มติชน 4 พฤศจิกายน 2555
 ภาพจาก www.fifa.com
|
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า แมตช์ที่ถือว่าพลิกความคาดหมายที่สุดหลังศึก ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิลด์คัพ ไทยแลนด์ 2012 ประเดิมเปิดสนามแต่ละกลุ่มกันไปแล้ว ย่อมไม่พ้นการลงเอยด้วยผลเสมอ 2-2 ระหว่างทีม สเปน กับ อิหร่าน ในกลุ่มบี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน
แน่นอนว่า ทีมชาติอิหร่านไม่ใช่ทีมโนเนมหรือม้ามืดมาจากไหน เพราะมีดีกรีเป็นทีมอันดับ 7 ของโลก ซึ่งสูงที่สุดในหมู่ชาติเอเชีย อีกทั้งยังเคยครองแชมป์ในภูมิภาคนี้มาถึง 10 จาก 12 สมัย
กระนั้นก็ต้องยอมรับว่า ทีมกระทิงดุ ณ เวลานี้ มีทั้งชื่อชั้นและผลงานที่น่าเกรงขามมากๆ ทั้งสถานะทีมอันดับ 1 ของโลก (ที่อันดับเคยร่วงไป "ต่ำ" ที่สุดคืออันดับ 2) ทั้งดีกรีอดีตแชมป์โลก 2 สมัย ทั้งตำแหน่งแชมป์ยุโรปซึ่งเพิ่งทำได้เป็นสมัยที่ 6 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แถมรอบคัดเลือกยังโชว์ฟอร์มน่ากลัวสุดสุด นอกจากจะคว้าชัยได้ทั้ง 5 นัดที่ลงสนามแล้ว ยังยิงคู่แข่งได้รวม 32 ประตู โดยไม่เสียประตูให้ใครเลยอีกต่างหาก!
ก่อนมาแข่งรายการนี้ หลายคนจึงคาดหมายว่า สเปนจะต้องผ่านรอบแรกไปอย่างไร้ปัญหาในฐานะแชมป์กลุ่ม แม้นัดแรกจะต้องเจอกับเบอร์ 1 ของเอเชียอย่างอิหร่าน ก็ยังเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ประการหนึ่งเพราะทีมดังจากอาหรับไปพลาดพลั้งในศึกชิงแชมป์เอเชียหนล่าสุดด้วยฝีเท้าแข้งหนุ่มทีมชาติไทยเรานี่เอง
กระนั้น อิหร่านก็ยังเป็นอิหร่าน แม้จะถูกนำไป 2 ประตู ก็ยังฮึดกลับมาตีเสมอในช่วงครึ่งหลัง ด้วยเกมรุกที่ดุดัน หวังผลได้ ชนิดที่ทีมกระทิงดุถึงกับต้องถอนใจโล่งอกที่เกมจบลงด้วยการเสมอเสียด้วยซ้ำ
หากใครตามการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติมานานย่อมรู้ว่าผลงานนัดนี้ไม่ใช่เรื่องฟลุคสำหรับทีมอิหร่านแต่อย่างใด แม้การพบกัน 14 นัดก่อนหน้านี้ พวกเขาจะเอาชนะทีมกระทิงดุได้เพียงนัดเดียวก็ตาม
อับบาส โทราเบียน นายกสมาคมฟุตซอลอิหร่าน บอกว่า สาเหตุหนึ่งที่ทีมโต๊ะเล็กของพวกเขาทำผลงานในระดับนานาชาติได้ดี ทั้งที่เริ่มต้นพร้อมๆ กับทีมอื่นๆ ในภูมิภาคก็เพราะอิหร่านจริงจังกับการพัฒนากีฬานี้ตั้งแต่ต้น โดยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 1998 สมาคมฟุตซอลอิหร่านก็เดินหน้าแผนการบริหารลีกอย่างเป็นรูปธรรม จนปัจจุบันมี "ซุปเปอร์ลีก" ซึ่งถือเป็นลีกฟุตซอลที่แข็งที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แบ่งเป็น 2 ดิวิชั่น อีกทั้งยังมีลีกระดับเยาวชนที่เข้มแข็งไม่ต่างกัน
ส่วนระดับทีมชาติ แบ่งช่วงอายุเป็น 3 ชุด ช่วงแข่งขันแรกๆ สมาคมจะเน้นให้ทีมอิหร่านได้เตะกับทีมใหญ่ๆ เก่งๆ เพื่อให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว และได้เรียนรู้จากการสัมผัสกับเกมของนักเตะชั้นนำของโลกตรงๆ ถึงจะแพ้ก็ไม่เป็นไร
ว่ากันว่าสาเหตุหนึ่งที่กีฬาฟุตซอลโตเร็วมากในอิหร่านก็เพราะเด็กหนุ่มๆ ในประเทศนิยมเล่นฟุตบอลริมถนนด้วย "โกลรูหนู" หรือที่พวกเขาเรียกกันว่า โกล คูชิก (Gol Koochik) กันอย่างแพร่หลาย นักฟุตซอลอิหร่านจึงมีพื้นฐานการเลี้ยงบอลที่ดีมาจากการเตะบอลในพื้นที่อันจำกัดดังกล่าว
มาตรฐานของทีมอิหร่านกับเพื่อนร่วมทวีปก็ถือว่าห่างกันพอสมควรในแง่สถิติ โดยอิหร่านพบกับ ญี่ปุ่น ทีมเบอร์ 2 ของเอเชีย 18 นัด เป็นฝ่ายชนะถึง 13 นัด ขณะที่ ไทย ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 14 ของโลก เตะกับอิหร่านมา 18 นัด ชนะได้เพียง 4 เท่านั้น
เมื่อไปถึงระดับโลก อิหร่านเคยชนะทีมชั้นนำของยุโรปมาหมด อาทิ สเปน โปรตุเกส และอิตาลี แม้สัดส่วนการแพ้ชนะจะยังไม่ถึงขั้นเหนือกว่าก็ตาม
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทีมอิหร่านมีลูกฮึดในเกมประเดิมสนามพบทีมหมายเลข 1 ของโลกนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะได้เสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมชาติเกือบๆ ร้อยคนที่ตามไปเชียร์ถึงขอบสนามในอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก
ถึงจะไม่หนาตาเท่าเกมฟุตซอลลีกในประเทศ แต่ก็ถือว่าเสียงเชียร์แน่นสำหรับการจากบ้านมาไกลขนาดนี้
และน่าจะเป็นกำลังใจที่ดีให้ทีมอันดับ 1 ของเอเชียมุ่งมั่นทำตามเป้าหมายเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นอย่างน้อยที่ตั้งไว้ได้!
โปรแกรมแข่งขันฟุตซอลโลก 2012
วันที่ 4 พฤศจิกายน
กลุ่มเอ ปารากวัย-คอสตาริกา ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก 17.00 น.
กลุ่มเอ ไทย-ยูเครน ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก 19.00 น.
กลุ่มซี โปรตุเกส-ญี่ปุ่น ที่โคราช ชาติชาย ฮอลล์ 19.00 น.
กลุ่มซี บราซิล-ลิเบีย ที่โคราช ชาติชาย ฮอลล์ 21.00 น.
วันที่ 5 พฤศจิกายน
กลุ่มดี ออสเตรเลีย-เม็กซิโก ที่อาคารนิมิบุตร 17.00 น.
กลุ่มดี อาร์เจนตินา-อิตาลี ที่อาคารนิมิบุตร 19.00 น.
กลุ่มบี โมร็อกโก-อิหร่าน ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก 19.00 น.
กลุ่มบี สเปน-ปานามา ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก 21.00 น.