นวัตกรรมใหม่ "น้ำมัน-ไฟฟ้า-แก๊ส 2 ระบบ" ติดตั้งในคันเดียว ครั้งแรกของโลก (ชมคลิป)

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 17:45:41 น.




 

เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ผู้นำตลาดด้านธุรกิจระบบอุปกรณ์ก๊าซรถยนต์ LPG และ NGV เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมใหม่ล่าสุด THE INNOVATION OF GAS TECHNOLOGY 4 in 1 (รถ 4 พลังงาน) หรือเทคโนโลยีระบบก๊าซ LPG และ NGV ที่ติดตั้งในรถยนต์ไฮบริดได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อในคันเดียว โดยบริษัทผู้ผลิตในอิตาลีร่วมสนับสนุนในความสำเร็จ เตรียมส่งกระหึ่มบนเวทีโลกเป็นครั้งแรก ในงาน “NGV Bangkok 2012” ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่ไบเทคฯ บางนา และพร้อมรุกเปิดตลาด AEC

 

 

ผู้บริหารฝาแฝด สุรศักดิ์และสุรชัย นิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม จำกัด บอกถึงสุดยอดนวัตกรรมใหม่ล่าสุดว่า เกิดจากการคิดค้นของวิศวกรเอนเนอร์จี รีฟอร์ม นำระบบก๊าซที่ได้รับการตอบรับสูงสุดจากผู้บริโภคในปัจจุบันคือ ระบบ Advanced-OBD (LPG / NGV) มาต่อยอดความคิดและพัฒนาจนกลายเป็น THE INNOVATION OF GAS TECHNOLOGY 4 in 1 หรือ “ENERGY 4.0” ครั้งแรกของโลก

 

ทั้งนี้ เป็นการนำเทคโนโลยีระบบก๊าซ LPG และ NGV ทั้ง 2 ชนิด ติดตั้งในรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่นทุกยี่ห้อ อาทิ โตโยต้า พริอุส, โตโยต้า คัมรี่, โตโยต้า อัลพาร์ดและฮอนด้า แจ๊ส ไฮบริด ไม่เพียงแต่จะติดตั้งได้เฉพาะระบบก๊าซ LPG หรือ NGV อย่างหนึ่งอย่างใดเท่านั้น แต่ยังติดตั้งระบบก๊าซได้พร้อมกัน 2 ชนิด คือ ทั้ง LPG และ NGV ในรถยนต์ไฮบริดคันเดียวกัน โดยไม่ทำให้สมรรถนะและอรรถประโยชน์ของรถสูญเสียไป แต่กลับทำให้ความประหยัดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่สำคัญยังสามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้ 4 ชนิดในรถคันเดียว คือ น้ำมัน, ระบบไฟฟ้า, ก๊าซ LPG และ NGV ได้ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก  และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มักถามว่า “Hybrid ติดก๊าซได้ด้วยหรือ?”

 

 

สำหรับขั้นตอนการใช้งานของรถยนต์ Hybrid ในระบบ 4 พลังงาน เริ่มต้นจากการ Start รถด้วยระบบไฟฟ้า หลังจากนั้น เครื่องยนต์ทำงานด้วยแบตเตอร์รี่ไฟฟ้าที่รอบต่ำ และเมื่อเร่งเครื่องยนต์มีแรงบิดเพิ่มขึ้นเครื่องยนต์จะปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบน้ำมันโดยอัตโนมัติ  และจากนั้นจะปรับเข้าสู่โหมด LPG หรือ NGV แล้วแต่จะเลือก เมื่อก๊าซชนิดใดชนิดหนึ่งหมดถัง เราก็สามารถเลือกใช้ก๊าซอีกชนิดที่เหลือได้ในระหว่างขณะขับขี่  และเมื่อก๊าซหมดถังระบบจะสลับไปใช้น้ำมันโดยอัตโนมัติทันที  (Shift on the Fly) โดยมี Auto switch แสดงสถานะของเชื้อเพลิงแต่ละชนิด  และในขณะที่รถจอดหรือถอนคันเร่ง เครื่องยนต์จะทำงานด้วยระบบไฟฟ้า


“ระบบ ENERGY 4.0” นี้ บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นทำตลาดเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ รถไฮบริดหรือเครื่องยนต์ธรรมดาก็สามารถติดก๊าซได้  เหมือนลูกค้าของเราที่ติดตั้งระบบก๊าซไปก่อนหน้านี้ก็ได้ความประหยัดทันที โดยรถที่ติดตั้งก๊าซจะประหยัดเงินค่าน้ำมันในสัดส่วน 60:40 เช่น เติมน้ำมัน 10,000 บาท/เดือน เมื่อติดตั้งระบบก๊าซจะประหยัดเงินได้ราว 6,000 บาท/เดือน ส่วนราคาติดตั้งอุปกรณ์ มีวางจำหน่ายในปัจจุบัน คือ Advanced-OBD (LPG) / (CNG), Fast TECH II (LPG) และ (CNG) ใช้เวลาติดตั้ง 1-2 วัน เช่น รถยนต์ 4 สูบ ติดตั้งระบบ LPG เริ่มต้นที่ 26,500 - 36,000 บาท”

 

 

นอกจากนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ชุดหัวฉีดก๊าซ ENERGY REFORM ทุกรุ่นจะมีการรับประกันอัคคีภัยและเครื่องยนต์พังสูงถึง 1.3 ล้านบาท รวมถึงประกันความพอใจสินค้าด้วย “หากไม่พอใจบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้กับลูกค้า”  ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่กล้ารับประกันเช่นนี้เพราะมั่นใจในคุณภาพ สำหรับมาตรฐานความปลอดภัย ในระบบก๊าซระบบหัวฉีดของเอนเนอร์จี รีฟอร์ม เน้นคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยความปลอดภัยของเอนเนอร์จี รีฟอร์ม ทั้งหมดรวมเรียกว่าระบบ ISS หรือ Intelligent Safety System ซึ่งจะเป็นการรวมฟังก์ชันการทำงานของระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบวิเคราะห์ปัญหากรณีที่อุปกรณ์บกพร่อง ปัญหาเหล่านี้จะถูกรายงานไปยังกล่อง ECU ทางช่างเทคนิคสามารถรู้ปัญหาต่างๆ โดยการเสียบโปรแกรมกล่อง ECU เข้ากับคอมพิวเตอร์ และช่างสามารถทำการแก้ไขหรือปรับจูนให้ตรงจุด รวมไปถึงระบบความปลอดภัยในเรื่องของการตัดก๊าซทันทีที่ท่อก๊าซหลุดหรือฉีกขาดด้วยระบบ Safety Valve ถึง 3 ชั้น

 

สำหรับผลการดำเนินธุรกิจ ขึ้นเป็นผู้นำตลาด ครองสัดส่วนสูงสุดกว่า 55% ปี 2554 ที่ผ่านมาทำรายได้ 735 ล้านบาท และในปี 2555 ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,200 ล้านบาท เชื่อมั่นว่าปีนี้เป็นไปตามเป้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากความมีคุณภาพของระบบก๊าซ ENERGY REFORM จากอิตาลีและความเป็นมาตรฐานของแบรนด์ ENERGY REFORM ที่ได้รับการยืนยันและพิสูจน์แล้ว จากผู้ใช้จริง กว่า 200,000 คันทั่วไทยที่ใช้ดีแล้วบอกต่อ และทัศนคติของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทุกคนรับรู้ทิศทางราคาก๊าซเมื่อปล่อยลอยตัวแล้วว่า LPG จะปรับขึ้นที่ประมาณ 16 ต่อลิตร (ปัจจุบัน 12 บาทต่อลิตร) ส่วน NGV จะปรับราคาขึ้นไปที่ 14.50 บาทต่อกิโลกรัม (ปัจจุบัน10.50 บาท ต่อกิโลกรัม)

 

 

ในขณะที่น้ำมันเบนซินปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 37-45 บาทและในอนาคตอาจสูงถึง 50 บาทก็เป็นได้ จึงชัดเจนว่าราคาก๊าซถูกกว่าน้ำมันมากกว่าครึ่งหนึ่ง ดังนั้น ใช้ก๊าซย่อมประหยัดกว่า ทำให้ผู้บริโภคหันมาติดตั้งมากขึ้น มั่นใจจบปี 2555 จะทำรายได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ และจากนี้ถึงในปี 2556 อุตสาหกรรมก๊าซจะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน”

 

นอกจากนี้ก่อนจบปี 2555 เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่เพื่อยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้นให้วงการอุตสาหกรรมติดตั้งก๊าซรถยนต์ดีขึ้น  ด้วยการเปิดโครงการ ENERGY REFORM SERVICE CENTER “ศูนย์บริการครบวงจรก๊าซและน้ำมัน” โดยมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ วางระบบและมาตรฐานการติดตั้ง การบริการหลังการขาย และการซ่อมบำรุงอื่นๆ (General Maintenance) ทั้งระบบแก๊สและน้ำมัน โดยได้นำเสนอโครงการศูนย์เอนเนอร์จีนี้ ให้แก่ตัวแทนจำหน่ายรายปัจจุบัน ที่มีศักยภาพ พร้อมลงทุนและพัฒนาศูนย์ติดตั้งก๊าซ ให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น และเปิดรับผู้ลงทุนรายใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจก๊าซรถยนต์ในอนาคต โดยขณะนี้มีศูนย์ต้นแบบและศูนย์ฝึกอบรมขนาดใหญ่อยู่ที่ลาดกระบัง กำลังการติดตั้ง 300 คันต่อเดือน

 

“เราจะเปิดศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เราวางเป้าปี 2555 จำนวน 20 ศูนย์ก่อน และภายในปี 2557 ตั้งเป้า 200 ศูนย์ทั่วประเทศ  สำหรับศูนย์บริการนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่(L) ขนาดกลาง(M) และขนาดเล็ก(S)มีมูลค่าการลงทุนตั้งแต่  3 – 15 ล้านบาท  พื้นที่ตั้งแต่ 150  ตารางวา – 2 ไร่  และการลงทุนตรงนี้น่าสนใจมากในแง่ของอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ IRR ที่สูงถึง  50%  ทำให้การคืนทุนเป็นไปอย่างรวดเร็วเพียง 1-2 ปีกว่าๆ เท่านั้น”

 

สุรชัย นิตติวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายๆ ว่า การติดก๊าซรถยนต์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องจากหลักพันคัน/เดือนขึ้นมาเป็นหลักหมื่นคัน/เดือนในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น  เอนเนอร์จี รีฟอร์มเห็นมาตั้งแต่เดือนละ 6,000-7,000 คัน มาในปี 2555 นี้ เพิ่มขึ้นมาเป็นเฉลี่ย 17,000 คัน/เดือน ในช่วง 8 เดือนแรก(มกราคม-สิงหาคม) 

 

“ในแต่ละปีจะมีรถใหม่เพิ่มเข้ามาในตลาดประมาณ 8 แสนถึง 1 ล้าน คัน และปีนี้เองรัฐบาลก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตรถยนต์ให้ได้ที่ 1.3 ล้านคัน  ทำให้ตลาดการติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซในรถยนต์สามารถเติบโตได้อีกมาก รถใหม่ป้ายแดงก็หันมาติดก๊าซกันมากขึ้นเพราะเรามีมาตรฐานที่ดีขึ้น จนผู้ใช้มั่นใจไม่กังวลเหมือนในอดีต อย่างตอนนี้บ้านเรามีรถที่ติดก๊าซไปแล้วทั้ง LPG และ NGV ประมาน 1 ล้านกว่าคัน  ดังนั้นเชื่อว่าในอนาคตเราก็จะมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกๆปี”

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีนี้บริษัทมีแผนจะรุกตลาดรถดีเซล (DDF) ในกลุ่มรถเชิงพาณิชย์ รถปิกอัพ รถบรรทุก รถขนส่ง   รถประเภทนี้หากปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซก็จะช่วยประหยัดได้มาก เพราะจะใช้น้ำมัน 60% อีก 40% เป็นก๊าซ















ลีวายส์® ประเทศไทยจัดกิจกรรม “มันส์ สุด คูล”ลุ้นรับยีนส์ไปเลย 19-20 เม.ย.นี้
สถาบันปลูกป่า ปตท.จัดเสวนาเรื่อง ไม้พะยูง...พยุงชาติ 21 เม.ย.นี้
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว "SL400" สปอร์ตโรดสเตอร์ รุ่นใหม่
เคทีซีจับมือ 12 แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ อัดแคมเปญ KTC BEAUTY SUMMER 2014 รับเงินคืนสูงสุด 20%
ลัดเลาะเข้าโรงแรม ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ สไตล์ "Zuma" @ St.Regis Bangkok
ไทยครองแชมป์จ่ายค่าทิปในร้านอาหารเป็นอันดับ 1ในเอเชียแปซิฟิก
ยูนิโคล่ ชวนสาวกร่วมสนุกกับกิจกรรมออนไลน์ “AIRism แจกได้อีก”
ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ดื่มด่ำ “จิบชายามบ่าย” รับสิทธิพิเศษส่วนลด 20% ถึง 30 เมษายนนี้
ม.รังสิต จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป “RSU-IP COTH FUN Camp” ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครแล้ว
“กรุงศรี คอนซูมเมอร์” ผนึกกำลังบัตรเครดิตในเครือ ให้เครดิตเงินคืนสูงสุด 5% ที่ “ซูเปอร์สปอร์ต”
คนนี้แหละ ...หล่อล่ำ "เติมตระกูล กมลวิศิษฎ์" ลูกชายชูวิทย์ ที่โดน "ใบแดง" ทบ.ผลัด1
รู้ยัง? 5 อาหารที่ทำให้แก่เร็ว กินอยู่ทุกวันหรือเปล่า !!
รู้ยัง? ดื่มน้ำตอนไหน ดีที่สุด !
ชมคลิป พิเศษ พริตตี้สาวสวย จากมอเตอร์โชว์ คุณต้องชอบ !
อ.เจษฎา โพสต์ตอบข้อกังขา คลิปฮ็อตการทดลอง "โคคาโคล่ากับนม" และผลต่อสมดุลแคลเซียมในร่างกาย?(ชมคลิป)
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น