ผ่าอาณาจักรกวดวิชา "ครูอุ๊-เอ็นคอนเส็ปท์" ธุรกิจช่วงขาลง เค้กถูกแบ่งซอย -เทคโนโลยีใหม่

วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 08:00:21 น.


big4242.wordpress.com



นายอนุสรณ์ ศิวะกุล



นายแพทย์ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร



ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์


 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโรงเรียนกวดวิชาถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่ทำเงินได้อย่างมหาศาลตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะนักเรียนจำนวนมาก หรือกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อไปเรียนนอกห้องเรียน


โรงเรียนกวดวิชาเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งเมืองใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆ เช่น เชียงใหม่ พิษณุโลก ข่อนแก่น และหาดใหญ่ และแทบไม่ต่างจากสยามสแควร์ ที่มักจะเห็นนักเรียนเดินไปเรียนกวดวิชากันเป็นจำนวนมาก


ขณะที่ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งถูกดัดแปลงให้เป็นพื้นที่สอนหนังสือ หรือเป็นพื้นที่เช่าทำธุรกิจสอนหนังสือ


ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการกลับบอกว่า ธุรกิจอยู่ในช่วงขาลง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาอาจจะอยู่ไม่ได้


นายอนุสรณ์ ศิวะกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท วรรณสรณ์ ธุรกิจ จำกัด และผู้บริหารสถาบันกวดวิชาครูอุ๊ กล่าวในการเสวนา "ผ่าอาณาจักรโรงเรียนกวดวิชา โอกาสธุรกิจหรือช่วยพัฒนาเด็กไทย" ที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจัดขึ้นว่า เปิดธุรกิจโรงเรียนกวดวิชามา 30 ปี จนกระทั่งมีการรวมตัวกันของธุรกิจ และกลายเป็นสมาคมเกิดขึ้น ส่วนที่มาของการรวมตัวนั้น เกิดจากการได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สยามสแควร์ การประมูลไม่มีความแน่นอน รวมถึงการทำสัญญาเช่า จากระยะยาวกลายเป็นระยะสั้น หรือเลิกให้ใช้เช่าเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งที่ต้องการเช่าต่อ


ต่อมาเป็นเรื่องของต้นทุน เนื่องจากย่านจุฬาฯ เป็นทำเลทอง ต้นทุนในการเช่ารวมถึงการปรับปรุงอาคารมีมูลค่าสูง หากเฉลี่ยต่อรายประมาณ 50 ล้านบาท หากโรงเรียนกวดวิชา 10 ราย จึงเท่ากับการมีพื้นที่เป็นของตนเอง จึงกลายเป็นอาคารวรรณสรณ์ขึ้นมา


วรรณสรณ์ เกิดขึ้นโดยการรวมหุ้นกัน ใช้เทคนิคการบริหารจัดการ กู้เงินจากแบงค์ และขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3-4 ปีแรก กว่าจะคุ้มทุนประมาณปีที่ 15 หากดีกว่านั้นอาจเป็นปีที่ 13 เพราะส่วนใหญ่ของการลงทุนเป็นมูลค่าของอาคาร ทั้งนี้ อาคารวรรณสรณ์ มีรายได้จากการเช่าพื้นที่โฆษณา สามารถบริหารจัดการดีกว่าการเช่าศูนย์การค้า


นายอนุสรณ์ ยังกล่าวอีกว่า วรรณสรณ์มีจุดขายคือครูอุ๊ ก็จริง แต่ในต่างจังหวัดก็ยังมีวิชาอื่นๆ อีกจำนวนมาก หรือมีความเข้มแข็งของเขาเอง ฉะนั้น การขยายการลงทุนไปต่างจังหวัด จึงไปในลักษณะรวมตัวกัน

 

ส่วนแนวโน้มของธุรกิจนั้น นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ธุรกิจมีอัตราการเติบโตจริง เพราะการทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชามีการเซ็ตโปรแกรมไว้แล้ว หรือแค่อยากทำธุรกิจก็สามารถทำได้ แต่ปริมาณที่เพิ่มขึ้นไม่อยากให้มองตัวเลขของโรงเรียน ต้องมองยอดของผู้บริโถคหรือด้านการเงิน เพราะแต่ละปีจำนวนนักเรียนลดลงด้วยซ้ำ เพราะเค้กถูกแบ่งเพิ่มเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า จำนวนโรงเรียนกวดวิชาที่เพิ่มขึ้น เสมือนเป็นการเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด


ถ้าพูดถึงกำไรแล้ว แต่ละแห่งเริ่มเอานวัตกรรม มาใช้ เช่น โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ ซึ่งอาจจะมีกำไรไม่มาก ซึ่งต่างกับการเลือกลงทุนในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ การเปิดพื้นที่สำหรับเช่าเพื่อเปิดโรงเรียน เพราะการให้เช่าจะมีรายได้ดีกว่า


ในอนาคตจะมีการแข่งขันสูงมากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมการพัฒนาคุณภาพ ส่วนกรณีที่หลายสำนักวิจัยออกมาระบุว่า มูลค่ามวลรวมของรายได้จะเยอะก็จริงนั้น เป็นเพียงการมองว่าครูไปสอนพิเศษเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน มิติของโรงเรียนกวดวิชาเป็นธุรกิจเพียว ไม่ใช่ธุรกิจเพื่อการศึกษา เป็นการปูพื้นฐานให้กับนักเรียนในเวลาที่จำกัด ไม่ใช่การต่อยอด ยกเว้นคนที่มีพื้นฐานดี


จริงๆ แล้วการกวดวิชา เราเพิ่มการทดสอบเพื่อปรับพื้นฐาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชา ถ้าถามว่าเอาเวลาไปศึกษาเองได้หรือไม่ ก็อาจจะไม่ได้เท่ากับกวดวิชาที่เป็นการสรุปและทำให้เข้าใจ


ข้อจำกัดของทางโรงเรียนต้องย้อนไปที่การคัดเลือกบุคคลากรที่เข้าระบบการศึกษา เพราะคนที่มาเรียนครูไม่อยากเป็นครู คำถามก็คือครูคือคนที่ไปทำอะไรไม่ได้หรือไม่ เนื่องจากภารกิจของโรงเรียนมีเยอะ เรากำลังบอกว่าทิศทางการสอนต้องไปดูใหม่ว่าต้องการอะไร เพราะต่างประเทศเรียนเพื่อเข้าสู่วิชาชีพ เรียนอยู่ในโรงเรียนจบที่โรงเรียน ซึ่งทุกวันนี้สังคมเราต้องการเกียรตินิยม ต้องเข้าโรงเรียนกวดวิชาเพื่อต้องการเข้ามหาวิทยาลัย หรือนโยบายการศึกษาไม่สามารถตอบสองความต้องการการศึกษา ทั้งนี้ มุมมองการศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่ง


ถ้ามองย้อนไปที่ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา ใช่ว่าจะทำกำไรได้จริง เพราะการแข่งขันสูง นอกจากจะสร้างแบรนด์ตัวเองได้ดี ท้ายที่สุดโรงเรียนกวดวิชาชื่อดังอย่างเคมีครูอุ๊ ก็อาจจะหายไปก็ได้

 

นายแพทย์ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร ผู้จัดการทั่วไปโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ อี อคาเดมี กล่าวว่า การกวดวิชาต่างจากอดีตที่เป็นการติวแบบกลุ่มย่อย เด็กเรียนไม่ทันเลยต้องมาเรียนเพิ่ม แต่ปัจจุบันขยายวงกว้าง เพราะเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท หรือเติบโตตามเทคโนโลยี เช่น การถ่ายทอดผ่านดาวเทียม แต่บ้านเรายังไม่เยอะเท่ากับประเทศญี่ปุ่น
 
ในอนาคตก็คือควรเป็นแบบ mass personalisation เพื่อเป็นเสริมทักษะทุกด้าน หรือมีเป้าหมายว่าเรียนแล้วอยากเป็นอะไร อีกทั้ง มีการแนะแนวการศึกษา เนื่องจากโรงเรียนกวดวิชาเป็นตลาดที่ใหญ่ ต่างจังหวัดเริ่มขยาย ฉะนั้น การจะก้าวให้พ้นกรอบของโรงเรียนกวดวิชา สิ่งหนึ่งคือ ต้องทำอย่าไรให้เกิด mass personalisation ให้ได้

กลยุทธ์ที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ใช้คือระบบสื่อ มีการสอนแบบผสมผสาน อีกส่วนหนึ่งคือใช้แพลทฟอร์มคอมพิวเตอร์ เพราะนักเรียนเพิ่มเป็น 60-70 เปอร์เซ็นต์ ต่อมาคือการก้าวเข้าสู่ระบบโทรศัพท์มือถือ สร้างดิกชั่นนารี่หรือสืบค้นข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น มากกว่านั้นคือ มีห้องเพิ่มเพิ่มทักษะ แบ่งเป็นกรีนโซน หรือโซนต่างๆ เพื่อผ่อนคลาย เรียนแล้วพักเพื่อให้หัวสมองปรับหรือเพิ่มความจำ การนำโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทมากขึ้น รวมถึงกิจกรรมต่างๆ

 

เป้าหมายของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ ในระยะสั้น จะโฟกัสตลาดในประเทศ เป็นที่หนึ่งของประเทศ ปรับการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ระยะยาวคือ การสอนเด็กต่างชาติให้เก่งภาษาอังกฤษ รวมถึงการปรับนวัตกรรมในการเรียนการสอน เช่น ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ การเรียนที่บ้าน การประเมินผล การถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม


ปัญหาก็คือว่า ปัจจุบันโลกไปไกล แต่การศึกษาไทยยังอยู่ที่เดิม คำถามที่ว่าเรียนกวดวิชาแล้วได้อะไร น่าจะมาจากการศึกษาไม่เปลี่ยนตามกระแสโลก ก็เลยเป็นปัญหา โรงเรียนกวดวิชาน่าจะเป็นการเรียนทางเลือก เพราะการศึกษาสำคัญ เรียนได้หลากหลาย

 

ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไอ เอดดูเคชั่นโซน กล่าวว่า ตนหากินกับความอ่อนด้วยมากว่า 10 ปี จนร่ำรวย แต่เมื่อหันกลับมามองบ้านเราที่สอนมาดี ได้เรียนหนังสือมาอย่างต่อเนื่อง เลยทำให้คิดว่าการหากินกับความอ่อนด้อยจึงไม่สมเหตุสมผล จึงคิดว่าจะตอบแทนสังคมได้อย่างไร ซึ่งการทำเว็บไซต์ eduzone ไม่ใช่การทำธุรกิจ เริ่มคิดว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่ใช่ อ่านหนังสือดีกว่า ขณะเดียวกันการกวดวิชายังเป็นการแบ่งชนชั้น เพื่อแข่งขันเข้าโรงเรียนดีดี มหาวิทยาลัยดีดี


นอกจากนี้ ดร.วิริยะ ยังมองว่า โรงเรียนกวดวิชาดี แต่การจัดการศึกษาบ้านเราไม่ดี คัดคนไม่เก่งออก หรือคัดค้นแพ้ การศึกษาบ้านเราวัดการสอบโอเน็ตให้ผ่านเท่านั้นหรือ หรือวัดว่าสอบเข้าจุฬาฯ ได้กี่คน ซึ่งไม่ใช่ โรงเรียนแทนที่จะสอนนักเรียนให้เป็นคนดี กลับแข่งกับการกวดวิชาของครูอุ๊


ครูลืมหัวใจของการเป็นครู ครูคือผู้สร้างคน สร้างความเป็นคนดี บ้านเรามีนโยบายให้ทำแต่ไม่ทำ ขณะที่โรงเรียนกวดวิชาที่เจ้งมีเยอะแยะ แต่ไม่มีคนพูดถึง ประเด็นต่อมาก็คือ โรงเรียนกวดวิชาจะตายหากคนเข้าใจ ซึ่งการเรียนโรงเรียนกวดวิชาจะไม่ได้ทักษะชีวิต


คนที่เรียนกวดวิชาของตนได้การประหยัดเวลา และไม่ต้องกลัวว่าไม่มีที่เรียน เพราะมหาวิทยาลัยรับเยอะอยู่แล้ว เด็กที่เรียนโรงเรียนกวดวิชาของตนไปเรียนกับอุ๊เยอะแยะ สิ่งที่ได้ต่อมาคือโอกาส เช่น ทุนไปเรียนต่างประเทศ ทุนที่คนไทยไม่ได้สอบนอกเหนือจากมหาวิทยาลัยต่างๆ

 

การแก้ปัญหาการศึกษาไม่ใช่การปราบโรงเรียนกวดวิชา การที่บอกว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่ได้สอนคุณธรรม ถูกต้อง เพราะคุณธรรมโรงเรียนต้องเป็นคนสอน เราแค่สอนเด็กให้เก่งในวิชานั้นๆ
 

"ฟังธงได้เลยว่าโรงเรียนกวดวิชากำลังเข้าสู่ขาลง ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะมีการเปิดติวฟรีทั่วโลก จนกลายเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้โรงเรียนกวดวิชาอยู่ไม่ได้ ต่อมาก็คือ สังคม เพราะคนที่เข้ามหาวิทยาลัยมีจำนวนมาก สังคมก็เริ่มรับรู้ว่าจบมาแล้วตกงาน จะสอบเข้าทำไม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยดังๆ" ดร.วิริยะ กล่าว 


ขณะที่ มหาวิทยาลัยที่บอกว่าเข้ายาก ตอนนี้เริ่มโฆษณาหานักศึกษาแล้ว ฉะนั้น ถ้าไม่รักเคมีจริงไม่ต้องไปติวที่ครูอุ๊ ยิ่งการเปิดประชาคมอาเซียน (AEC) ก็มีโอกาสมากขึ้น ไม่ต้องแย่งกัน


อย่างไรก็ตาม โรงเรียนต้องตอบสนอง เรียนเพื่อนำมาปรับใช้ หรือต้องปรับการเรียน ขณะเดียวกันโรงเรียนกวดวิชาก็ต้องปรับตัว เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ


 








สูตรอำนาจ "บิ๊กตู่" วางทายาท ผบ.ทบ. ยึด ครม. และ สนช. เขย่าโผทหารใหม่ ตท.14 - ตท.15 ชิงชัยทบ. ทร.
ปฏิวัติความคิด : ป.ป.ช. ฟ้องคุณยิ่งลักษณ์ โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์
เว็บไซต์ มธ. "ผลัดกันเขียน เวียนกันอ่าน วานกันชม แล้วก็นิยมกันเอง" ยินดีสมคิด-นรนิติ นั่ง สนช.
"กริชสุดา" นักกิจกรรมที่เคยถูกคุมตัว เดินทางไปพำนักในทวีปยุโรป เตรียมขอสถานะผู้ลี้ภัย
"ผู้จัดการสุดสัปดาห์" ขึ้น "ปกดำ"...หลังมีคำเตือนจาก "คสช."
ชมภาพ "สุดยอดบ้านต้นไม้" ในต่างแดน...และประเทศไทย?
มาฟังเมียหลวงมือสังหาร "ธัญญ่า" พูดถึงข่าว "พิ้งกี้" แต่งงาน
"วุ้นเส้น-เจน" ไม่เเคร์ เมินคนมองเป็น "เเก๊งนางเฟค"
“มาร์ค” หวังและห่วง อะไรจาก สนช. 2557 (ชมคลิปข่าว)
คิดว่า "เจนี่" begin again ได้คนเดียวเหรอคะ "เอ๋" เริ่มชีวิตใหม่ (อีกครั้ง) แล้ววันนี้!
"กฤตยา ล่ำซำ" อดีตผู้บริหารเมืองไทยประกันภัย ถูกยิงเสียชีวิตคาคอนโดฯ ข้างๆ พบศพสามีสวิส มือกำปืนแน่น
คสช.สั่งศธ.แก้ปัญหาเด็กเรียนกวดวิชา
ด่วน ลูกจ้างรถไฟสารภาพแล้ว ลงมือทำร้าย-โยนร่าง "น้องแก้ม" ทิ้งจากโบกี้รถไฟ !
อดีตแอร์โฮสเตสสุดทน! นำประชาชาชนนับหมื่น ลงชื่อหนุนคสช.จัดการคอรัปชั่นที่กรมศุลกากร
ย้อนเฟซบุ๊ก "ไอ้เกม" มือฆ่าน้องแก้ม เครียดแฟนมีชู้ เจ้าตัวโพสต์ชัดเป็น′พนง.การรถไฟฯ′ คนแห่รุมประณาม