เบื้องหลัง เพลงท่าฉลอม....เพราะโดนพี่สาวว่าเอาแรงๆ

วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 17:54:06 น.





ชาลี อินทรวิจิตร


บูรพา อารัมภีร

ศิลปวัฒนธรรม เพลงท่าฉลอม โดย บูรพา อารัมภีร สิงหาคม 2555 

 

๒ เดือนก่อนได้ไปร่วมงานเปิดสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนหรือที่ใครๆ รู้จักในนามมหาวิทยาลัยชีวิตที่ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม มาครับ
 

 

ไปครั้งนี้ คุณพี่สิทธิเดช จันทรศิริ (ที่ปรึกษาอธิการบดีสถาบันฯ รศ.ดร. เสรี พงศ์พิศ) ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่คบหาสมาคมมาตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย บอกให้ช่วยเอารถตู้ไปรับสองศิลปินแห่งชาติ ชาลี อินทรวิจิตร

กับ สุเทพ วงศ์กำแหง มาร่วมงานด้วย ผมจึงนัดให้ครูชาลีไปรอที่บ้านอาสุเทพในซอยพานิชอนันต์ย่านคลองตัน พระโขนง เมื่อถึงเวลานัดจึงไปรับครูเพลงทั้งสองที่แต่งตัวรออยู่แล้ว
 

 

ศิลปินแห่งชาติคู่นี้แม้อายุอานามจะต่างกันเกือบรอบ คืออาสุเทพปีนี้เต็ม ๗๘ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนครูชาลีก็ ๘๙ ไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม แต่การพูดคุยจะเรียกมึงเรียกกูทุกครั้ง สาเหตุที่เป็นยังงั้น ครูชาลีบอก

 

 “ก็เรียกมาตั้งแต่สมัยละครเวทีแล้ว”

ส่วนอาสุเทพบอก

 

“ไม่รู้สิ เห็นหน้าอ่อนๆ ก็เรียกมึง

 

มารู้ตอนหลังว่าแก่กว่าแยะ จะให้เรียกพี่ เหมือนพี่แจ๋ว (สง่า อารัมภีร) ก็ไม่คุ้น เรียกยังงี้เรื่อยมา ไม่เห็นมันว่าไร”
ทั้งสองจึงใช้มึง-กูมาถึงปัจจุบัน

 

สองครูเพลงเวลาได้นั่งรถไปไหนๆ จะคุยแต่เรื่องเพลง บางทีก็คอนเสิร์ต อย่างบ่ายวันนั้นครูชาลีพูดถึงเพลงที่กำลังจะไปร้อง

“งานนี้กูร้อง ๔ เพลง มึงกี่เพลง?”

“ ๖ มากกว่ามึง ๒ เพลง”

ผู้อ่อนกว่าบลั๊ฟฟ์เข้าให้

“ก็มึงหนุ่มกว่ากูร้อง ๖ น่ะดีแล้ว”

“มึงร้องอะไร”

“มี ลุ่มเจ้าพระยา แสนแสบ อาลัยรัก และก็ ท่าฉลอม”

“เพลงมึงทั้งนั้น”

“เฮ้ย ลุ่มเจ้าพระยา นี่ครูแก้วกับครูนารถ”

“ก็เพลงมึงแทบทุกเพลง”

“มึงล่ะ”

“เดี๋ยวไปถึงเขาบอกเอง”

“ไอ้บ้า กูถามดีๆ เสือกยวน”

“ก็หลายเพลงไง”

 

พออาสุเทพพูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ให้กันอย่างเพื่อนรักเพื่อนเลิฟ

งานของมหาวิทยาลัยชีวิตสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนในคืนนั้น ใช่จะมีแต่ครูเพลงลูกกรุงอย่างครูชาลีและอาสุเทพเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีศิลปินแห่งชาติแนวเพลงลูกทุ่งและกวีไปร่วมงานอีกหลายคนอย่างเช่น อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ผ่องศรี วรนุช ขวัญจิต ศรีประจันต์ ชาย เมืองสิงห์ ชัยชนะ บุญนะโชติ และยังมี อุมาพร บัวพึ่ง ชรัมภ์ เทพชัย โฆษิต นพคุณ ไปร้องเพลงเพราะๆ ให้ฟังด้วย โดยช่วงเวลาการแสดงทางผู้จัดเขาให้ชื่อ การแสดงชุด พ่อเพลง แม่เพลง ภูมิปัญญาแผ่นดิน ศิลปินแห่งชาติ

 

ส่วนศิลปินที่อาวุโสที่สุดเห็นจะเป็นครูชาลีที่นั่งรถไปกับผมนั่นแหละ ซึ่งขณะเดินทางไปครูชาลี บอกผมกับ คุณรุ่งโรจน์ สาลิฟา เลขาฯ อาสุเทพที่นั่งไปด้วยว่า

 

“รู้มั้ย ที่เลือกร้องเพลงท่าฉลอมก็เพราะตรงนั้นเป็นบ้านเกิดเรา”

 

เมื่อพูดจบก็ครวญเพลงท่าฉลอมให้ฟัง ซึ่งเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปกติของครูชาลี เพราะถ้าท่านเอ่ยถึงเพลงที่แต่งไว้เมื่อใดก็จะร้องเพลงนั้นให้ฟังทันที ดังเช่น ท่าฉลอม ครูก็ขึ้นว่า

 

ท่าฉลอม
  

พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม  แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก
ออกทะเลจะหาปลามาฝาก  แม่คุณขวัญใจคนยากรับของฝากจากพี่ได้ไหม
โปรดเมตตารักพี่สักนิด  พี่มอบชีวิตอุทิศให้สาวมหาชัย
แบกความรักข้ามทะเลมาให้  ฝ่าลมและคลื่นเท่าไหร่รักจึงได้ว่ายน้ำข้ามมา
ท่าฉลอมกับมหาชัย  จะคิดทำไมว่าไกลเชื่อมความรักไว้ดีกว่า
บอกเพียงสักคำว่าไม่รักจะหักใจลา   ซ่อนตัวตามประสาจะหนีซ่อนหน้าห่างไกล
เรื่องทะเลนั้นพี่พอรู้  แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำฉันใด
หยั่งทะเลพอคะเนดูได้   แต่ความรักเกินครวญใคร่ลึกเท่าไหร่ไม่รู้หยั่งถึง

 

..........

 

เมื่อร้องจบอาสุเทพ-คุณรุ่งโรจน์-ผมก็ตบมือให้ แต่ครูยังไม่จบ ตอนนั้นครูได้เล่าที่มาเล่าความหลังของเพลงให้ฟังต่อ

 

“ที่ต้องแต่งท่าฉลอมเพราะโดนพี่สาวว่าเอาแรงๆ”

“เขาว่า พี่ไม่เคยเห็นแกแต่งเพลงให้บ้านเราสักเพลงเลย ดีแต่ไปแต่งให้บ้านโน้นเมืองโน้น ทุ่งรวงทองงี้ แสนแสบงี้ กว๊านพะเยาเอย สาวนครชัยศรีเอย”

ครูบอกตอนนั้น “เราก็สวนไปว่า”

“ก็ศรินทร์ทิพย์เขาเป็นสาวนครชัยศรี ผมจะแต่งเพลงให้แฟนไม่ได้เหรอ”

“พี่เขาว่าอีก แล้วท่าฉลอมมันเล็กนักใช่ไหม แกถึงแต่งไม่เป็น”

 

โดนจังๆให้เจ็บใจยังงี้ ทำเอาครูชาลีต้องมาคิดแต่งเพลงให้บ้านเกิดของตัว ครูบอกก็ท่าฉลอมน่ะเราเห็นมาตั้งแต่เด็กนานนมเนไม่ยักจะเห็นมีอะไร มันไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่อย่างนครชัยศรีเขามีส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย ยังงี้ได้เพลง

แล้วครูก็เล่าอีก วันนั้นหลังมีปากเสียงกับพี่เราก็เดินไปเรื่อยๆ กะยังไงๆ จะได้อะไรมาเขียนเพลงได้มั่ง เดินไปจนสุดถนนที่ปลายสะพาน นั่งลงรอเรือข้ามฟาก กำลังเหงาๆ พอดีก็เจอะลุงคนหนึ่งรูปร่างบึกบึนผมหงอกขาวไปทั้งหัว คุยๆ ไปจึงรู้แกเป็นนายท่าเรือแถมเป็นคนบ้านเดียวกันซะอีก

 

ลุงบอก หนุ่มๆ แกเป็นชาวเลเรือประมงเรือหาปลาย่านนี้ทุกลำแกเคยกินเคยนอนมาทั้งนั้น เล่าไปได้สักพักก็หยิบใบจากกับยาในกระป๋องมามวนจุดสูบแล้วเฝ้ามองไปยังฝั่งมหาชัย แกบอกตอนหนุ่มๆ เริ่มริรัก คัดปลาดีๆ มาได้ ก็ผูกเอวว่ายข้ามไปฝั่งมหาชัยหาแม่พยอมคนรักที่รออยู่ แต่ความรักของไอ้หนุ่มตังเกเปรียบเหมือนพายุที่พัดผ่าน เพราะจากนั้นไม่นานแม่พยอมก็ถูกพรากจากฝั่งมหาชัยไปเป็นดอกไม้ให้ชายเมืองอื่นเขาชม


 

เรื่องราวชีวิตรักของไอ้หนุ่มตังเกเพียงแค่นั้นก็เกินพอแล้วสำหรับครูเพลงระดับ ชาลี อินทรวิจิตร ขณะที่เรือข้ามฟากมาถึง ครูเพลงจึงบอกกับนายท่าว่า  

 

“ผมจะเขียนเพลงจากชีวิตรักลุงนะ”
“เพลงอาราย”
“ท่าฉลอม”

และเนื้อเพลงท่อนแรกของบ้านเกิดก็ปรากฏในห้วงคิดคำนึง

 

“พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก” 

 








สาวโรงงานดิ่งหอพักชั้น 4 ร่วงทะลุกระจกรถเก๋งด้านล่าง-อาการสาหัส คาดทะเลาะแฟน
"โนเกีย"คืนชีพ! ด้วย′แท็บเล็ต เอ็นวัน′ หน้าตา"คล้าย"ไอแพด หั่นราคาถูกกว่าครึ่ง!
โคตรอึ๋ม "โซรายา วูเซลิช" แฟนสาว"เนย์มาร์" โชว์อึ๋มเที่ยวทะเลที่โรมาเนีย
ตรรกะพิสดาร โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
งานมโนเริ่มมา ชาวเน็ตจับได้ "นาธาน" นำภาพจากเน็ตมาลงไอจีตัวเอง!!
ปูด!! ′หงส์แดง′ ส่อเฉดหัว ′ร็อดเจอร์ส′ พ้นทีม เล็งทาบ ′คล็อปป์′ เสียบแทน
"ออร์แกน ราศรี" สละโสด วิวาห์หวาน ริมทะเลของ "ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล"
ตร.คุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. มาฝากขังศาล
ต้องดู! ภาพถ่ายช่วงเวลาประวัติศาสตร์จากทั่วโลก
ฮือฮา! สหรัฐ"สุดล้ำ"เสริม"เขี้ยวเล็บ"เด็ด ติด"ปืนยิงแสงเลเซอร์"ให้เรือบรรทุกเครื่องบินแล้ว (ชมคลิป)