พ่อตามหาลูกชาย-ลูกสะใภ้ หายจากเมืองเพชร3 ปี พบกระบะจอดบ้านร้างเมืองนนท์

วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 07:27:45 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 กันยายน  ที่ผ่านมา  นายสว่าง  นุ่มจุ้ย อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 หมู่ 6 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.มนัส นิลกลัด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ว่า พบรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบรอน-ทอง ทะเบียน บฉ 5960 เพชรบุรี ของนายสามารถ  นุ่มจุ้ย และน.ส.อรษา  เกิดทรัพย์ ลูกชายและลูกสะใภ้ ที่หายตัวไปด้วยกันทั้งคู่เมื่อปี 2552 โดยพบรถจอดอยู่ในโรงจอดรถภายในบ้านเลขที่ 125/53 ซอยศิริโชติ  กรุงเทพ-นนท์ ซอย 1  ต.บางเขน  อ.เมืองนนทบุรี


ทั้งนี้ เมื่อทำการตรวจสอบพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวจอดอยู่ในโรงรถของบ้านดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านร้างไม่มีผู้พักอาศัยเนื้อที่กว่า 80 ตารางวา   สภาพรถล้อรถยนต์ถูกถอดออกทั้ง 4 ล้อ  โดยมีก้อนอิฐรองไว้   เจ้าหน้าที่จึงยกรถมาตรวจสอบที่โรงพัก

 

นายสว่าง กล่าวว่า  รถคันดังกล่าวมีชื่อของนางอรษา  เกิดทรัพย์  ลูกสะใภ้เป็นเจ้าของ  โดยลูกชายและลูกสะใภ้  หายตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2552  โดยไม่สามารถติดต่อได้  จึงได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จนกระทั่ง น.ส.วิมล  นุ่มจุ้ย อายุ 34 ปี ลูกสาวโทรศัพท์มาบอกกับตนว่า พบรถยนต์ของนายสามารถจอดอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว 

 

นายสว่าง  กล่าวว่า  ก่อนที่ลูกชายและลูกสะใภ้จะหายตัวไป  ตนได้นัดให้ลูกชายมาหาที่บ้าน เพื่อที่จะให้ลูกชายไปตัดต้นไม้ในไร่  รอลูกชายอยู่นานก็ไม่เห็นลูกชายและลูกสะใภ้ก็ยังไม่มา ตนจึงได้ไปที่บ้านของลูกชายก็พบร่องรอยของการกินข้าว  ตนจึงได้ไปไร่ก็พบรอยขี้เลื่อย และตะไบลับเลื่อยวางอยู่  แต่ไม่พบตัวลูกชายและลูกสะใภ้  จึงเข้าใจว่า  ลูกชายและลูกสะใภ้  คงจะไปทำธุระที่อื่น  อาจจะคลาดกับตน  แต่โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ 

 

ด้าน น.ส.วิมล  พี่สาวนายสามารถ  กล่าวว่า  ตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่นักสถิติ ระดับ 3 แผนกสังกัดกลุ่มอายุรกรรม  ที่ ร.พ.ตำรวจ  ก่อนที่จะพบรถยนต์ของน้องชาย ได้มีนายสุเทพ  เลาหะวัฒนะ ซึ่งเป็นพี่ชายของ พ.ต.อ.นายแพทย์ สุพัฒน์  เลาหะวัฒน์ นายแพทย์ ร.พ.ตำรวจ  ว่า มีคนพบรถยนต์ของน้องชายตนจอดอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงได้เดินทางมาดูก็พบว่าเป็นรถของน้องชาย  จึงได้โทรศัพท์ไปบอกบิดา  ส่วนบ้านหลังดังกล่าวเป็นของใครนั้นตนไม่ทราบ คงต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าวโดยให้ช่างทำกุญแจมาเปิดประตูรถ จากการตรวจสอบพบกระเป๋าลายพรางทหารวางอยูที่เบาะข้างคนขับ ภายในมีบัตรประชาชนของ น.ส.อรษา  และบัตรประกันสังคม  นอกจากนี้  ยังพบหมวกสานไม้ไผ่วางอยู่ในแคป มีร่อยรอยเหมือนเลือดติดอยู่จึงได้ทำการตรวจสอบ แต่ไม่สามารรถระบุได้ว่าเป็นคราบเลือดหรือไม่ เนื่องจากเหตุเกิดมานานจึงต้องนำเข้าห้องแล็ปเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ด้าน พ.ต.อ.ชาญศิริ  สุขรวย  ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  กล่าวว่า  เบื้องต้นจะตรวจสอบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของใคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบใบแจ้งค่าไฟฟ้าและเอกสารต่าง ๆ ระบุชื่อ วิสสา  จันทรบัญชร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวมาสอบปากคำว่ารถคันดังกล่าวมาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวได้อย่างไร 

 

ขณะแหล่งข่าวเปิดเผยว่า  นายสว่าง และนายสามารถ  สองพ่อลูกมีไร่สับปะรดติดกับ พ.ต.อ.นายแพทย์สุพัฒน์  โดยนายสว่าง และลูกชายมักจะเข้าไปช่วยนายนายตำรวจคนดังกล่าวอยู่เป็นประจำ  จนกระทั่งมาเกิดเรื่องแจ้งความดำเนินคดีกันเกิดขึ้นโดยสาเหตุมาจากที่นายสามารถ ว่าจ้างรถยนต์กระมาขนสับปะรดที่รับซื้อมา แต่รถคันดังกล่าวเกิดติดหล่ม จึงได้ไปขอยืมรถยนต์ของ น.ส.สา ซึ่งเป็นภรรยาของนายตำรวจคนดังกล่าวเพื่อมาลากรถยนต์ที่ติดหล่ม โดย น.ส.สาได้ให้นายไก่   คนงานชาวพม่าขับ แต่รถยนต์ของ น.ส.สา เกิดติดหล่มอีกคัน  นายสามารถ  จึงได้ไปขอยืมรถยนต์อีกคัน  เพื่อมาลากรถทั้ง 2 คัน  แต่นายตำรวจคนดังกล่าวมาพบรถยนต์ของ น.ส.สาจอดอยู่  จึงได้บอกให้ น.ส.สา  ไปแจ้งความว่านายสามารถลักรถยนต์  จนมีการขึ้นศาลก่อนที่ศาลจะตัดสินว่านายสามารถไม่มีความผิด  

 

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า   หลังจากที่นายสามารถและภรรยา หายตัวไป  นายสว่าง  ได้เดินทางไปพบกับนายตำรวจคนดังกล่าวเพื่อขอศพนายสามารถและลูกสะใภ้คืน  แต่นายตำรวจคนดังกล่าวปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ส่วนสาเหตุที่นายสุเทพ มาบอกกับ น.ส.วิมล  เรื่องรถยนต์คันดังล่างสืบเนื่องมาจากที่นายสุเทพกับ พ.ต.อ.น.พ.สุพัฒน์  มีปัญหาฟ้องร้องกันเรื่องมรดก  โดยนายตำรวจคนดังกล่าวได้ขอให้ น.ส.วิมล ช่วยเป็นพยานต่อศาลเรื่องการดูแลมารดา ว่าใครเป็นผู้พามารดามาหาหมอและออกค่าใช้จ่าย   แต่นายสุเทพ  ทราบเรื่องจึงได้นำเรื่องรถยนต์มาบอกกับ น.ส.วิมล ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ายึดรถยนต์คันดังกล่าว  


นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือนายสามารถและ น.ส.อรษา สองสามีภรรยาถูกอุ้มฆ่าฝังอยู่ใต้กอไผ่ในจังหวัดเพชรบุรี









"นอริช"คว่ำ"โบโร่"2-0 คว้าตั๋วลุยพรีเมียร์ลีก
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ที่มาทางสังคมของเสื้อเหลือง สลิ่ม-นกหวีด (2)
เกษียร เตชะพีระ : กระบวนการเปลี่ยนผ่าน สู่ระบอบไม่ประชาธิปไตย
ระบบราชการ โดย ปราปต์ บุนปาน
ดูไบ : เศรษฐีน้ำมันถอยห่างน้ำมัน โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
นักแสดงหนัง "อภิชาติพงศ์" ก็น้อยใจเป็น หลังเจอคนไทยเอาแต่ถามย้ำ "เจอชมพู่บ้างมั้ย?"
คำ ผกา : อวิชชา "ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะไม่เห็นด้วยกับการตั้งค่ายผู้อพยพ...แต่..."
เจ๊กปนลาวในไทย : โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
นักศึกษากลุ่ม "ดาวดิน" ออกแถลงการณ์กรณีตร.ควบคุมตัว - เผยทหารบุกถึงบ้านหาพ่อแม่
2กมธ.จับมือรื้อใหญ่ร่างรธน. ตัดทิ้ง100กว่ามาตรา นายกฯมาจากส.ส. หั่น "พลเมือง" ออก
เทกระจาด! บรรทุกเทรลเลอร์ "ไฮลักซ์ รีโว"เตรียมไปเปิดตัวพลิกคว่ำ รถทะยานตกถนน(คลิป)
"แม้ไร้ขีดบนบ่า"แต่หัวใจ "บ่เปลี่ยนแปลง" อดีต "แม่หลวงกุ้ง" สวยที่สุดในประเทศ
นายกฯตู่สั่ง"สนง.ตร.แห่งชาติ" จัดการต้นตอที่นศ.สาวดื่ม หลังเมาค้างชนนักปั่นดับ3ศพ(คลิป)
จบแบบเงียบๆ ไฟไหม้ปริศนาบ้านพัทลุง หลังไม่มีใครเข้าแจ้งความ
ตร.หญิงเครียด! ภาพว่อนโซเชียล เผยเป็นตำรวจต่อจากบิดา ที่เสียชีวิตในหน้าที่
ลงทุนมั่นใจ “อมตะรีท” รับปันผล “ค่าเช่า” โรงงาน
ลงทุนมั่นใจ “อมตะรีท” รับปันผล “ค่าเช่า” โรงงาน