พลิกฉากชีวิต"นพดล ปัทมะ" "อารามบอย-เสนาบดี-โทรโข่งทักษิณ"

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 12:00:02 น.




(ที่มา:มติชนรายวัน 16 กันยายน 2555)

 

 


เขาเป็นเด็กบ้านนอก เป็นคนโคราชโดยกำเนิด เป็นลูกคนที่ 7 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คน จบชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านแฝก โรงเรียนที่มีฝาเป็นไม้ไผ่ขัดแตะ หน้าฝนฝนจะสาดเข้ามาในชั้นเรียน จบชั้น ป.5-6 ที่โรงเรียนอมรศิลป์ใน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

จนอายุ 11 ขวบ เด็กหนุ่มจากที่ราบสูงจึงตัดสินใจเดินทางเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยม ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ โดยอาศัยอยู่กับญาติที่บวชเป็นพระอยู่ที่วัดจันทร์สโมสร ย่านบางกระบือ เขตดุสิต ด้วยการนอนวัดกินข้าวก้นบาตร เป็นเด็กวัดอารามบอยขนานแท้

"ผมเคยใฝ่ฝันอยากเป็นผู้ว่าฯ เพราะเด็กบ้านนอกเห็นรถนายอำเภอ รถแลนด์โรเวอร์สีเขียวๆ แล้วเท่ดี พ่อผมเป็นครูประชาบาล แล้วผมมาเป็นเด็กวัดที่กรุงเทพฯ เวลาผมเดินตามพระบิณฑบาตก็เห็นรูปรับปริญญาตามร้านถ่ายรูป มีเสื้อครุย เห็นตราธรรมจักของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่หัวไหล่ ผมเห็นบ่อยๆ ก็อยากเรียนกฎหมาย"

เป็นประโยคฉากชีวิตของ นพดล ปัทมะ หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ในวันที่เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกเล่าถึงความใฝ่ฝันสมัยวัยหนุ่มก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตในการสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในเวลาต่อมา "นพดล" สามารถคว้าเกียรตินิยม นิติศาสตรบัณฑิต จาก "รั้วแม่โดม" ในปี 2525 หลังจากนั้นเขาได้เข้าทำงานที่สำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ "Baker & Mckenzie" อยู่ 3 ปี พร้อมกับการสอบเข้าเนติบัณฑิตไทยได้

ที่สุด "นพดล" ยังสามารถสอบเพื่อเข้ารับพระราชทานทุนอานันทมหิดลได้เป็นผลสำเร็จ และเลือกเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาสามารถคว้าเกียรตินิยมมาครอบครอง

เส้นทางการเมืองของ "นพดล" เริ่มต้นจากวันที่เขาได้เป็นนายกสภาสามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักเรียนไทยในประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2531-2532 ขณะกำลังศึกษาอยู่ที่ "เมืองผู้ดี"

ครั้งนั้น "นพดล" ได้เจอ ชวน หลีกภัย ที่ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเดินทางมาดูงานที่อังกฤษ และทางสมาคมได้เชิญไปพูดเรื่องปัญหาสาธารณสุขให้คนไทยที่อังกฤษได้ฟัง



"ท่านชวนบอกผมว่าสนใจการเมืองไหม เมื่อกลับมาเมืองไทย ได้พบท่าน แล้วท่านบอกว่าสนใจการเมืองก็มาคุยกัน ผมก็เริ่มสมัครเข้าพรรคประชาธิปัตย์ และลงสมัคร ส.ส.กทม.ครั้งแรกในปี 2538 แต่สอบตก ท่านชวนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน และท่านก็เมตตาตั้งให้ผมเป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านคนแรก กระทั่งปี 2539 เลือกตั้งใหม่ก็ได้เป็น ส.ส.กทม.เป็นสมัยแรก"

"นพดล" ให้เหตุผลถึงการเลือกอาชีพ "นักการเมือง" ในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคที่มีความต่อเนื่องมานาน

กระทั่ง "พรรคไทยรักไทย" ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดตัวและลงเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในปี 2544

ทำให้เขาเห็นว่าการที่พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งได้ เนื่องจากมีนโยบายและรูปธรรมที่ชัดเจนกว่าพรรคที่เขาสังกัดอยู่ จึงยุติบทบาททางการเมืองชั่วคราว

"หลังปี 2544 ผมยุติบทบาททางการเมือง ไปเปิดสำนักงานกฎหมาย Oxton และทำสถาบันภาษาอังกฤษสำหรับอบรมกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพอยู่ 2 ปี หลังจากนั้นอยู่ว่างๆ คุณยงยุทธ (ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนั้น) ก็ชวนว่าสนใจจะมาช่วยปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อมไหม พ.ต.ท.ทักษิณ นายกฯขณะนั้นก็ตั้งผมเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี"

จนกระทั่งเหตุการณ์ยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของ "นพดล" ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีได้เพียง 89 วัน รวมทั้งสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น

"ผมว่าการรัฐประหาร การยึดอำนาจในปี 2549 แล้วมาทำหน้าที่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะเป็นโฆษกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ผมอยู่การเมือง 10 ปีกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยดังมาก แต่หลังจากเป็นช่วงนั้นเนื่องจากสถานการณ์เป็นที่รู้จักเร็ว ได้ทำงานที่ยาก มันอยู่ในช่วงการต่อสู้ทางการเมืองของอำมาตย์ เหมือนยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีของฝรั่งเศส ปะทะกัน ยิงลูกระเบิดในทางการเมือง ยิงสวนกันชนิดรุนแรงในช่วงหลังการยึดอำนาจ"



ครั้งนั้น "นพดล" รับหน้าที่โฆษกส่วนตัวให้กับ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ด้วยการเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้อดีตนายกฯที่ต้องพลัดถิ่น เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

"ช่วงหลังยึดอำนาจ มีทหารติดตามตัวผม ทางฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่มีใครนอกจากตัวผมออกไปชี้แจง ผมก็ต้องชี้แจงวันแล้ววันเล่า วันละ 2-3 ครั้ง ผมก็ชอบงานแบบนี้ บังเอิญผมไม่ชอบงานธรรมดา แต่บางทีชีวิตผมสนุกกับความไม่ธรรมดาของสถานการณ์ ถือเป็นเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ"

"นพดล" ออกตัวว่าหลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนธันวาคม 2550 เมื่อ "พรรคพลังประชาชน" ชนะเลือกตั้ง ซึ่งเขาได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้เป็น "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ" ไม่ได้เป็นเพราะ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็นผู้ให้โดยตรง

แต่เป็นเพราะเขาเคยผ่านงานกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาก่อนการเข้ามาเป็นเจ้ากระทรวง "บัวแก้ว" ในปี 2551

"นพดล" จึงต้องเผชิญงานแรก คือ ปมปัญหาการที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารและพื้นที่รอบปราสาทเป็นมรดกโลก

"นพดล" บอกว่า "ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 เจรจาจนกัมพูชายอมตัดพื้นที่ทับซ้อนออกจากแผนที่ของเขา เขาเปลี่ยนแผนที่ใหม่ แต่ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา หรือตัวศาลพระภูมิเป็นของเขา เพราะเราแพ้กัมพูชาที่ศาลโลกได้ตัดสินเมื่อ 50 ปีที่แล้ว"

"กัมพูชาไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากเราเพราะขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้อยู่แล้ว แต่ที่ผมทำคือผมยินดีให้คุณขึ้นทะเบียนตัวปราสาท แต่พื้นที่รอบๆ ช่วยตัดออกมา อย่าเอาไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก ก็เป็นที่มาของคำแถลงการณ์ร่วม จริงๆ ผมเป็นผู้ปกป้องดินแดน แต่ผมก็ถูกด่าว่าขายชาติ"

และแล้วคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ตีความว่า คำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาเป็นหนังสือสัญญาซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190

"เมื่อรัฐธรรมนูญให้ยึดถือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แม้ผมคิดว่าผมไม่ผิดในความเห็นผม แต่ผมก็แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองก็ลาออก เพราะผมเป็นต้นเรื่อง ซึ่งผมยืนยันมาจนถึงวันนี้ว่า แถลงการณ์ร่วมไม่ใช่หนังสือสัญญา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผิดพลาดด้วยข้อกฎหมาย และไม่เป็นธรรมสำหรับผม"

พลันที่ "นพดล" ต้องแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งเสนาบดี หลังจากนั้น วันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชนและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะเป็นเวลา 5 ปี

"ผมไม่พัก ผมเดินหน้า ผมคิดว่ายังมีพี่น้องประชาชนที่รักผม ที่รักพรรคเพื่อไทย เวลาไปเวทีปราศรัยก็ได้รับเสียงกรี๊ด ผมดูว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดไง ตราบใดประเทศไทยยังมีสองมาตรฐาน บางคนปิดสนามบินได้รับการประกันตัว ในขณะที่คนบางคนถูกขังคุก บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย เราก็ต้องสู้ เราต้องต่อสู้เพื่อคนอ่อนแอ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมพร้อมยืนเคียงข้างผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม"

ในวันที่ "นพดล" ต้องเว้นวรรคทางการเมืองในทางนิตินัย แต่บทบาททางพฤตินัยเขายังคงเดินหน้าต่อไปด้วยการรับหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและกุนซือทางกฎหมายให้ "พ.ต.ท.ทักษิณ"

"ผมไม่กังวลแม้แต่น้อย เพราะ I did it my way. ชีวิตผม ผมลิขิตได้เอง ผมไม่ให้คนลิขิตชีวิตผม ผมจะดีจะชั่ว ผมก็ต้องคิดเอง เราฟังเสียงวิจารณ์ แต่อย่าเอาเสียงวิจารณ์มากำหนดเส้นทางชีวิตของเรา ถ้าให้ย้อนกลับไป ก็จะทำแบบเดิมอีก เพราะผมถือว่าผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร การยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากประชาชน"

ทั้งหมดคือฉากชีวิตของ "นพดล" ที่เขาตัดสินแล้วว่า...ไม่ผิด!!!








ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ กับคอลัมน์ ดาวกับดวง วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2557 โดย พิมพ์พรร
ไอเอสไอเอส"คลั่ง"ระเบิดทำลายมัสยิด-สถานที่ศาสนาหลายแห่ง หลังยึดเมืองประวัติศาสตร์อิรัก(ชมคลิป)
รู้จัก “อาร์ตี้ ซุปตาร์” บัณฑิตจุฬาฯ เจ้าของ MV "ฉันรู้เธอเป็นตุ๊ด" ผู้โพสต์เฟซบุคถึง “พี่ตั๊น”
"คดีข่มขืนจำเป็นต้องประหารจริงหรือ ?" ฟังคำตอบที่น่าคิดจากนักกฎหมายอาญา
ข่าวเดียว ครบสาม แฟนคลับ "วรเจตน์-จาตุรนต์-ทอมดันดี" ได้เห็นเต็มตา
รอง ผบช.น.สั่งตรวจสอบตำรวจคลิปฉาว′กูบอกให้นั่งลงไป′
เปิดเหตุผล ทำไม "บีบีซี" จึงกลับมาบุกข่าว "ภาคภาษาไทย" อีกครั้ง ผ่านโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก
วีรพงษ์ รามางกูร : ความหวาดระแวง
ไม่ต้องเซ็กซี่ ก็ดูดีได้ "หญิงลี" เลือกชัด ขึ้นปกแพรว เน้นอลังการสไตล์
ทำไปด้ายยย "เน วัดดาว" กระโดดสะพานพระราม 8 ตามสัญญา หลังบราซิลแพ้เยอรมนี
ข่าว "น้องตั๊น" นำปฏิญาณยังไม่จบ ล่าสุด เพจ "ศาสดา" วิวาทะ "ด็อกเตอร์" สถาปัตย์ จุฬาฯ
2 อาจารย์′รัฐศาสตร์ จุฬาฯ′แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่เข้าร่วมพิธีรับปริญญากับ′น้องตั๊น′
"ดีเจเคน" หนุ่มไทยบุกบ้าน "โรส" เข้ามอบตัวกับตร.อังกฤษแล้ว
เปิดจดหมายลูกสาว บก.ลายจุด วอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ช่วยปล่อยตัวพ่อ
กระแสต้าน′น้องตั๊น′กล่าวนำปฏิญาณตนยังแรง ล่าสุดมีโครงการรณรงค์คัดค้านในโลกออนไลน์