ปัญหารถติดวินาศ กับข้อมูล" คนกรุงเทพ 9 คน จะมีรถยนต์ใช้อยู่ถึง 7 คน"???

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 10:30:39 น.




มติชน 28 ก.ย. 2555 เดิมพันสูง คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย สัญญา รัตนสร้อย



ผู้เขียนออกจะทำใจไปแล้วกับสภาพการจราจรของกรุงเทพฯ ซึ่งก็คงไม่ต่างกับหลายคนที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในเมืองหลวง เป็นที่นอน ที่ทำงานทำมาหากิน ส่งลูกไปโรงเรียน กิจกรรมอื่นอีกจิปาถะ

เบื่อหน่ายกับปัญหารถติดวินาศ

และกลายเป็นมหาวิกฤตเมื่อเกิดฝนตก

เรื่องรถติดที่ว่าต้อง "ทำใจ" เพราะเหมือนจะเป็นปัญหาโลกแตกที่หน่วยงานด้านการจราจรพยายามแก้ไขกันมาตลอด ด้วยการฝากความหวังไว้กับระบบขนมวลชนอย่างระบบรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ และใช้วงเงินลงทุนสูง

แต่จากประสบการณ์ทำให้พบว่า สำหรับบ้านเราอะไรที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และใช้เงินมาก ระยะเวลาการเกิดมักยาวนานตามไปด้วย

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาการจรจาจรของเมืองหลวง จนแล้วจนรอดก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ นับวันจะหนักข้อยิ่งขึ้น

จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อไปพลิกดูข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์สะสมในเขตกรุงเทพมหานคร จะพบว่ามีทั้งสิ้นถึง 7 ล้านคัน ในจำนวนนี้ได้บวกเอารถมอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่ประมาณ 3 ล้านคัน เข้าไปเรียบร้อย

และถ้าเอารถแต่ละคันมาวางเรียงบนถนนใน กทม.ที่มีความยาวรวมกันประมาณ 8 พันกิโลเมตร จะสามารถรองรับปริมาณรถได้เพียง 1.6 ล้านคัน เท่านั้น ต่างกันถึง 4 เท่ากว่า

และเมื่อเทียบกับสำมะโนประชากร ซึ่งผู้เขียนมีตัวเลขล่าสุดเมื่อปี 2553 ระบุว่ามีประชากรใน กทม.อยู่ประมาณ 8 ล้านคนเศษ ผ่านมา 2 ปี ปัดเพิ่มให้เป็น 9 ล้านคน

เฉลี่ยคนกรุงเทพฯ 9 คน จะมีรถยนต์ใช้อยู่ถึง 7 คน

คนเมืองกรุงขยันกันซื้อรถ แต่ถนนยังเท่าเดิม

ปัญหาคือว่า ตัวเลขพลเมืองรถยนต์คงไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เพราะอย่างน้อยโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ก็จะเป็นตัวเร่งเพิ่มปริมาณรถเทลงไปบนถนนยิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่ความหวังกับการขนส่งมวลชนระบบรางยังอีกยาวไกล

"การบริหารจัดการ" จึงน่าจะเป็นทางออกที่ใกล้ตัวที่สุด ซึ่งงานนี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ส่งไม้ให้คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เป็นแม่งาน

ความรู้ระดับมหาบัณฑิตด้านวิศวกรรมจากสถาบันชื่อดัง "เอ็มไอที" บวกกับประสบการณ์เป็นบอร์ดหลายชุดเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชน คงไม่ใช่ข้อกังขาในตัวรัฐมนตรีชัชชาติ

แต่การบริหารจัดการที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานด้านจราจรซึ่งบ้านเรามีอยู่นับไม่ถ้วน นับเป็นสิ่งท้าทายยิ่งกว่า

ถึงแม้ผู้เขียนออกจะผิดหวังเล็กๆ กับข้อเสนอชุดแรกของคุณชัชชาติ ที่ว่าจะใช้มาตรการเหลื่อมเวลาเข้าออกงานของหน่วยงานราชการ โดยคาดหวังว่าจะช่วยแบ่งเบาปัญหาการจราจร และการให้หน่วยงานราชการใน กทม.และปริมณฑลติดตามรายงานพยากรณ์อากาศ หากพบว่าวันและเวลาใดจะมีฝนตก ก็ให้หัวหน้าหน่วยราชการนั้น อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถเลิกงานก่อนเวลาได้

มองไม่ออกจะช่วยคลี่คลายปัญหาจราจรที่เป็นภาพใหญ่โตมหึมาได้อย่างไร แต่ก็อดจะเอาใจช่วยไม่ได้ว่า นี่คงเป็นยกแรกของคุณชัชชาติ และน่ามีทีเด็ดอะไรตามออกมาอีก

เพราะงานจะถือเป็นการเปิดและพิสูจน์ตัวเองกับคนกรุงเทพฯ ว่าดีพอกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งจะมีขึ้นประมาณกลางเดือนมีนาคมปีหน้า หรือเปล่า




SELECT Error : Got error 'repetition-operator operand invalid' from regexp