"ชูวิทย์"ทิ้งระเบิดถาม ประสิทธิภาพอุโมงค์ยักษ์ กทม.- กำแพง รัฐบาล งบฯบาน ป้องกันน้ำท่วมได้จริงหรือ?

วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 17:44:22 น.













ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ  11.00 น. วันที่  20 กันยายน นายชูวิทย์  กมลวิศิษฏ์  หัวหน้าพรรครักประเทศ  ได้โพสต์ข้อความและรูปถ่ายของตัวเองที่นั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งย่านบางแค เมื่อครั้งน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554    ผ่านทางเฟซบุ๊ก  "ชูวิทย์ I′m No.5"  ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของอุโมงค์ยักษ์ ระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร  ที่มีการลงทุนไปมูลค่ามหาศาล ว่า   สามารถใช้งานและแก้ปัญหาน้ำท่วมได้หรือไม่ พร้อมระบุว่า  มีข้าราชการ กทม.คนหนึ่งระบุว่า เครื่องสูบน้ำและระบบสูบน้ำของกรุงเทพมหานคร ยังมีข้อบกพร่องอยู่มากจึงทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ 


นอกจากนี้ นายชูวิทย์ยังตั้งคำถามนำมาว่า ควรเริ่มตรวจสอบโครงการต่างๆ ของกทม.หรือไม่ ว่ามีการเตรียมพร้อมในการรับมือน้ำท่วมไปถึงไหน อย่างไร

 

สำหรับข้อความที่นายชูวิทย์โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้

 

"ผมอยากจะทราบจริงๆว่า อุโมงค์ยักษ์แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืนที่ใช้เงินลงทุนไปมากมายมหาศาล มันใช้งานได้จริงหรือเปล่า?

 


ข้าราชการท่านหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสำนักว่าการกรุงเทพมหานครบอกกับผมว่า เครื่องสูบน้ำและระบบสูบน้ำของกรุงเทพมหานครยังมีข้อบกพร่องอย่างมาก ทำให้กระบวนการสูบน้ำของกรุงเทพมหานครยังทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ


เราควรเริ่มตรวจสอบโครงการต่างๆ ของกรุงเทพมหานครหรือไม่ ว่าเขาได้เตรียมตัวรับมือภัยน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครไปถึงไหน อย่างไร?


 
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายเมื่อปีที่แล้วจากย่านบางแค ใกล้ๆกับเดอะมอลล์ ที่แสดงให้เห็นถึงความน่าผิดหวังและน่าเศร้าใจ เพราะเมื่อถึงเวลาที่กรุงเทพมหานครต้องเจอน้ำท่วมใหญ่ อุโมงค์ยักษ์ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้เลย"

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา นายชูวิทย์ก็ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ตั้งคำถามไปยังรัฐบาล ถึงกรณีการสร้างกำแพงป้องกันนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ  จ.พระนครศรีอยุธยา  ว่าสามารถป้องกันน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ พร้อมเรียกว่า เป็นกำแพงรันทด    โดยเป็นการโพสต์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ถึง 2 ครั้ง เนื้อหาดังนี้


"กำแพงหรือเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างรอบบริเวณนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดอยุธยา เป็นเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างนายทุนกับชาวนา เมื่อกำแพงนี้ถูกสร้างอย่างแข็งขันเพื่อเตรียมการป้องกันน้ำท่วมในปีนี้

 

การสร้างกำแพงอาจทำให้ทิศทางน้ำเปลี่ยนไป แต่รัฐบาลยังไม่ได้แก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาอย่างตัวใครตัวมัน นิคมอุตสาหกรรมโรจนะที่มีโรงงานอยู่เป็นจำนวนมากสามารถสร้างแนวป้องกันด้วยเงินลงทุนก่อสร้างอย่างมหาศาลรอบบริเวณนิคม ในขณะที่ชาวบ้านรอบบริเวณและท้องทุ่งนาถูกทอดทิ้งมีสภาพเหมือนเดิม ไม่แตกต่างจากปีก่อนๆ


 
ผมจึงเรียกกำแพงนี้ว่า "กำแพงรันทด" เป็นการตอกย้ำให้ประชาชนชาวไร่ชาวนาเห็นว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมยังไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน งบประมาณของรัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนอันมีปริมาณมหาศาลที่ผ่านมาในอดีตทุกๆปีหายไปไหน? เขาเอาเงินเหล่านั้นไปทำอะไรบ้าง?


 
"กำแพงนี้เป็นเหมือนสิ่งเตือนใจให้เห็นว่า ในประเทศนี้ประชาชนจะต้องคุ้มครองดูแลด้วยตัวของตัวเอง เป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที"

 

 


ถัดจากนั้นอีกประมาณ3 ชั่วโมง นายชูวิทย์ก็โพสต์ตั้งคำถามในเรื่องดังกล่าวอีก ดังนี้


"คุณคิดว่ากำแพงอย่างเดียวจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือ?
 
อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ผมเข้าใจดีว่าการเข้ามาลงทุนของบริษัทต่างชาติในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นการลงทุนมหาศาลที่รัฐบาลควรดูแลและปกป้องพวกเขา
 

สิ่งที่ผมพยายามจะบอกคือ รัฐบาลควรแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืน สามารถแก้ปัญหาได้จริงในระยะยาว การสร้างกำแพงป้องกันนิคมอุตสาหกรรมโรจนะคือวิธีป้องกันหนึ่ง ผมเข้าใจ แต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวโดยมีเงินงบประมาณการบริหารจัดการน้ำมากมายมหาศาล ทำได้แค่สร้างกำแพงกั้นน้ำเพียงแค่นั้นหรือ?

 

รัฐบาลควรมีวิธีบริหารจัดการงบประมาณก้อนใหญ่ที่สูญเสียไปทุกๆปีได้อย่างครอบคลุมมากกว่านี้ เงินทั้งหมดเหล่านั้นหายไปไหน?
 

อย่างที่ผมบอก กลับกลายเป็นว่าพวกเราทุกคนต้องปกป้องคุ้มครองตัวเอง ทั้งชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนาเกษตรกร รวมไปถึงนักลงทุนทางภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเช่นกัน พวกเขามีกำลังพอที่จะสร้างกำแพงแข็งแกร่งล้อมรอบโรงงานของพวกเขา แต่แท้ที่จริงแล้วหน้าที่นี้คือสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำหรือเปล่า? อย่างเช่นปีที่แล้วที่โรงงานฮอนด้า รถยนต์กว่าร้อยคันต้องจมน้ำเพราะการบริหารจัดการน้ำอย่างไร้ประสิทธิภาพ ทั้งๆที่รัฐมีงบประมาณมหาศาลในแต่ละปี แล้วชาวบ้านที่ไม่มีกำลังพอจะสร้างสิ่งใดป้องกันจะอยู่อย่างไร?
 


น้ำท่วมมันคือภัยธรรมชาติ รัฐควรให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำร้อยใช่หรือไม่?


ผมปีนขึ้นไปบนกำแพงเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลหันกลับมามองว่า พวกเขาไม่ควรทอดทิ้งปัญหาและปล่อยให้ทุกฝ่ายต้องปกป้องตัวเองโดยไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากทางรัฐบาลว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร


ผมไม่ได้หวังว่าทุกคนจะต้องเห็นด้วยกับผมทุกเรื่อง แต่คุณรู้สึกยังไง? เวลาที่เห็นนักการเมืองไทยสองฝ่ายโทษกันไปโทษกันมา ปัญหาที่เกิดขึ้นมันคือความเดือดร้อนของประเทศไทย ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหาไม่ใช่หรือ?


 
พวกเขาไม่ได้ถูกเลือกเพื่อเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง หรือของพรรคตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขาควรเข้ามาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนทุกคนในประเทศไทยไม่ใช่หรือ?

 

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่นายชูวิทย์โพสต์ข้อความต่างๆลงเฟซบุ๊กได้มีผู้เข้ามาสนับสนุนให้มีการตรวจสอบในเรื่องต่างๆ  ทั้งอุโมงค์ยักษ์ของกรุงเทพมหานคร การสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมที่อุตสาหกรรมโรจนะ  พร้อมแสดงความคิดเห็นต่างๆ  จำนวนมาก








‘แพท ณปภา’ ไกล่เกลี่ยพ่อไร้ผล พ้อน้ำตาคลอ "เขาหวังไว้เยอะ"
คุณพระ!! "อั้ม พัชราภา" นับถือกุมารทองจริง ยืนยันโดยสองพี่น้อง "เเจ็ค-จิลล์"
มาดูกัน! ภาพวัยละอ่อนของแก๊งค์ 3 ช่า เมื่อครั้งเป็นหนุ่ม
เป๊ะเว่อร์!! Land Rover ฉุนจัดถูกจีนก๊อปปี้ Evoque หน้าตาเฉย
"บีโธเฟ่นญี่ปุ่นจอมลวงโลก" จ่อถูกฟ้อง หลังยกเลิกคอนเสิร์ต-สารภาพจ้างคนอื่นแต่งเพลง
เบนซ์ ซี 300 ดีเซล ไฮบริด เติมเต็มรถหรูร่วมสมัย
วรศักดิ์ ประยูรศุข : ก้าวข้ามอะไรดี?
หม้อบ้านเชียง 2,500 ปี ความจริงใช้ "ฝังศพ" ไม่เคยใส่อาหารกิน!
กลิ่นพรรคใหม่ เมื่อ′เสี่ยจ้อน-อลงกรณ์′ ถอนตัวลาประชาธิปัตย์ และเงาตะคุ่ม ′มิสเตอร์พี′
จ่อปิดตำนานคุกกองปราบ! หลังทุบห้องขังสุดเฮี้ยนได้แล้ว เผยต้องทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ
เผยคลิป เบื้องหลัง ข้าราชการซ้อมปรบมือ! ต้อนรับบิ๊กตู่ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
มาแล้ว! "อมรา" ลั่น ไม่เห็นด้วยอัยการศึก ชู3นิ้วเป็นสิทธิ ชี้ไม่หมดไปและจะกลับมาอีก(ชมคลิป)
"บิ๊กตู่" ลั่น! ให้หยุดขุดคุ้ยเรื่องขายที่600ล้าน เพราะเป็นของตนมาตั้งแต่เด็ก (ชมคลิป)
เมื่อ ท่านผู้นำ จำชื่อ อี... อะไรสักอย่างไม่ได้ ใครรู้บ้างว่า อี อะไรหว่า ??? (ชมคลิป)
ชะตากรรม พลิกผัน "พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" และพวก จับตา คำแถลงของ สมยศ (ชมคลิป)