ศาลอุทธรณ์สั่งศาลชั้นต้นตัดสินคดี"ประชัย"ไซฟ่อนเงินใหม่ นัดพิพากษา 13 พ.ย.

วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 11:27:00 น.

 

ที่ห้องพิจารณา 808  ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 12 กันยายน  เวลา10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีดำหมายเลขที่ อ.3097/2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ,  บริษัท อุตสหกรรมปิโตรเคมีคัลไทย จำกัด (มหาชน) ) หรือ ทีพีไอ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประทีป เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ ,นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ ,นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้า

หน้าที่บริหาร บมจ.ทีพีไอ,นาย ประหยัด เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ, น.ส. มาลินี เลี่ยวไพรัตน์ อดีตกรรมการ บมจ.ทีพีไอ และบริษัทพรชัยวิสาหกิจ จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-6 กระทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 311,313และ315 ฐานร่วมกันกระทำการใดเพื่อช่วยเหลือและให้ความสะดวกกรรมการบริษัททำให้เกิดความเสียหายด้วยการยักยอกทรัพย์ (ไซฟ่อนเงิน) ด้วยการทำสัญญาเช่าตึกทีพีไอ ที่กลุ่มผู้ให้เช่าและผู้เช่าเป็นกลุ่มเดียวกันและมีการชำระค่าเช่าล่วงหน้า 90 ปีตามสัญญาเช่ารวม 4 ฉบับ เป็นเงินมูลค่า 956,842,206 ล้านบาท อันเป็นการชำระค่าเช่าล่วงหน้าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

 

คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ต.ค.50 เห็นว่า ที่มีการจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าให้จำเลยที่ 6 จึงเป็นเรื่องของการบริหารในเชิงธุรกิจที่เกื้อกูลกันระหว่างกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกันจึงไม่เป็นพิรุธ พยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ให้พิพากษายกฟ้อง

 

ต่อมาโจทก์ และโจทก์ร่วม ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายก่อนว่า คำพิพากษานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสืบพยานเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย.50 โดยให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน จะครบกำหนดวันที่ 12 ต.ค.50 โดยนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 24 ต.ค.50 ซึ่งบริษัทโจทก์ร่วมได้ยื่นคำแถลงปิด แต่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเป็นองค์คณะนี้ได้พ้นจากตำแหน่ง และได้ลงลายมือชื่อร่างคำพิพากษาไว้ก่อนที่จะรับพิจารณาคำแถลงปิดคดี ดังนั้นจึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยตามขั้นตอนพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา  28-30 และประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174 และประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 185 เมื่อศาลกำหนดให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีแล้วจะต้องรับฟังคำแถลงปิดคดีนั้นให้ครบถ้วนเสียก่อน เพราะอาจจะมีผลต่อการเขียนคำพิพากษาให้เปลี่ยนแปลงไป อุทธรณ์โจทก์และโจทก์ร่วมจึงฟังขึ้น ศาลอุทธรณ์จึงเห็นควรให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 208 อนุ 2

 

โดยศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ขณะที่นายประชัย ผู้บริหาร บมจ.ทีพีไอ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นใหม่ โดยเดินทางกลับออกไปจากศาลทันที




หมอมงคล ณ สงขลาโพสต์ยอมรับ "ทำผิดมหันต์"ร่วมม็อบไล่ปู บอกปัจจุบันแย่ยิ่งกว่า
"หมออั้ม"จวก"เกลือ เป็นต่อ" เคยจิกแขวะ-เหน็บแนมอดีตนายกฯ วันนี้โดนเอง
แห่เซลฟี่ ‘เครื่องซักผ้า’ เหตุทหารเยี่ยมจ่านิว ถามที่บ้านมีเครื่องซักผ้าด้วยเหรอ?
′บิ๊กตู่′ย้อนถาม′สุเทพ′เอาเงินที่ไหนอุ้มราคายาง กก.ละ 60 บาท ลั่นไม่คุย
′ตู่-จตุพร′ปัดจูบปาก′ลุงกำนัน′ หลังโซเชียลฯเเชร์ภาพนั่งร่วมโต๊ะงานเเต่ง
test