู่ภายในซึ่งอันตรายมากกว่านัก

สินบนนั้นผู้พิพากษาผู้รับสินบนก็ย่อมรู้อยู่ว่าไม่ถูกต้อง ถ้าจับได้อาจถูกสอบสวนลงโทษ แต่โมหาคติที่เกิดขึ้นในใจนั้นเล่า แม้ผู้พิพากษาก็อาจไม่รู้ตัวและไม่มีใครตรวจสอบได้

ขอยกตัวอย่างให้เห็นกันแบบง่ายๆ กรณีคดีลักทรัพย์ หากจำเลยที่ถูกฟ้องในศาลมีฐานะยากจน การนำสืบพยานถูกต้อง ตามกระบวนการทุกประการ พยานหลักฐานที่ได้ก็ก้ำกึ่งมองได้สองแง่ หากในคดีนั้น ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีมีภูมิหลังมาจากครอบครัวที่ยากจนก็อาจพิจารณาว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจนแจ่มแจ้งพอว่าจำเลยลักทรัพย์ให้ยกฟ้อง

แต่หากผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีมีภูมิหลังมาจากครอบครัวฐานะดีก็อาจเห็นว่าพยานหลักฐานนั้นชัดเจนเพียงพอแล้วให้ลงโทษจำเลย ผู้พิพากษาทั้งสองท่านไม่ได้ทำผิดอะไรเลยเพราะไม่ได้รับสินบนจากฝ่ายไหนและก็ตัดสินคดีโดยพิจารณาพยานหลักฐานอย่างบริสุทธิ์ใจทั้งคู่

ตัวอย่างนี้เป็นการพิสูจน์ว่าการล้างอคติในใจของผู้พิพากษาให้สิ้นสูญไปนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะผู้พิพากษาก็เหมือนมนุษย์ในอาชีพอื่นๆ ย่อมถูกกล่อมเกลาและ "สมาทาน" ค่านิยม ระบบคุณค่าและโลกทรรศน์ต่างๆ ไว้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อใดที่ประเด็นในคดีนั้นเกี่ยวข้องกับระบบคุณค่าที่สมาทานไว้หรือเกี่ยวข้องกับระบบคุณค่าที่เป็นขั้วตรงข้าม ผู้พิพากษาก็อาจใช้ดุลพินิจผิดเพี้ยนไปได้

การพูดว่าผู้พิพากษานั้นเป็นผู้ไร้อคติโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นข้ออันตราย เพราะเพียงแค่เชื่อว่าไร้อคติก็แสดงว่ามีอคติอยู่ในตัวแล้ว

เรื่องนี้เป็นปัญหารากฐานของมนุษย์มานานแล้วซึ่งแต่ละประเทศก็หาวิธีลดความเสี่ยงแตกต่างกันไป เช่น การใช้ระบบลูกขุนก็มีขึ้นเพื่อให้คนธรรมดาทั่วไปหลายๆ คนมาร่วมวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงและให้ ผู้พิพากษาเป็นผู้ปรับบทกฎหมายเท่านั้น

ในประเทศไทยเองปัญหานี้ก็มีมานานแล้วแต่ไม่ค่อยพูดถึงกัน จนเมื่อปัญหาเริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญซึ่งคู่ความในคดีฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการเมือง เช่นนี้โมหาคติย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายเพราะตุลาการทุกคนก็ย่อมสมาทานความคิดเห็นทางการเมือง แม้ไม่ได้เป็นญาติหรือเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ แต่ก็อาจรู้จักกับนัก การเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่เป็นคู่ความในคดี หากตุลาการทั้งหลายเชื่อว่าตนเป็นผู้ไร้อคติทั้งสิ้นแล้วก็อาจพิจารณาคดีผิดพลาดไปได้เพราะไม่ระวังโมหาคติที่ซ่อนอยู่ในจิตใจตน

ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจาก คำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะตุลาการเหล่านี้ไม่ได้กินสินบนและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยชอบทุกประการ

ที่ผู้เขียนกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ต้องการจะบอกว่าผู้พิพากษาต้อง "ลบ" อคติ แต่ผู้พิพากษาต้องพึง "รู้" ว่าถึงอย่างไรตนก็มีอคติ พึง "ลด" อคติที่ตนมี และพึง "ควบคุม" อคติไม่ให้ลุกลามครอบงำจิตใจตนจนเสียความยุติธรรม ความยุติธรรมของมนุษย์ไม่ได้แปลว่าต้องไร้อคติโดยสิ้นเชิงแต่หมายถึงการรู้จักควบคุมอคติของตนไม่ให้มารบกวนการทำหน้าที่ยุติธรรม แปลว่า ธรรมอันเป็นเครื่องยุติซึ่งย่อมแสดงออกผ่านคำพิพากษามิใช่ผ่านตัวผู้พิพากษา

ผู้พิพากษาถึงไม่สามารถลบอคติออกไปทั้งหมดได้ แต่หากได้ระวังตัวอคติและตัดสินไปในทางที่ถูกต้องชอบด้วยเหตุด้วยผลแล้ว แม้มีคนไม่ถูกใจ คำพิพากษานั้นก็ย่อมถือได้ว่ายุติธรรม

แต่ถ้าผู้พิพากษาไม่รู้ตัวเองว่ามีอคติและตัดสินไปโดยมีอคติครอบงำก็เป็นไปได้มากที่คำพิพากษานั้นจะถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากเพราะคำพิพากษาที่ไม่ถูกต้องย่อมถูกโต้แย้งได้ง่ายและกระทบมาถึงตัวผู้พิพากษาเองด้วย


ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะสองประการในเรื่องนี้

1.นอกเสียจากความเชี่ยวชาญในการพิจารณาคดีแล้ว ผู้พิพากษาต้องมีความเชี่ยวชาญในลักษณะคดีนั้นๆ อย่างถ่องแท้ด้วย ถ้าทำคดีปกครองก็ต้องเข้าใจหลักกฎหมายปกครอง ทำคดีรัฐธรรมนูญก็ต้องเข้าใจหลักรัฐธรรมนูญ แนวคำพิพากษาศาลสูงควรนำมาปรับใช้อย่างมีเหตุผล ถ้าจะวินิจฉัยตามแนวก็ต้องทำด้วยเหตุผล ถ้าจะวินิจฉัยต่างจากแนวก็ต้องทำโดยมีเหตุผลเช่นกัน

2.ในยุคแห่งความโปร่งใสตรวจสอบ ผู้พิพากษาตุลาการไม่สามารถนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาแล้วกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบเดิมได้อีกแล้ว คำพิพากษาไม่ว่าคดีใดๆ ย่อมถูกตรวจสอบได้จากสาธารณชน การวิพากษ์วิจารณ์จึงเป็นเรื่องปกติ ผู้พิพากษาและสำนักงานศาลพึงใช้คำวิพากษ์วิจารณ์ในการสำรวจตนเองว่าได้ทำสิ่งใดผิดพลาดหรือโดนอคติครอบงำไปในเรื่องใดหรือไม่ เพื่อที่จะได้ปรับปรุงตนเองในคดีต่อๆ ไป

กว่าร้อยปีแล้วที่ประเทศไทยได้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ศัตรูตัวฉกาจของผู้พิพากษาไทยตั้งแต่อดีตอาจเป็นอามิสสินจ้างหรือลูกปืน ผู้พิพากษาไทยถูกฝึกและอบรมสั่งสอนให้ไม่หวั่นไหวต่อผลประโยชน์และลูกปืนมาตลอดอยู่แล้ว แต่ศัตรูตัวใหม่ ที่เริ่มปรากฏตัวเด่นชัดขึ้นเล่า มีใครหาวิธีรับมือไว้หรือยัง ศัตรูตัวนี้เกิดขึ้นง่ายกว่าเงินหรือลูกปืนแต่ส่งผลร้ายแรงมากกว่ายิ่งนัก

ข้อสำคัญคือศัตรูตัวนี้เกิดขึ้นในใจแต่กลับต้องให้คนนอกมาบอก และบางครั้งกว่าจะบอกได้คดีก็ตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว









อัยการชี้คดี′ปู′จำนำข้าวใกล้ยุติ ระบุ25ธ.ค. คณะทำงานร่วมอัยการ และ ป.ป.ช.นัดถกครั้งที่ 4
หลังบอลไทยได้เเชมป์ เกิดอะไรขึ้นกับ ชาริล ชัปปุยส์??
"ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ผงาดนั่งเก้าอี้ซีอีโอ และ เอ็มดี "ควอลิตี้เฮ้าส์"
"ปอร์เช่" ปล่อยเอสยูวีสปอร์ตหรู ′ชาร์จไฟ′ คันแรกของโลก
ออกโรงเเฉ "บุ๋ม ปนัดดา" นำทีมดารา-ผู้จัด แฉพฤติกรรมสาวประเภทสองลวงโลก
หวานกว่าเดิม!! "อั้ม-เเอมป์" ในทริปฮ่องกงสุดสวีทหลังรีเทิร์นรอบสาม!
แอบบอตต์ปัดปรับครม.ไม่เกี่ยวรัฐบาลวิกฤต
สวยไม่สร่าง!! "หลินชิงเสีย" ในวัย 60 กะรัต กับการเฉิดฉายความสวยบน Elle
"เอไอเอส" เปิดเกมขายไอโฟน 6 ผูกแพ็กเกจถูกกว่าราคาเครื่องเปล่า 4 พันบาท
สุดกร้าว โสมแดง"เหิมเกริม"ขู่"ถล่ม"ทำเนียบขาว กล่าวหาอยู่เบื้องหลังแฮ็กเกอร์ โจมตี"โซนี่ พิคเจ่อร์ส"
"ชูวิทย์" โพสต์เตือนคนซื้อบ้าน ให้ระวัง "แบงก์สีเขียวๆ" ให้ดี!
(ทำไม?) นักวิชาการเชียร์ เลือกตั้งแบบเยอรมนี
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก : ข้าว น้ำ สายลม และแสงแดด ในสยามเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว
ตรรกะพิสดาร โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ : นโยบายต่างประเทศสมัยประยุทธ์
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เปิดตัว GOLDGEOUS EXHIBITION & GOLDGEOUS COLLECTION สุดอลังการ