"หลอม"เยอรมัน-สร้าง"เบอร์ลิน" เมืองหลวงแห่งอนาคต

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 08:49:41 น.




มติชน 13 ตุลาคม 2555 คอลัมน์ บันทึกเดินทาง โดย ทวีศักดิ์ บุตรตัน




"ทุกๆ ห้าปี ถ้าคุณมาเบอร์ลินจะเห็นความเปลี่ยนแปลง"

"ลิซา" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของ "อินโปลิส" (Inpolis) ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันให้เป็นผู้จัดคณะสื่อมวลชน นักออกแบบผังเมืองและสถาปนิกจาก 10 ประเทศทั่วโลกไปดูการฟื้นฟูบูรณะกรุงเบอร์ลิน อธิบายให้ฟังระหว่างพาชมเมืองหลวงแห่งเยอรมนี

อาคารรูปทรงใหม่ๆ ดีไซน์แปลกตา พื้นที่โล่งปูด้วยหญ้าเขียวขจี สวนสาธารณะและสวนหย่อม รวมถึงอนุสาวรีย์ รูปหล่อประติมากรรมศิลปะร่วมสมัยมีให้เห็นแทบทุกจุด

ทางเท้ากว้างเดินได้เต็มพื้นที่ ทางจักรยานบางเส้นมีสองเลนเปิดให้ขี่สวนกัน

ไบค์เลนเชื่อมทั้งเมือง ขี่ไปยังอาคารสำนักงาน สถานีรถไฟ

สถานีรถไฟของเบอร์ลินซึ่งมีทั้งรถความเร็วสูง รถไฟธรรมดาและรถไฟใต้ดินอยู่ในอาคารเดียวกันส่วนด้านนอกมีสถานีรถรางเชื่อมต่อสำหรับออกไปชานเมือง

มองลงไปในแม่น้ำสปรีและลำคลองสาขาที่ไหลผ่าน น้ำใสสะอาด ไร้ขยะกลิ่นเหม็น เรือท่องเที่ยวแล่นสวนไปมา

ดอกเตอร์อาเรส คาลันดิเดส แห่ง "อินโปลิส" ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมืองและการพัฒนากรุงเบอร์ลินอธิบายเป้าหมายของการฟื้นฟูบูรณะเมืองหลวงว่า สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดหลังการรวมประเทศเยอรมนีให้เป็นหนึ่งเดียวเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2533 ก็คือทำอย่างไรจึงจะเยียวยาและลบร่องรอยบาดแผลของเบอร์ลินในยุคสงครามเย็น และทำอย่างไรจึงจะสร้างเมืองให้มีความยั่งยืน มีสิ่งแวดล้อมที่สวยงามสอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติ

การพังทลายกำแพงเบอร์ลิน ด้วยพลังปฏิวัติอย่างสันติของชาวเยอรมันตะวันออก เมื่อ 23 ปีก่อน นำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียว "เยอรมนี" ในทุกวันนี้จึงมองได้ในหลายมุมหลายมิติ

มิติประวัติศาสตร์ ได้เห็นร่องรอยของความบอบช้ำในสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเยอรมันพ่ายแพ้ฝ่ายพันธมิตรที่มีสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เป็นโต้โผใหญ่

เยอรมันถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ

เยอรมันตะวันตกที่ปกครองด้วยแนวเสรีนิยม และเยอรมันตะวันออกเป็นโลกของคอมมิวนิสต์ซึ่งรัสเซียเป็นเงาทะมึนอยู่ข้างหลัง

เช่นเดียวกับเบอร์ลิน แยกเป็น 2 เมืองมีกำแพงและแม่น้ำสปรีกั้นกลาง

ร่องรอยอดีตเหล่านี้ ยังมีอยู่ แต่ถูกปรับเปลี่ยน ตกแต่งและก่อสร้าง แปลงโฉมให้เป็น "เบอร์ลิน" ใหม่รองรับกับโลกอนาคต

"มีหลายๆ อย่างที่เราพยายามปลุกฟื้นให้คืนกลับเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเช่นการบูรณะพระราชวังเบอร์ลิน พิพิธภัณฑ์ หอสมุด และอีกหลายจุดต้องสร้างพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์รวมของชาวเบอร์ลิน เราต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นสุข"

"อาเรส" อธิบายผังเมืองก่อนและหลังกำแพงเบอร์ลินที่ขวางกั้นอิสรภาพจะโค่นพังลงมา

ผังเมืองระหว่างเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

อาคารบ้านเรือนในฝั่งตะวันออกนั้น มีไม่แน่นหนา พื้นที่ยังโล่งกว้าง ต่างกับฝั่งตะวันตกซึ่งมีอาคารสร้างติดชิดกัน

ช่วงตลอด 23 ปี ชาวเบอร์ลินร่วมกันวางผังเมือง กำหนดพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ใช้สอยประโยชน์ทางเศรษฐกิจและชุมชน โดยผ่านกระบวนการ "ประชาพิจารณ์และกระบวนการของสภาท้องถิ่นเบอร์ลิน

"ทุกอย่างที่เห็นกันในเบอร์ลินวันนี้เราได้ข้อสรุปร่วมกัน" อาเรสชี้ให้เห็นผังเมืองใหม่

อาคารสูงๆ หลายๆ ชั้นกำหนดให้มีเฉพาะบางโซน ส่วนใหญ่เป็นโซนฝั่งตะวันออก ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ทรุดโทรมจากผลพวงของสงคราม ที่ฝ่ายพันธมิตรทิ้งระเบิดถล่มและรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ไม่มีเงินบูรณะ ปล่อยทิ้งร้างอย่างเช่นเขตพอตส์ดัมเมอร์พลาตซ์ (Potsdamer Platz)

อาคารในฝั่งเบอร์ลินตะวันตกที่สร้างใหม่ ส่วนใหญ่สูงไม่เกิน 5-6 ชั้น

การก่อสร้างอาคารสูงในเขต "พอตส์ดัมเมอร์พลาตซ์" ซึ่งกำหนดให้พื้นที่ธุรกิจและช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ต้องผ่านกระบวนการพิจารณ์อย่างหนัก

การออกแบบก่อสร้างต้องได้รับการพิจารณาว่าสอดคล้องกับหลักการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมทั้งผลกระทบด้านสุขภาพร่างกายของชาวเบอร์ลินหรือไม่

"พอตส์ดัมเมอร์พลาตซ์" มีหมู่อาคาร 19 หลัง ผ่านการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง "เรนโซ เปียโน" และได้รับการประชาพิจารณ์จากชาวเบอร์ลิน ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติของสภาเบอร์ลิน

แค่จุดเริ่มต้นการก่อสร้าง ผู้ก่อสร้างต้องคำนึงถึงวัสดุอุปกรณ์ว่ามีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร

วัสดุแทบทุกชิ้นผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม เช่นใช้เซรามิก ไม้ปลอดสารพิษ พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียมรีไซเคิล

การขนส่งถ่ายวัสดุของหมู่อาคารนี้ ใช้ระบบ "ราง" โดยขบวนรถไฟขนส่งวัสดุมายังพื้นที่ก่อสร้าง เป็นข้อกำหนดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการจราจร ป้องกันมลพิษทางเสียง ควันและฝุ่น

ทุกอาคารรวมทั้งตึกของบริษัทเดมเลอร์ ไครส์เลอร์ ใช้ระบบถ่ายเทความร้อนและความเย็น ด้วยเครื่องผลิตพลังงานความร้อนร่วมช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะใช้กระจกและม่านเป็นตัวปรับแสงอาทิตย์ช่วยลดอุณหภูมิในหน้าร้อน กันเสียงและเพิ่มความอบอุ่นในหน้าหนาว

นอกจากนี้ยังมีระบบเก็บกักน้ำฝนมากรองเป็นน้ำดื่มและนำน้ำที่ใช้แล้วมาหมุนเวียนเป็นระบบหล่อเย็นอากาศตลอดทั่วอาคาร ปลูกหญ้า และเลี้ยงตะไคร่เพื่อกรองของเสีย ตามกระบวนการธรรมชาติ

พื้นที่ใช้เก็บน้ำทั้ง 19 ตึกรวมแล้ว 5 หมื่นตารางเมตร

วิธีออกแบบก่อสร้างและการใช้วัสดุทำให้หมู่อาคารในพอตส์ดัมเมอร์พลาตซ์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับอาคารที่ก่อสร้างโดยวิธีการเก่าๆ อีกทั้งยังประหยัดการใช้น้ำได้ถึง 20 ล้านลิตรต่อปี

"เบอร์ลิน" กำลังเดินไปสู่ "เมืองหลวงแห่งความยั่งยืน"

คำถามทิ้งท้าย "แล้วกรุงเทพฯของประเทศไทยจะไปทางไหนล่ะ?"








เหยียบไทยแล้ว "เจนี่" รีบชิ่ง บอกสื่อเพียงสั้นๆ จิตใจดีขึ้นแล้ว!
ยลโฉม!นางฟ้าวงการกีฬาคนล่าสุด แบดมินตันสาวออสซี่′กรอนยา ซอเมอร์วิลล์′
สมาคมเเม่บ้าน สับเละ! "หนูเเหม่ม สุริวิภา" หมิ่นเเม่บ้านเป็นหญิงไร้ค่า!!
นศ.รวมตัว ร้อง!คสช.เอาผิดรับน้องโหด เสนอรุ่นพี่กำหนดรูปแบบรับน้องให้ผู้ปกครองทราบ
เมาธ์ลั่นตึกแกรมมี่ "อ๊อฟ ปองศักดิ์" ทะเลาะถึงขั้นหมางใจ "ดีเจพี่ฉอด"
จุดเหมือน จุดต่าง สุรยุทธ์ กับ ′ประยุทธ์′ 2 รัฐบาล ′ทหาร′
งานซึ้งต้องมา!"หญิงลี" ซื้อรถยนต์ตอบแทนครูเพลง ที่แต่งเพลง "ขอใจเธอแลกเบอร์โทร" ให้จนดัง
ไม่เป็นรองใคร "เเคท-เเคทรียา" โชว์หุ่นเซ็กซี่กระชากใจเบาๆ
ช็อค!มีคนลงไปเดินบนรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ไปสุวรรณภูมิ
โลกยกนิ้วให้! เปิดโฉมหนุ่มพิสดาร"หัวอยู่ด้านหลัง" ผู้กลายเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ (ชมคลิป)