ยอดตายทะลุ 310 คน เหตุไฟไหม้โรงงาน 2 แห่งในปากีสถาน

วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 19:40:54 น.

 




 

ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงงาน 2 แห่งใน 2 เมืองขนาดใหญ่ของปากีสถานเพิ่มขึ้นเป็น 310 คนแล้ว ก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยด้านอุตสาหกรรม

 

เหตุเพลิงไหม้โรงงานสิ่งทอในนครการาจี มียอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 289 คน นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีในเมืองใหญ่ที่สุดของปากีสถาน ขณะที่เหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้าในเมืองลาฮอร์ ทางตะวันออกมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บอีก 14 คน

 

 

 

 

หัวหน้าหน่วยดับเพลิงการาจี เปิดเผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 289 ราย  และคาดว่าน่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก หลังเกิดเพลิงไหม้อาคารโรงงานขนาด 4 ชั้น


ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ตำรวจกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เพลิงไหม้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงดึกของคืนวานนี้ (11 ก.ย.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียง 9 รายและบาดเจ็บ 20 คน

 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การค้นหาศพผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้ง จะพบอยู่รวมกันจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมจำนวนผู้เสียชีวิตจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าเหตุเพลิงไหม้น่าจะเกิดจากชั้น 1 ของโรงงาน ทำให้คนงานที่อยู่บริเวณชั้นใต้ดินไม่สามารถหนีออกมาได้ และเนื่องมาจากการขาดทางหนีไฟ อีกทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยข้าวของทำให้ยากต่อการหนี

 

เจ้าหน้าที่เผยว่า พบผู้เสียชีวิตหลายสิบรายในห้องขนาดใหญ่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงงาน ซึ่งถูกไฟคลอกจนไหม้เกรียม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในทุกซอกมุมเท่าที่สถานการณ์จะอำนวย และกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปี

 

 

 

 

ด้านแพทย์โรงพยาบาลพลเรือนการาจีเผยว่า ผู้บาดเจ็บจำนวน 65 ราย มีอาการบาดเจ็บจากแขนและขาหัก เนื่องจากกระโดดลงมาจากที่สูงเพื่อเอาชีวิตรอด

 

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เมื่อรวมกับเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานทำรองเท้าที่เมืองละฮอร์ จะทำให้ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่อย่างน้อย 260 คน 


โดยในช่วงเช้าของวานนี้ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เช่นกัน ที่โรงงานรองเท้าในเมืองละฮอร์ ทางตะวันออกของประเทศ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บอีก 14 คน ส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ ขณะที่บางส่วนถูกไฟเผาทั้งเป็น ในจำนวนนี้มีทั้งเจ้าของโรงงานและลูกชายรวมอยู่ด้วย โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการที่คนงานไปสตาร์ทเครื่องปั่นไฟ หลังจากไฟฟ้าดับ ทำให้ประกายไฟกระเด็นถูกสารเคมีที่ใช้ทำรองเท้า เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

 

ทั้งนี้เครื่องปั่นไฟและสารเคมีทั้งหมดอยู่ในโรงจอดรถ ซึ่งขวางทางออกทางเดียวของโรงงาน ทำให้คนงานหนีออกมาไม่ได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้วิธีทุบกำแพง เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ข้างในออกมา


คนงานโรงงานทอผ้าที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิงที่สามารถกระโดดหนีไฟลงมาจากอาคารโรงงาน 3 ชั้นได้ โดยหลายคนกระดูกหัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 40 คน ที่เข้ามาช่วยกันควบคุมเพลิงเผยว่า ส่วนสาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากอาคารหลายแห่งในปากีสถานมีสายไฟฟ้าที่เก่าเกินอายุใช้งาน

 

 

 

 

 



ไฟฟ้าดับทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ เหตุไฟฟ้าลัดวงจร ไม่ใช่ก่อการร้าย
"ป.ป.ช." ท้า "ทักษิณ"โชว์หลักฐาน-ฟ้อง"แอ็บ"รีดเงิน 600 ล้าน คดีซุกหุ้น
"สุกำพล" ชี้ข่าวลือย้าย "ประยุทธ์" จบได้แล้ว โยน บอร์ด กห.ตัดสินช่วงปลายปี
ครม.เด้ง"คุณหญิงพรทิพย์"นั่งผู้ตรวจฯ แต่งตั้ง "ธีรัตถ์" บก.วอยซ์ทีวี นั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาล
ละเว้นหน้าที่ ตั้ง กก.สอบ วินัยร้ายแรง"ชินภัทร" สอบฉาว! พบอีก 104 ครู คะแนนพิรุธ
ตะลึง!! ป.ป.ส.บุกยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติดใหญ่เมืองกรุงได้กว่า 50 ล้าน เล็งขยายผลกว่า 100 ล้าน
"ยิ่งลักษณ์" แจงปลด "หมอทศพร" พ้นโฆษก รบ. อ้างให้ช่วยงาน "ก.ต่างประเทศ" เหมาะกว่า
"เพ้ง"ยืนยันปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนให้สะท้อนต้นทุนแน่ แต่จะเลื่อนไปอีก 1 เดือนก่อน
แค่20วันร้องเรียน-สอบถาม 3 จีใหม่เป็นร้อย ค่าบริการไม่ลด15% แถมไม่เร็วกว่าเดิม
เด้ง"หมอทศพร" พ้นโฆษกรัฐบาล "ธีรัตถ์ รัตนเสวี"เสียบแทน เผยวันนี้ ปรับหลายตำแหน่ง