เสกขภูมิ วรรณปก : ศาสตร์แห่งการอำนวยเพลง ศาสตร์แห่งการโบกไม้บาตอง

วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 10:50:25 น.




มติชน 14 ก.ย. 2555 คอลัมน์ Think Tank ต่างประเทศ


เชื่อว่าคงจะมีหลายๆ คนที่ดูการแสดงดนตรีของวงออเคสตราแล้วเคยคิดตั้งคำถามกับตนเองไว้ในใจว่า วาทยกรผู้ควบคุมวงมีประโยชน์จริงหรือไม่?

ล่าสุด ดร.อเลสซานโดร ดาอูซิลิโอ แห่งสถาบันเทคโนโลยีอิตาเลียนในเมืองเจนัวและเพื่อนร่วมงาน พยายามใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาตอบคำถามนี้ไว้ในผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร พับลิก ไลบรารี ออฟ ไซน์ซ ครับ

การตัดสินอิทธิพลของวาทยกรที่มีต่อวงดนตรีเป็นเรื่องยาก วาทยกรที่ "ดี" จะต้องดึงทักษะในการแสดงที่ยอดเยี่ยมออกมาจากนักดนตรีของเขาให้ได้ หรือเพียงแค่ทำหน้าที่เป็นผู้นำของคณะนักดนตรีที่มีความสามารถในการจัดการตนเองได้อยู่แล้วก็พอ?

เพื่อที่จะค้นหาคำตอบ ดร.ดาอูซิลิโอได้ดูการแสดงของวาทยกร 2 คน ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง ในการอำนวยเพลงส่วนที่ตัดตอนมา 5 ท่อนจากซิมโฟนีหมายเลข 40 ของโมซาร์ท บรรเลงโดยนักไวโอลิน 8 คน จากวงออเคสตราของเมืองแฟร์รารา

ผู้เล่นไวโอลินแต่ละคนจะมีอุปกรณ์สะท้อนแสงอินฟราเรด (ไออาร์) ติดอยู่ที่ส่วนปลายสุดของคันชัก และวาทยกรมีไออาร์ติดอยู่ที่ไม้บาตอง ซึ่งทำให้ ดร.ดาอูลิซิโอและทีมงานสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของทั้งคันชักและไม้บาตองได้โดยการฉายแสงอินฟราเรดไปยังวง

ออเคสตรา และสามารถมองเห็นได้ผ่านกล้อง ทำให้พวกเขาใช้การเคลื่อนไหวจากแสงสะท้อนมาวิเคราะห์ได้ว่าใครส่งผลกับใครกันแน่

ในการที่จะวิเคราะห์ข้อมูลนี้ ดร.ดาอูซิลิโอได้นำวิธีการทางคณิตศาสตร์เรียกว่า "เกรนเจอร์ แคชวลลิตี้ เทสต์" ที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ในเชิงเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งทำให้เป็นไปได้ที่จะค้นหาว่า ลำดับความต่อเนื่องกันของชุดข้อมูลหนึ่ง ส่งผลต่อชุดข้อมูลอื่นอย่างไร ใน

ที่นี้การเคลื่อนไหวของคันชักไวโอลินและบาตองถือเป็นชุดข้อมูล

นอกจากนี้ ยังมีการนำนักดนตรีคลาสสิกที่มีประสบการณ์สูง 10 คน มาให้คะแนนการแสดงแต่ละครั้ง

แบ่งเป็น 8 หัวข้อทั้งในด้านทำนอง จังหวะและอารมณ์ของเพลง ตั้งแต่ 0-100 ผลปรากฏว่า คณะกรรมการให้คะแนนการแสดงของวาทยกรทั้ง 2 ในการแสดง 3 ท่อน แทบจะเทียบเท่ากันในแง่ของคุณภาพ และข้อมูลจากการวิเคราะห์ยังปรากฏด้วยเช่นกันว่ามีความเท่าเทียม

กันในแง่ของการสร้างอิทธิพลเพื่อควบคุมวงของวาทยกร โดยวัดจากความสัมพันธ์กันระหว่างอัตราเร็วในการเคลื่อนไหวของไม้บาตองและคันชักไวโอลิน และแนวโน้มของนักดนตรีที่จะรับสัญญาณจากนักดนตรีคนอื่นๆ วัดจากความสัมพันธ์ระหว่างคันชักไวโอลินแต่ละอัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้จากอีก 2 ท่อนที่เหลือนั้นแตกต่างไป โดยคณะกรรมการตัดสินว่าการแสดงของวาทยกรคนหนึ่งดีกว่าอีกคน จากการที่มีความพยายามสร้างอิทธิพลในระดับที่มากเท่าๆ กับการพึ่งพาซึ่งกันและกันเองของนักไวโอลิน ส่วนการแสดงของวาทยกรอีกคนหนึ่งนั้น มีการพึ่งพาตนเองสูงและการสร้างอิทธิพลควบคุมของวาทยกรต่ำ ทำให้ดูเหมือนว่าวาทยกรคนแรกสามารถสื่อความต้องการของเขาไปยังนักดนตรีได้ ขณะที่คนที่สองดูเหมือนจะทำไม่ได้

ผลการศึกษาที่ออกมาสอดคล้องกับสิ่งที่วาทยกรโดยส่วนใหญ่รู้กันดีอยู่แล้ว และเหมือนอย่างที่ แฮร์แบร์ต ฟอน คารายาน วาทยกรชาวออสเตรียผู้ล่วงลับกล่าวไว้

ว่าการโบกไม้บาตองเป็นการเพิ่มคุณภาพในการแสดงของนักดนตรีที่ล้วนแต่มีความสามารถอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้นไปอีกได้










ซ้อนแผนรวบ "ทหาร" ลักเครื่องชงกาแฟชาวบ้าน ตร.ประกาศซื้อผ่านเว็บ คนร้ายมาเสนอขายเอง
เครือข่ายผู้บริโภค หนุนแคมเปญโลกออนไลน์ งดจับจ่ายร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ต้านผูกขาด
เคลียร์เเล้วนะ!! "เเตงโม" ยันไม่ได้ขอชี้เเจงประเด็นขายตัวงานเเต่ง "ชมพู่-น็อต"
ศาลสั่งคุกดาราบอลลีวูดเหตุชนแล้วหนี 5 ปี
"จอมทอง-ขวัญไทย" เก็บฉาก พ่ายน็อกหมดสภาพ ชวดแชมป์โลกที่ญี่ปุ่น
"ตลาดร่มหุบ" หยุดบริการ180วัน เปิดทางการรถไฟซ่อมราง
จอมพลัง′วิธวัฒน์′ยกสนั่นกวาด2ทองศึกอีแกทนานาชาติเมืองคอน
ส่อเเวววงเเตก? "โฟร์ ศกลรัตน์" โพสต์ปริศนา "จุดจบ" ลงไอจี
"เงินบาท" อ่อนค่าสุดในรอบ 5 ปี
ฟิลิปปินส์สั่งเนรเทศคนไทย เหตุโพสต์"เหยียดเชื้อชาติ"
สนง.พัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)
iSWOP กับ AIS
เรียนดีเพราะเลิกเจ็บเท้า
สนง.พัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)
สนง.พัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)