ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงงาน 2 แห่งใน 2 เมืองขนาดใหญ่ของปากีสถานเพิ่มขึ้นเป็น 310 คนแล้ว ก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยด้านอุตสาหกรรม
เหตุเพลิงไหม้โรงงานสิ่งทอในนครการาจี มียอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 289 คน นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีในเมืองใหญ่ที่สุดของปากีสถาน ขณะที่เหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้าในเมืองลาฮอร์ ทางตะวันออกมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บอีก 14 คน

หัวหน้าหน่วยดับเพลิงการาจี เปิดเผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 289 ราย และคาดว่าน่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก หลังเกิดเพลิงไหม้อาคารโรงงานขนาด 4 ชั้น
ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ตำรวจกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เพลิงไหม้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงดึกของคืนวานนี้ (11 ก.ย.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียง 9 รายและบาดเจ็บ 20 คน
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การค้นหาศพผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้ง จะพบอยู่รวมกันจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมจำนวนผู้เสียชีวิตจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าเหตุเพลิงไหม้น่าจะเกิดจากชั้น 1 ของโรงงาน ทำให้คนงานที่อยู่บริเวณชั้นใต้ดินไม่สามารถหนีออกมาได้ และเนื่องมาจากการขาดทางหนีไฟ อีกทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยข้าวของทำให้ยากต่อการหนี
เจ้าหน้าที่เผยว่า พบผู้เสียชีวิตหลายสิบรายในห้องขนาดใหญ่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงงาน ซึ่งถูกไฟคลอกจนไหม้เกรียม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในทุกซอกมุมเท่าที่สถานการณ์จะอำนวย และกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปี

ด้านแพทย์โรงพยาบาลพลเรือนการาจีเผยว่า ผู้บาดเจ็บจำนวน 65 ราย มีอาการบาดเจ็บจากแขนและขาหัก เนื่องจากกระโดดลงมาจากที่สูงเพื่อเอาชีวิตรอด
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เมื่อรวมกับเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานทำรองเท้าที่เมืองละฮอร์ จะทำให้ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่อย่างน้อย 260 คน
โดยในช่วงเช้าของวานนี้ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เช่นกัน ที่โรงงานรองเท้าในเมืองละฮอร์ ทางตะวันออกของประเทศ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บอีก 14 คน ส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ ขณะที่บางส่วนถูกไฟเผาทั้งเป็น ในจำนวนนี้มีทั้งเจ้าของโรงงานและลูกชายรวมอยู่ด้วย โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการที่คนงานไปสตาร์ทเครื่องปั่นไฟ หลังจากไฟฟ้าดับ ทำให้ประกายไฟกระเด็นถูกสารเคมีที่ใช้ทำรองเท้า เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้เครื่องปั่นไฟและสารเคมีทั้งหมดอยู่ในโรงจอดรถ ซึ่งขวางทางออกทางเดียวของโรงงาน ทำให้คนงานหนีออกมาไม่ได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้วิธีทุบกำแพง เพื่อช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ข้างในออกมา
คนงานโรงงานทอผ้าที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิงที่สามารถกระโดดหนีไฟลงมาจากอาคารโรงงาน 3 ชั้นได้ โดยหลายคนกระดูกหัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 40 คน ที่เข้ามาช่วยกันควบคุมเพลิงเผยว่า ส่วนสาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากอาคารหลายแห่งในปากีสถานมีสายไฟฟ้าที่เก่าเกินอายุใช้งาน