ธเนศ วงศ์ยานนาวา : 50 ปี เจมส์ บอนด์ ไขรหัสลับ 007

วันที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 14:50:00 น.
















“เมื่อศรัทธาในอะไรบางอย่าง ค่าตัวคุณก็ราคาถูกลง”

สัมภาษณ์ โดย ฟ้ารุ่ง ศรีขาว

ภาพ : กวีวัฒน์ ทองกล่ำเดชา

ลำดับภาพ :นัฐพงษ์ โห้เฉื่อย

ในโอกาส ครบรอบ 50 ปี “เจมส์ บอนด์” ภาพยนต์แอ๊คชั่น ที่หมุนตามการเมืองโลกมาครึ่งศตวรรษ “มติชนออนไลน์” สัมภาษณ์ “ธเนศ วงศ์ยานนาวา” อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์และนักวิจารณ์ภาพยนต์ ผู้ชมภาพยนต์สายลับ รหัสลับ 007 มาตลอด 50 ปี 

 

@ เบอร์โทรศัพท์อาจารย์ ลงท้ายด้วย 007 แปลว่า ชอบมาก หรือเปล่า


ในแง่หนึ่งก็ใช่ เพราะในชีวิตผมเป็นคนชอบดูหนัง แล้วผมไม่สามารถ associate หนังอะไรได้ ที่มันดำเนินคู่กับชีวิตผมมา นานเท่ากับ เจมส์บอนด์ คือไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเจมส์ บอนด์ เพราะถ้าผมคิดว่าตัวเองเป็นเจมส์บอนด์ ผมว่าตัวเองแม่งคงเริ่มเพี้ยนแล้ว ถ้าเป็นภาพยนต์ ที่ดูมาตั้งแต่เด็กจนแก่ จนอายุ 50 กว่าแล้ว ความต่อเนื่องของสิ่งนี้ ไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะผูกพันกับชีวิต เดินคู่มากับชีวิตผม นานเท่ากับหนังเรื่องนี้


ฉะนั้น ไม่ว่ามันจะยังไงก็ดู บางภาค อย่าง For Your Eyes Only ผมรู้สึก หนังแม่งห่วยชิบหาย แต่ก็ดูคือหนังหลายๆ เรื่องดูเพราะต้องรู้ว่ามันคืออะไร เหมือนดู ให้รู้ว่า นี่กังนัมสไตลล์

 


@หลายคนคิดว่าอาจารย์ดูแต่หนังที่มีเนื้อหาเข้าถึงยาก

 

ผมดูทุกอย่าง ไม่มีหนังที่เข้าถึงยาก ดูได้ทั้งนั้น หนังอะไรผมก็ดูได้ คือ ผมดูหนังอะไร ผมก็คิดตามแบบนั้น ถ้าดู “หนังปีนบันได” เราก็ดูหนังแบบปีนบันได ถ้าหนังสนุกแอคชั่น เราก็ดูแบบแอคชั่น ถ้าหนังติงต๊อง เราก็ดูแบบติงต๊อง แล้วผมก็โตมากับหนังแขกนะ ผมดูหนังแขกที่เท็กซัส

 


@บอนด์ เป็นหนังแมส คนทั่วๆ ไปดูได้ 


ผมก็คิดว่าแมสนะ เข้าโรงหนังคนก็แน่นทุกที ผมคิดว่าภาค ที่ชัดเจนคือ Goldfinger คนเริ่มแน่น ส่วน Live and Let Die ฉายที่เอเธนส์ รอบแรกๆ คนก็เยอะมาก หรือ You Only Live Twice ฉายเพชรรามา คนก็เยอะ แต่ตอนนี้โรงหนัง(ถูกทุบ) กลายเป็นคอนโดหมดแล้ว


ดูภาคแรก Dr.No ตอนผม 6 ขบวบ ก็ไปดูกับพ่อผม พ่อผมเป็นคนชอบดูหนัง แต่ถ้าต้องใช้สอนในห้องเรียน ผมก็ดูหนังแผ่น แต่โดยรสนิยมแล้ว ผมชอบไปดูหนังโรงมากกว่า ผมก็ต้องไปดูในโรง เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

 

@แตกต่างกันยังไงระหว่างดูหนังในโรงหนัง กับดูหนังแผ่นอยู่บ้าน


ผมว่า มันก็เหมือนดูคอนเสิร์ทกับเปิดแผ่น คือเทียบอย่างนี้อาจจะสุดกู่ไป คือการดูหนังโรงเป็นกิจกรรมที่ไปกับคนหลายๆ คน เมื่อก่อนนี้อาจจะสูบบุหรี่ได้ แล้วก็กินขนม ถ้าเป็นวัยรุ่น จีบกัน ก็ต้องไปโรงหนัง ไม่ใช่ชวนไปดูวีดีโอที่บ้าน ต้องออกไปข้างนอก ถ้าจีบกัน แล้วชวนมาเปิดซีดี ดูที่บ้าน มัน make sense ไหมละ มันเข้าท่าไหม ผมคิดว่ามันไม่เข้าท่า การดูหนังในโรง มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต


ผมดูหนังแผ่น เวลาต้องสอนฟิล์ม ก็ต้องดูบ้าง เพราะบางทีจำไม่ได้ ก็ต้องเอากลับมาดู แต่ไม่ได้หมายความว่า ยังไงก็จะไม่ดูหนังแผ่น ไม่ใช่แบบนั้น  ผมไม่ได้มีปัญหากับการต้องดูหนังแผ่น แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ผมจะเน้นการดูหนังโรง ถ้ามีโรงจะไปโรง คือ ผมมีความรู้สึกว่ามันเป็น film มัน เป็นเซลลูลอยด์ (celluloid)  ยังทำใจไม่ได้กับโลกดิจิตอล ผมไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจ เพียงแต่ว่า ผมมีความรู้สึกว่า ผมต้องไปดูหนังโรง เพราะเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง ดูหนังแผ่น แล้วรู้สึก ไม่ได้ อรรถรส

 

ทีนี้ พอเราแก่ขึ้น เราก็อาจจะไม่รู้สึกว่าอยากไปดูในโรง เพราะรถมันติดมากขึ้น แต่โรงหนังมันก็มีคิวยาวเหยียดตลอด ด้วยคนรุ่นหนึ่ง(วัยรุ่น) ไม่ใช่คนอายุ 60- 70 แล้วจะไป ยืนเข้าคิวรอดู Sky Fall แต่มันเป็นคนอีกรุ่นหนึ่ง ผมว่ามันเป็นกิจกรรมของคนหนุ่มสาว


ตอนรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร  ขึ้นมามีอำนาจ หนังฝรั่ง ก็ไม่เข้าฉายในไทย ฉะนั้น Moonraker หรือ  The Spy Who Loved Me ไม่ได้เข้าฉาย เพราะ มีการขึ้นภาษีหนัง บริษัทหนังของตะวันตก ก็บอยคอต หนังก็ไม่ได้เข้ามา
ประมาณ ปี 1978-1979 สถานทูตอเมริกัน ก็เอาหนัง 2-3 เรื่องมาฉาย มี เรื่องสตาร์วอร์ส เป็นหนึ่งในนั้น ขายตั๋ว 100 บาท เพื่อ การกุศล แล้วมาฉายที่ลิโด หรือ สยาม  ต้องไปแย่งกัน ผมก็ไปแย่งซื้อตั๋ว

 

 

@ จัดว่า เจมส์ บอนด์ มีเนื้อหาสะท้อนการเมืองโลกแต่ละยุคด้วยหรือเปล่า

เป็นหนังที่สะท้อนการเมืองโลก มาตลอด เพราะเป็นหนังสงครามเย็น มีการสู้กับฝ่ายรัสเซีย ฝ่ายอะไรต่างๆ มันเป็นการเมืองอยู่แล้ว เอียน เฟลมมิง (Ian Fleming) ก็มาพร้อมกับสงครามเย็น

 


@ ความครบทุกรสรวมถึงชาตินิยม


หนังมันก็ต้องมีทุกรส คือคุณดูแล้ว มันก็จะต้องมีอะไรที่ขำๆ มีตลก ดูแล้วรู้สึกว่ามันไม่จริง มันล้อเล่นตัวมันเอง เช่น ใน โฆษณา Skyfall ที่มันกระโดดเข้ามาในรถไฟ เสร็จแล้ว แดเนียล เคร็ก(Daniel Craig) มันก็ปัดเสื้อ ทำเหมือน กูโดดลงมาจากไหนไม่รู้ แต่กูยังดูดีอยู่


หรืออย่าง ที่พิธีเปิดโอลิมปิค แล้วกระโดดลงมา มันก็เล่นตลกกับควีน เป็นสังคมที่มันล้อเล่นตลกกันอยู่แล้ว มันล้อเล่นตัวเองกับสิ่งพวกนี้ ทำอะไรบ้าๆ บอๆ ทำให้ตลกกับตัวเอง มี 2 คนในตัวเอง

 

ทีนี้ความเป็นชาตินิยม หนังเรื่องนี้ มันเป็นชาตินิยมของการต่อสู้เพื่อประเทศชาติ ไม่งั้นคงจะไม่มีการโฆษณา กระโดดลงมาบนสนาม(โอลิมปิค) มีธงยูเนี่ยนแจ็ค ถือธงชาติอังกฤษ โดยที่ หนังบอนด์ หลายๆ เรื่องในช่วงหลังๆ ก็เป็นแบบนี้ชัดเจนมากขึ้น ในการแสดงโลโก้ สัญลักษณ์ ของความเป็นอังกฤษ แต่จะเห็นว่า Dr.No กับ From Russia with Love ไม่มีฉากแบบนี้

 


@ บอนด์ เป็นตัวละคร ที่สร้างขึ้นมาทำงานให้ควีน อยู่แล้ว


For God, King and Country ก็คอนเซปต์นี้อยู่แล้ว มีหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก คือ Chariots of Fire ที่ อยู่ในเปิดโอลิมปิค ก็คือ ตัวละคร Eric Liddell ซึ่งเป็นนักวิ่ง มีฉากหนึ่ง ที่จะต้องไปวิ่งที่โอลิมปิค แล้วมีฉากหนึ่งที่บอกว่า จะไม่วิ่งวันอาทิตย์ เพราะเป็นคนเคร่งศาสนา ก็จะไม่ทำอะไรวันอาทิตย์

 

ทีนี้ Prince of Wales ก็เดินมาหา แล้วบอกว่า ขอให้คุณวิ่ง จะมีอะไรยิ่งใหญ่กว่าประเทศอังกฤษ แต่ Eric Liddell มันตอบว่า ไม่วิ่งเพื่อประเทศอังกฤษ กูวิ่งเพื่อพระผู้เป็นเจ้า ใหญ่กว่าประเทศอังกฤษอีก คุณคิดว่า คุณเจอคำตอบแบบนี้ คุณจะทำยังไง เพราะชาติ มันไม่ได้ใหญ่ที่สุด แต่สำหรับ คนบางคน God มันใหญ่ที่สุด แต่บอนด์ เอาแค่ชาติ กูเป็นสายลับ เขาก็จ้างกูมา

 


@ใส่สูทเนี๊ยบตลอดเวลา ไม่ว่าในสถานการณ์แบบไหน


เป็นเรื่องปกติ ที่ต้องแสดงให้คนคนนี้ เป็นคนซึ่งมีระดับ มันไม่เหมือน เจสัน บอนด์ (Jason Bourne) ซึ่งเป็นคนละคาแรคเตอร์ นั่นคือ ทหารอเมริกัน ใส่เสื้อยืด แล้วก็มีความสามารถ สารพัด จะมา theme เดียวกัน แต่มันไม่พรีเซนท์ตัวมันเองแบบไฮคลาส แบบ 007

 


@ ต้องการให้เป็นภาพของอังกฤษต้องไฮคลาส


ผมว่า สำนึกของ เอียน เฟลมมิง ในยุคนั้น คุณต้องเข้าใจว่า เขามาจากโลกแบบนี้ แล้วคุณจะมา แต่งตัว กเฬวราก มันไม่ได้ ต้องดูดี คนสมัยก่อน ต้องเป็นแบบนั้น ถ้าแต่งตัวสบายๆ นี่มันคอนเซปต์ คนสมัยใหม่

 

 

@ อาจารย์คิดว่า ทำไม เจมส์ บอนด์  อมตะมาถึงวันนี้


มันมีมุข และสิ่งสำคัญอันหนึ่งที่ขาดไม่ได้  ซึ่งเหมือนหนังไทย คือไปถ่ายตามที่ต่างๆ เป็นสูตรอันหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าประสบความสำเร็จมาก จะถ่ายไปทั่วโลก แล้วทุกคน ก็ชอบดูอะไรสวยๆ งามๆ มีน้ำตก หน้าผา ต้องมีสิ่งพวกนี้

 

อีกอันหนึ่งคือ คุณมีเทคโนโลยี  ที่ปรับตัวตลอดเวลา มีนาฬิกา มีรถยนต์ ตัวละคร “คิว” จึงเป็นคนที่มีความสำคัญมาก ในการมีอุปรณ์ต่างๆ ทุกๆ ครั้ง ต้องรู้ว่า จะเอาอุปกรณ์อะไรมาเล่น ในการที่จะทำให้บอนด์สามารถมีชีวิตรอดได้ มันตอบสนองเหมือนคุณคอยไอโฟน 5 ก็เล่นกับเทคโนโลยี ต่างๆ มันก็เร้าคุณ มันเป็นโลกที่ไปพร้อมกับเทคโนโลยี แล้วอย่างอื่น ก็มีมุขมีมุม ของการต่อสู้กัน ต่อมาเรื่องการต่อสู้ เริ่ม realistic ในภาคที่  แสดงโดย แดเนียล เคร็ก 


แต่ถ้าถามว่า คิวบู๊ ที่สนุก ผมว่า เจสัน บอนด์ สนุกกว่า และถ้าเป็นคิวบู๊ สำหรับผมแล้ว ก็คือ หนังฮ่องกง เพราะคนอเมริกัน จะไม่ชอบดูอะไรที่มีการบู๊ ยาวนาน ไม่มีท่าร่ายรำ แต่หนังจีน ต้องมีท่าร่ายรำ ในการที่จะแสดงความสามารถออกมา มันอยู่คนละวัฒนธรรมกัน “หลี่ เหลียนเจี๋ย” ถึงบอกว่า ถ้าไปถ่ายฮอลิวู๊ด 2 นาที คิวบู๊ต้องจบแล้ว นานกว่านั้น ไม่มีคนอยากดู

 

 

@ ชอบฉากไหนที่สุดใน 20 กว่าภาคที่ผ่านมา


ถ้าผมนึกทันที ก็คงตอบเหมือนคนทั่วไป และนี่คือ มุมมองของผู้ชาย ที่ยังเต็มไปด้วย กิเลส ตัณหา และราคะ อย่างเต็มเปี่ยม  ก็คือฉากที่ เออซอร่า แอนเดส (Ursula Andress) ขึ้นมาจากน้ำ ใน Dr.No แล้วก็ถามบอนด์ว่า Are you looking for shell? บอนด์ ก็ตอบว่า No, I’m just looking ซึ่งเมื่อก่อนนี้ ผมไม่เคยเข้าใจจนกระทั่ง ผมโตขึ้น แล้วมาดู ถึงเข้าใจ
ผมคิดว่ามันคงสัมพันธ์กับ กับความเป็นเด็ก เราได้ดูบอนด์ ตอนที่เราเป็นเด็ก แล้วเราคงโหยหาอดีต พอถามปุ๊บ มันเป็นความทรงจำ แล้วเป็นฉากในความทรงจำไปเรื่อยๆ นี่เป็นฉากที่จำได้แม่น แล้วบิกีนีชุดนั้น ถูกประมูลไปแพงมาก


อีกอัน ก็ตอนที่สู้กับ โรเบิร์ต ชอว์ (Robert Shaw) ในรถไฟ ในภาค From Russia with Love เป็นภาคที่ไม่ตลกเท่าไหร่ พอเป็นไปได้มากที่สุด สนุกตื่นเต้น มีฉากการต่อสู้ สู้กันในรถไฟ มีกระเป๋าเจมส์ บอนด์ แล้วชอว์ มีลวดจากสายนาฬิกา ที่รัดคอ ฉะนั้น เวลาผมดู ฌอน คอนเนอรี  (Sean Connery) สู้กับชอว์ ในรถไฟ ผมจะนึกถึงฉากนี้ 

 

 

@ ในภาคที่แสดงโดย แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) อย่าง Casino Royale กับ Quantum of Solace เนื้อหาเรื่องซับซ้อนขึ้น อาจารย์คิดว่าเป็นเพราะอะไร


มันกำลังกลับไปสู่ยุค ที่ทำให้บอนด์ เป็นผู้ชาย มากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็มีปมปัญหาชีวิตมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนนี้ เราจะไม่เห็นโลกแบบนี้ ผมคิดว่ามันเป็นโลกที่ เป็นพลังจากความเข้าใจว่า ผู้ชายก็มีปัญหาชีวิตได้เหมือนกัน มันไม่ใช่ไม่มีปัญหา แล้วก็มีมิติเรื่องความรัก ซึ่ง ตั้งแต่ On Her Majesty′s Secret Service แล้ว ที่บอนด์แต่งงาน แล้วตอนจบ เมียถูกฆ่าตาย


ผมว่าก็ต้องปรับตัว เข้ากับโลกที่มันแปรเปลี่ยนไป 50 ปี คุณจะมาให้ตัวละคร มันแน่นิ่งเหมือนเดิม ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ในบทละคร อย่างเชคส์เปีย (William Shakespeare) เวลามาสร้างใหม่ ก็ต้องมองด้วยมิติแบบใหม่ ตัวละครจะมีมุมมองที่แปลกไปจากเดิม

 

บอนด์ ภาคหลังๆ ก็เริ่มพูดเรื่องการแย่งน้ำในโบลิเวีย เป็นปัญหาเรื่องทรัพยากร ไม่ใช่เรื่อง อุดมการณ์ สังคมนิยม กับ เสรีนิยมประชาธิปไตย หรือทุนนิยมอีกแล้ว แต่เป็นเรื่องที่เราก็เห็นกันได้ คนจนกับการไม่มีสิทธิ เข้าถึงทรัพยากรต่างๆ

 

 

@เจมส์ บอนด์ ตั้งแต่ภาคแรกถึงปัจจุบัน สะท้อนสังคมอังกฤษอย่างไร 


 

นิยาย เล่มนี้  ผมไม่อยากใช้คำว่า ปม แต่อังกฤษ กำลังเสื่อม จริงๆ ก็เสื่อมมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แล้ว เมื่อเยอรมันออกทะเล ฉะนั้น เมื่อเรือ Prince of Wales ของอังกฤษ ถูกญี่ปุ่นจมลง ที่สิงคโปร์ ก็เสื่อมลงตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อังกฤษ  จึงต้องจับมือกับฝรั่งเศส สู้กับเยอรมัน ความชัดเจน คือ อังกฤษไม่สามารถต้านนาซีได้ ถ้าไม่มีอเมริกามาช่วย นิยายแบบนี้ จึงเป็นนิยาย สร้างคาแรคเตอร์ ของความเป็นผู้ชายอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างมาตลอด ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แล้วชนชั้นนำไทย ก็ไปรับเอาวิธีคิดแบบนี้เข้ามา คุณอย่าลืมว่า เอียน เฟลมมิง เรียนจบ อีตัน (Eton College) นะครับ บอนด์ จบเคมบริดจ์ (University of Cambridge)  คือ เป็นเรื่องชนชั้นนำของอังกฤษ

 


@ ในเรื่องบอนด์ ไม่ใช่คนที่ร่ำรวย


แต่มันก็การศึกษาดี มันจบเคมบริดจ์ ช่วง 1940-1950 ไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครจะเข้าไปได้ มันไม่ใช่แบบปัจจุบัน ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น การเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าคุณเก่งคุณก็เข้าไป ฉะนั้น ก็จะสร้างคาแรกเตอร์เหล่านี้ บอนด์ จะกินอาหารดีๆ แต่ในขณะเดียวกัน คนพวกนี้ก็มีปมต่างๆ ในชีวิตมากมาย แม้กระทั่ง โรเบิร์ต บาเดนพาวเวล  (Robert Baden-Powell) บิดาของลูกเสือ ก็เป็นคนที่มีปมต่างๆ ในชีวิตมากมาย ทุกคนก็ต้องมี เพียงแต่ว่า ในที่สุด กลุ่มพวกนี้ก็ไม่อยากที่จะแสดงออกมา เพราะว่า คุณเป็นผู้ชาย ที่ไม่สามารถที่จะแสดงอารมณ์ออกมาได้ นี่คือ ไอเดียของความเป็นชาย โดยเฉพาะในสังคมอังกฤษ ในวิคทอเรียน (Victorian era) ในปลายศตวรรษ ที่ 19 และ ส่งต่อเนื่อง มาถึงศตวรรษที่ 20 คุณต้องเข้าโรงเรียนประจำ คุณจะมาสุงสิงกับผู้หญิงไม่ได้ เพราะผู้หญิงเกรดต่ำกว่า คุณก็ต้องอยู่ในโลกของผู้ชายด้วยกัน ฉะนั้น สายสัมพันธ์ ของความเป็นเกย์ จึงเป็นเรื่องปกติ แต่ ไม่มีในบอนด์

 

บอนด์ ก็จะมีผู้หญิง เพราะ เมื่อก่อน ไม่มี สำนึกเรื่อง สิทธิของคนรักร่วมเพศ ฉะนั้น ก็เป็น Heterosexuality คือ ผู้ชายกับ ผู้หญิง แต่ในอนาคต ถ้าบอนด์ จะเปลี่ยน รสนิยมทางเพศ ผมก็ว่ามันไม่แปลกอะไร

 


@ จากเดิมมี “ผู้หญิงของบอนด์” ต่อไป คนรักของบอนด์ อาจจะไม่ใช่ผู้หญิง หรือเปล่า


 

ผมไม่รู้ ต่อไป คุณอาจจะเห็นฉาก ที่เป็นเลสเบียน มากขึ้น ฉากที่เป็น Homosexual (คนรักเพศเดียวกัน)อะไรต่างๆ แต่บอนด์ ก็เคยมีฉาก ต่อสู้กับผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง แล้ว ผู้หญิงของบอนด์ ก็มีหลายแบบ ทั้ง นางเอกหวานแหว๋ว และที่เป็นผู้ร้าย ก็มีสารพัด

 


@ ประเด็นการหักหลังกันเองภายใน- ปัญหาความไว้วางใจกัน ที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะในภาคหลังๆ ซึ่งแสดงโดยแดเนียล เคร็ก สะท้อนอะไร


อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ใน culture ปัญหาของประเทศอังกฤษอยู่แล้ว เพราะอังกฤษ มีปัญหาเกี่ยวกับสายลับ ที่ในช่วงนั้น โด่งดังมากก็คือ เซอร์ แอนโทนี่บรันต์ (Anthony Blunt)  คีย์ เบอร์เจส  (Guy Burgess)  คิม ฟิวบี่ (Kim Philby) คนพวกนี้ มีการศึกษาดี จบเคมบริดจ์ คนพวกนี้ทำงานให้กับรัสเซีย คุณคิดดู เซอร์แอนโทนี่ บรันต์  ซึ่งเป็นคนดูแล ศิลปะวัตถุ ให้ควีนอลิซเบธ เป็นสายลับให้รัสเซีย มันมี คนที่เป็น double agent (ทำงานให้ 2 ฝ่าย) ฉะนั้น ก็จะมีประเด็น ว่าใครหักหลังใคร ไม่หักหลัง  เรื่องนี้ใหญ่มาก


มีตัวละครหลายคนที่เราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร พวก double agent  (สายลับ 2 หน้า) จะเห็นได้ในตัวละคร ของแฮรี่ พอร์ตเตอร์ เป็นเรื่องธรรมดาของวงการสายลับ เพราะจำนวนหนึ่ง มันหากิน 2 ทางอยู่แล้ว ส่วนอเมริกันก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน เงินมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คุณก็ต้องสร้างให้คนเชื่อว่า ต้องรักชาติ เพราะนั่นเป็นการลงทุนที่ต่ำมาก ถ้าคนเกิดหลงไหลรักชาติขึ้นมา มันไม่ต้องจ่ายสตางค์เท่าไหร่ เพราะฉะนั้น มันราคาถูก สมัยก่อนมีทหารรับจ้าง ไม่มีทหารประจำการ คุณต้องจ่ายสตางค์ตลอดเวลา พอจ่ายสตางค์มาก กษัตริย์ ไม่มีสตางค์ ทหารก็ย้ายไปอยู่สำนักอื่น คุณจะทำยังไง ฉะนั้น ก็ต้องทำให้คุณเชื่อในอะไรบางอย่าง ศรัทธาในอะไรบางอย่าง ราคาค่าตัวคุณ ในแง่การเงินก็ราคาถูกลง









50 ปี "พยัคร้าย 007" มอง "มิตร-ศัตรู" ผ่านสายตา นักปรัชญาแห่งรั้วจามจุรี "เกษม เพ็ญภินันท์"
"ธนา วงศ์ญาณณาเวช" คุยเรื่องอนิจจังของ "ลิโด-สกาลา" และมูลค่าเชิงวัฒนธรรมใน "สยามสแควร์"

ไอเอสโหดอีก แพร่ภาพ"เหยื่อประกันชาวอังกฤษรายที่สอง"เจ้าตัวเผย"ถูกรัฐบาลทอดทิ้ง"(ชมคลิป)
อึ้ง มะกันตั้ง"ศาลเจ้า"ในเมือง ผู้คนแห่กราบไหว้-สุดศักดิ์สิทธิ์ ฉุดอาชญากรรมลด 80% (ชมคลิป)
สุดทึ่ง ตระการตาสองปรากฎการณ์"ภูเขาไฟปะทุ เหนือท้องฟ้าขณะเกิด"แสงเหนือ"(ชมคลิป)
หนุ่มจรจัดขอทานคุย ใช้"ความหล่อ-คารม"หาหญิงนอนได้ทุกคืน ไม่ต้องนอนข้างถนน (ชมคลิป)
นักการเมืองยูเครนถูกผู้ประท้วงจับโยนลง"ถังขยะ"-ปาขวดใส่ "เหตุ"ระบายแค้น""(ชมคลิป)
ยูเครน-กบฎ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง กองทัพถล่มหนัก ยึดสนามบินในโดเนตสค์คืนได้ (ชมคลิป)
ช็อกอีก กลุ่มไอซิสเผยคลิปประเดิม"ตัดศีรษะ"ชาวอังกฤษรายแรก นายกฯผู้ดีเดือด ประณาม"สุดชั่วร้าย"(ชมคลิป
สลด เมียหลวงจีนสุดโหด พาเพื่อน"ตบเมียน้อย"ด้วยส้นสูงกระเจิง เสื้อผ้าขาดร่างเปลือย (ชมคลิป)
บริษัทมะกันเจ๋ง สร้าง"แคปซูล"เอาตัวรอดจากพายุ-สึนามิ บรรจุคนได้กว่า 10 ชีวิต(ชมคลิป)
แอปเปิลเปิดตัวแล้ว"ไอโฟน 6 - ไอโฟน 6 Plus" ขนาดหน้าจอ"4.7-5.5"พร้อม"ราคาเริ่มต้น"(ชมคลิป)
สมลักษณ์ จัดกระบวนพล : คำวินิจฉัยของศาลที่สั่นสะเทือนสังคมไทย
โฉมหน้า ′ครม.ประยุทธ์ 1′
นศ.ศึกษาศาสตร์ มช.ไม่เข้ารับน้อง เผยถูกสังคมเเซงชั่นหนัก! วอน ขอให้คนไม่เห็นด้วยมีที่ยืนบ้าง
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : งานศพผิดวัดครั้งใหม่ (1)
"ประวิทย์ มาลีนนท์" ลั่น ไม่ยกเลิกอะนาล็อก เป็นสิทธิของผม