ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 04.13 น.วันที่ 15 กันยายน เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.แม่พูล อ.ลับแล วัดปริมาณได้ 62 มิลลิเมตร ทำให้น้ำจากลำห้วยแม่พร่อง ต.แม่พูล ไหลบ่าเข้ามาในพื้นที่ลุ่มและริมคลองแม่พร่อง ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนมาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุดเวลา 15.10 น.วันเดียวกันมวลน้ำดังกล่าว เริ่มเข้าสู่พื้นที่บ้านเกาะตาเพชร หมู่ 3 และบ้านโพธิ์ทอง หมู่ 6 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล ที่อยู่ตอนล่างของ ต.แม่พูล ระดับน้ำได้เริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 40-50 เซนติเมตร ถนนหลายสายถูกน้ำท่วม บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 200 หลังคาเรือน ซึ่งการเกิดน้ำท่วมครั้งนี้ ถือว่าเป็นรอบที่ 5 แล้วในรอบ 1 เดือน และถือว่าฤดูฝนนี้การท่วมของน้ำป่าทางตอนเหนือของ ตงไผ่ล้อม มากกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว 1 ครั้ง เพราะปีที่ผ่านมาท่วมเพียง 4 ครั้งเท่านั้น
นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมนายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.อุตรดิตถ์ ตรวจความเสียหายที่บ้านเกาะตาเพชร และบ้านโพธิ์ทอง พร้อมทั้งประกาศให้ประชาชนอาศัยตามที่ลาดเชิงเขา หรือติดกับภูเขาและแหล่งน้ำ และให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ลับแล ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 15-16 กันยายนนี้ พร้อมกับขอความร่วมมือผู้นำในหมู่บ้าน มิสเตอร์เตือนภัย อปพร.ให้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังเหตุตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้จัดเวรยามติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลจากภูเขา หากพบว่าระดับน้ำตามลำห้วย คูคลองต่างๆ มีน้ำเพิ่มสูงผิดจากปกติ และมีสีแดงขุ่น ให้รีบอพยพ ประชาชนออกจากพื้นที่ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานีวิทยุหลัก และวิทยุชุมชน หอกระจายข่ายประจำแต่ละหมู่บ้าน ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ แจ้งเตือนให้ประชาชนอย่าให้ประมาทโดยเด็ดขาด