จาก "ยงยุทธ" สู่เจตนารมณ์ของ "ยายเนื่อม" ตอนจบ "อัลไพน์" กับทางออก??? เรื่องบังเอิญที่ไม่บังเอิญ...

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 22:14:55 น.




(ที่มา:มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 28ก.ย.-4ต.ค.2555)

 

 

 

ผ่านมา 40 ปี กรณีที่ดิน อัลไพน์ เพียงเพราะหญิงชราที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา และต้องการยกที่ดินให้วัดธรรมิการามวรวิหาร อย่าง "นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา"

แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อวัดธรรมิการาม ตั้งอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ที่ดินเกือบ 1,000 ไร่ที่ได้รับ กลับอยู่ที่ปทุมธานี

โดยที่ที่ดินทั้งหมดอยู่ในการดูแลของผู้จัดการมรดก คือ นายหงษ์ สุวรรณหิรัญ และ นพ.วิรัช มรรคดวงแก้ว ตั้งแต่ ยายเนื่อม เสียชีวิตลง

ก่อนที่จะมีการโอนมรดก ที่สำนักงานจังหวัดปทุมธานี สาขาธัญบุรี ทางวัด กลับแจ้งความประสงค์ที่จะไม่รับโอนที่ดินผืนดังกล่าว ต้องการจำหน่ายที่ดินทั้ง 2 แปลง เพื่อนำมาเป็นเงินบำรุงวัด และจัดตั้งมูลนิธิเก็บดอกผล เป็นค่าใช้จ่ายของวัด ตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งในระหว่างนั้น ถือเป็นเรื่องบังเอิญ ที่ "ป๋าเหนาะ" เสนาะ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

และยิ่งบังเอิญที่ "ป๋าเหนาะ" ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจหน้าที่ กำกับดูแลกรมที่ดิน



เมื่อวัดแสดงเจตจำนง ก็เข้าสู่การพิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 ที่บัญญัติว่า "การได้มาซึ่งที่ดินของวัดวาอาราม ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีและให้ได้มาไม่เกินห้าสิบไร่" และหากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีต้องจัดการจำหน่ายไปภายในห้าปี ถ้าไม่จำหน่ายภายในเวลาที่กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้น ตามนัยมาตรา 85 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

และในคราวนั้นเอง ที่ "ป๋าเหนาะ" ลงนามในคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าวตามที่วัดร้องขอ

ที่ดินผืนดังกล่าวจึงได้ถูกขายทอดตลาด

ต่อมาในปี 2533 มีการโอนขายที่ดินให้กับบริษัท อัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์กอล์ฟแอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด ในราคา 142 ล้านบาท และเป็นเรื่องบังเอิญที่มีชื่อ อุไรวรรณ เทียนทอง และ วิทยา เทียนทอง ซึ่งเป็นภรรยาและน้องชาย "ป๋าเหนาะ" ถือหุ้น

และบังเอิญ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์ จาก "ป๋าเหนาะ" ในราคา 500 ล้านบาท ในปี 2541



ต่อมามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ป๋าเหนาะ" จนมีการส่งเรื่องให้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว และอธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้น มีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน ทั้ง 2 แปลง จากนั้นมีผู้ยื่นเรื่องขออุทธรณ์คำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย

และเป็นเรื่องบังเอิญอีกครั้ง เมื่อขณะนั้น "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย รับอุทธรณ์คำสั่ง และให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ดินดังกล่าวจึงกลับเป็นของเอกชนอีกครั้งหนึ่ง ในปี 2545

ซึ่งยังเป็นเรื่องบังเอิญอย่างต่อเนื่อง เมื่อ "ยงยุทธ" ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแห่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ในปี 2554

แต่เป็นที่น่าบังเอิญยิ่งกว่า เมื่ออยู่ๆ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง "ยงยุทธ" โดยที่เรื่องราวของ "ยงยุทธ" ผ่านมา 10 ปีเต็ม

ซึ่งในระหว่างเดียวกัน กลับมี 1 ในคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่าง "กล้านรงค์ จันทิก" ออกมาการันตีเก้าอี้รัฐของยงยุทธ ว่าไม่มีปัญหาเพราะไม่ใช่ฐานความผิดต่อตำแหน่งรัฐมนตรี

แต่ ป.ป.ช. อีกคนอย่าง "วิชา มหาคุณ" กลับมาทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทยที่ส่งเรื่องไปแล้ว แต่ยังเงียบและยังมีการสำทับด้วยว่าไม่ว่าจะอย่างไร "ยงยุทธ" ต้องหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 102(6) ระบุคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. และรัฐมนตรีไว้ว่า ต้องไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

ในท้ายที่สุด อนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย มีมติลงโทษวินัยร้ายแรง โดยการไล่ออก "ยงยุทธ" ซึ่งมีผลย้อนหลังถึงวันที่ 30 กันยายน 2545 แต่ในมติของ อ.ก.พ. เอง ไม่เห็นด้วยกับมติ ป.ป.ช. เสียงข้างมาก และเห็นว่า "ยงยุทธ" ไม่มีความผิด แต่ อ.ก.พ. จำเป็นต้องทำตามกฎหมาย ที่ต้องลงโทษตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูล

จึงมีการงัดพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ซึ่งตามมาตรา 5 ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัย ซึ่งได้กระทำก่อน หรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้รับโทษ หรือรับทัณฑ์ ทั้งหมด หรือบางส่วนไปก่อน ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษ หรือลงทัณฑ์ทางวินัย กรณีนั้นๆ ออกมาต่อกร



เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อฝ่ายค้าน รวมถึงฝั่งอำนาจเก่า และคนในพรรคเพื่อไทย ที่หวังผลจากการตกเก้าอี้ ของ "ยงยุทธ" หยิบยกเรื่อง พ.ร.บ.ล้างมลทินมาโจมตี ว่า "ยงยุทธ" ไม่เข้าข่าย เพราะยังไม่ได้รับโทษตามความผิดที่ก่อ

จนร้อนไปถึงกระทรวงมหาดไทย ที่หอบหลักฐานกองโต มาชี้แจงว่า เรื่องนี้ ทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ยืนยันว่า การล้างมลทิน สำเร็จแล้ว และ "ยงยุทธ" สามารถทำหน้าที่ได้โดยไม่มีเงื่อนไข และไม่มีความผิดแต่อย่างใด เพราะ พ.ร.บ.ล้างมลทิน สำเร็จแล้ว

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้าที่ไม่มีข่าวเกี่ยวกับ มติ อ.ก.พ.มท. ทำไมจึงไม่เคยมีการชี้แจง เรื่องความเห็นของกฤษฎีกา หรือ ก.พ. จนเมื่อข่าวเล็ดลอดออกมา กลับมีเอกสารยืนยันออกมาเพียบ ทั้งๆ ที่เรื่องทั้งหมด เป็นคุณกับ "ยงยุทธ" หรือเป็นนัยว่า รู้ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เพื่อไม่เป็นการกระโตกกระตาก รอแค่ว่าใครจะออกมาฮุบเหยื่อ

เมื่อไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ไม่รู้ว่าจะถูกหยิบยกมาโจมตี เพราะมีการเตรียมหลักฐานไว้พร้อมทั้งหมด

รวมถึงเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ "ยงยุทธ" จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) ในวันที่ 25 กันยายนนี้

เป็นจังหวะที่หลายฝ่ายจับตามอง ว่าหาก "ยงยุทธ" ทำอย่างที่พูดจริง งานนี้ฝ่ายค้านเล่นงานเรื่องนี้แน่



แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา "ยงยุทธ" กลับลาประชุม ครม. และยับยั้งโผผู้ว่าฯ พร้อมทั้งมอบหมายให้ "เฉลิม อยู่บำรุง" นั่งหัวโต๊ะแทน โดยอ้างว่านายกฯ สั่งให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัยที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างเร่งด่วน

หากพิจารณาเรื่องนี้ จะเห็นความบังเอิญ ที่ไม่บังเอิญ

และที่น่าแปลก เพราะถ้า "ยงยุทธ" ไม่มั่นใจจริงๆ คงไม่สั่ง "พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" โฆษกพรรคเพื่อไทย ไปยื่นหนังสื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) ตรวจสอบคุณสมบัติตัวเอง ก่อนที่ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องเสียอีก

แม้การกระทำทุกขั้นตอนมีกฎหมายรองรับอย่างแน่นหนา ซึ่งเป็นไปได้ว่า "ยงยุทธ" อาจหลุดพ้นข้อครหา

เพราะล่าสุดมีการงัด ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 128 ตอนพิเศษ 23 ง ข้อ 15 ที่ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ซึ่งถูกต้องโทษปลดออก หรือไล่ออก ได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเน็จ บำนาญ ข้าราชการพลเรือนไปก่อนแล้ว ให้สั่งปลดออก หรือไล่ออก ย้อนหลัง ไปถึงสิ้นปีงบประมาณ ที่ผู้นั้นอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือหลังวันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ ตามกฎ ก.พ. ประกาศ ณ วันที่ 26 มกราคม 2554 ลงนามโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั้นเท่ากับว่า โทษวินัยของยงยุทธ พ้นไปก่อนแล้ว และไม่ต้องใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ด้วยซ้ำ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่เจตนารมณ์ของยายเนื่อม ต้องการจะยกที่ดินให้กับการใช้ประโยชน์ของศาสนา หรือยกที่ดินให้สนามกอล์ฟ อัลไพน์...








ทูลเกล้าฯ แล้ว ทั้งครม. - โผทหาร "อุดมเดช" ผบ.ทบ. "ฉัตรชัย" รอง "ไพบูลย์" รองปลัดกห.
บทสนทนาระหว่าง "ผู้สื่อข่าว-รองอธิการฯ" หลังลงพื้นที่สำรวจความเปลี่ยนแปลงของมธ. รังสิต
บิ๊กตู่ พูดถึงเวทีปฎิรูปพลังงาน ขอบคุณพุทธะอิสระ ขอร้องอย่าโห่ฮาป่า ไทยเจริญแล้ว
"คนพลังงาน" แจงข้อเท็จจริงเสวนาเวทีพุทธอิสระ
เสนอชื่อสปช. คนดังอื้อ พะจุณณ์-หมอพรทิพย์-พ่อตั๊น-รสนา-หม่อมกร-เนาวรัตน์-เจิมศักดิ์-หมอตุลย์
พท.ยินดีน้ำมัน ลดราคา แต่หวั่นผลกระทบ ขอคำนึงถึงทุกด้าน
ฟัง ชัชชาติ พูดเรื่อง ปัญหารถไฟไทย พูดอีกก็ถูกอีก (ชมคลิป)
ประยุทธ์ ขออภัย อปท. อย่าโกรธกัน ไม่ได้มุ่งทำลายชื่อเสียงท้องถิ่น
เรือน้ำมันไทยถูกโจรสลัดปล้นนอกชายฝั่งมาเลเซีย
มหาเถรสมาคม ประชุมปม "พระพรหมสุธี" พระชั้นผู้ใหญ่ชี้ ไม่มีอะไร
Audi Q3 รถน่าใช้ ราคาน่าซื้อ โดยเช็คราคา.คอม
สงสารฮานาโกะ
ลางบอกเหตุ เมื่อเบรกมีปัญหา โดยเช็คราคา.คอม
บ้าน SCG HEIM ดียังไง? โดยเช็คราคา.คอม
เริ่มต้นลงทุนกับ REIT อย่างไรดี