แลไปข้างหน้ากับ"นายกฯปู" แนวโน้มการเมืองไทยปี"56

วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เวลา 09:00:31 น.






หมายเหตุ - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กองบรรณาธิการ "มติชน" เกี่ยวกับทิศทางการเมืองในปี 2556 การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ภายหลังที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการทำประชามติ และแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย

- นายกฯมั่นใจเสถียรภาพทางการเมืองในปี 2556 มากน้อยแค่ไหน

สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจ เพราะเราถือว่าเรามาโดยระบบประชาธิปไตย แล้วหวังว่าระบบประชาธิปไตยจะให้เราได้ทำงานอย่างเต็มที่ และพิสูจน์กันด้วยวิถีทางของประชาธิปไตย

- คิดว่าจะอยู่ครบวาระ 4 ปีเลยหรือไม่

คงต้องขออนุญาต ไม่อยากจะทำนายรัฐบาลด้วยตัวเอง เราจะทำงานอย่างเต็มที่ แล้วประชาชนคงจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้โอกาสเราทำงานแค่ไหน แต่สิ่งที่เรารู้อย่างเดียวคือรัฐบาลพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้เกิดความสงบ ความสามัคคีปรองดอง เพราะเราอยากเห็นการเมืองสงบ ซึ่งก็จะทำให้พื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีจะเห็นว่าพอความขัดแย้งทางการเมืองลดลงไปจากปีที่ผ่าน เรื่องของเศรษฐกิจต่างชาติมีความมั่นใจขึ้น

จะเห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา สูงกว่าเป้าหมาย การค้าขายดีขึ้น คิดว่าเราต้องช่วยกัน ในส่วนของรัฐบาลที่เราจะทำได้ จะทำอย่างเต็มที่ จะเห็นว่าบางอย่างที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม เราพยายามที่จะยอม ยอมที่จะช้า หลายคนบอกว่าเราตัดสินใจช้า แต่สิ่งที่เราทำคือเราตัดสินใจอยู่คำเดียวคือ บนความสงบของประเทศ บนความยั่งยืนของประเทศ นี่คือ

สิ่งที่เราอยากจะยึดมั่นในการทำงานนี้

- รัฐบาลยังติดอยู่กับชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลจะก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร

ต้องบอกว่าในส่วนของปัญหาทางการเมือง เกิดมาจากความขัดแย้งที่เรียกว่าอยู่คนละข้างกันนาน การที่จะให้คนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน มาตรงกันภายในวันเดียวมันเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เวลาในการที่จะค่อยๆ ปรับจูนกัน นั่นคือการเห็นอกเห็นใจกัน การพูดคุยกัน กระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555 คือสิ่งที่เราอยากให้คนไทยทุกคนได้ยึดถือ และน้อมใส่เกล้าใส่กระหม่อมในการที่จะยึดตรงนี้เป็นหลัก ในการที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจกัน หลักในการเข้าใจกัน เรื่องปัญหาการเมืองรัฐบาลอยากให้ระดมความคิด การมีส่วนร่วมให้มากที่สุด อย่างวันนี้ปัญหาต่างๆ ข้อขัดแย้ง ที่หลายคนอาจจะพูดถึง บางครั้งอาจจะเป็นการที่ระวังแล้วพูดเลยไปข้างหน้า จึงคิดว่าเราน่าจะมาทำความเข้าใจในตัวเนื้อหาให้ชัดเจนก่อน ถ้าตัวเนื้อหาชัดเจนทุกคนมีความสบายใจ เราจะค่อยๆ ก้าวเดินไปด้วยความมั่นคง แล้วความขัดแย้งจะลดลง

- นายกฯมีความหนักใจหรือไม่

เป็นหน้าที่ ถามว่าหนักใจไหม เป็นสิ่งที่ยาก แต่ต้องไม่ย่อท้อ เชื่อว่าเราพูดทุกวัน เราทำทุกวัน เชื่อว่าทุกคนจะช่วยกัน เพราะเห็นแล้วว่าจากบรรยากาศ

จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือเราอยู่ภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นส่วนรวมของประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง และคนไทยอยากเห็นประเทศมีทางออก เชื่อว่าทุกคนจะพยายามประคับประคองรักษาบรรยากาศ ความขัดแย้งทางความคิดนั้น ดิฉันถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของประชาธิปไตย แต่ขออย่าให้ไปในวิถีทางของความขัดแย้งที่ก่อให้เกิดความรุนแรง หรือนอกเหนือกฎหมาย ขอให้เปลี่ยนความขัดแย้งมาเป็นความคิดเห็นที่ต่าง บนวิถีทางประชาธิปไตยนี่คือสิ่งที่เราอยากขอแบบนี้

- เรื่องการสร้างความปรองดองเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาลใช่หรือไม่

รัฐบาลเร่งด่วนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและอยากเห็นความสามัคคีปรองดอง

- การเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง ซึ่งได้เลื่อนวาระออกไป ในปี 2556 จะมีการสานต่อให้เป็นรูปธรรมอย่างไร

อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล เราได้เสนอไป แต่ในแง่ของคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ข้อแนะนำ ในเรื่องการทำประชามติก่อนลงมติวาระ 3 หรือการแก้ไขรายมาตรา ทำให้เราต้องช่วยกันหาทางออก วันนี้เราก็จะอยู่ในกลไกที่รับฟังทุกทางออก ช่วยกันระดมความคิด รัฐบาลคงจะเป็นตัวกลางที่จะช่วยกันระดมความคิดการมีส่วนร่วมครั้งนี้ให้ตกผลึกในสังคม วันนี้เราจะคุยกันในแง่ของวิธีการ อาจจะไปวิธีโหวตวาระ 3 วิธีทำประชามติ วิธีแก้รายมาตรา แต่ยังไม่พูดว่าจะแก้รายมาตราอย่างไร เราจะโหวตวาระ 3 อย่างไร จะไปทำประชามติอย่างไร ให้ทุกคนยอมรับ วันนี้เราควรจะหันกับมาคุยกันว่า how to (ทำอย่างไร) พอ how to ชัด คนคงไม่แคลงใจ และที่สำคัญ how to ต้องได้

คำตอบเดียวคือประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนเห็นตรงนี้ชัดเชื่อว่าเราจะเดินด้วยกันได้ วันนี้ต้องช่วยกันในการพูดตรงนี้มากกว่าพูดในเรื่องข้อกฎหมาย เพราะถ้าพูดเรื่องข้อกฎหมายกับปลายทาง เหมือนกับการที่เรามีหนังม้วนหนึ่ง แต่เรากำลังพูดถึงเรื่องตอนต้นกับตอนจบ แต่เรายังไม่พูดตอนกลางเลยว่ามันจะเดินไปอย่างไร เราต้องหันมาพูดตอนกลางให้ชัดก่อนว่าเราจะเห็นตอนจบแล้วแฮปปี้เอ็นดิ้งหรือเปล่า

- สิ่งที่จะทำในอีก 1 ปีข้างหน้า มองว่าจะเดินไปอย่างราบเรียบหรือไม่ หรือจะมีอุปสรรคอะไรขวางอยู่

ไม่มีใครที่จะทำนายล่วงหน้าได้ แต่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำบนความเชื่อมั่น ในทิศทางที่เป็นทางบวก บนความเชื่อมั่นของประเทศที่เราจะต้องร่วมกันหาทางออก เพราะการเดินทางในแต่ละประเทศ เราจะเห็นเลยว่าระบบประชาธิปไตยเป็นระบบที่ทุกคนให้การยอมรับ และเป็นระบบที่สร้างความยั่งยืนให้กับประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือ สิทธิเสรีภาพ ความเป็นเจ้าของต่างๆ นั้น กลับคืนสู่มือประชาชน

จึงอยากเห็นตรงนี้อย่างเต็มที่ แต่เราเคารพกลไกในการตรวจสอบการทำงานต่างๆ เพื่อให้กลไกสร้างความสมดุลใน 3 เสาหลักอย่างเต็มที่

- มีอะไรที่จะทำให้รัฐบาลสะดุดลงได้บ้าง

การสะดุดนั้นเชื่อว่า ถ้าตราบใดที่เรายึดบนหลักนิติรัฐ นิติธรรม หลักการให้ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน และหลักการใช้กฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เชื่อว่าตรงนั้นคงจะเดินไปได้ เราขอทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่

- คิดหรือไม่ว่าในปี 2556 อะไรคือปัญหาของรัฐบาลในเชิงการเมือง เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จริงๆ แล้วตัวเนื้อหาการแก้เป็นเรื่องของรัฐสภา ส่วนของรัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศให้เดินไป มีหน้าที่รักษาบรรยากาศของบ้านเมืองให้สงบ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินได้ จริงๆ แล้วส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอยู่ที่รัฐสภาแล้ว เราไม่ได้บอกว่าจะให้รัฐสภาเดินอย่างไร แต่เราจะบอกประชาชนว่าขบวนการมีส่วนร่วมมากกว่า การตัดสินใจอย่างไรต้องเป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะตัดสินใจ ถือว่าเราแยกบทบาทกันชัดเจน

- รัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าทำประชามติหรือไม่

รัฐบาลยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะขณะนี้เรามอบหมายคณะทำงานไปศึกษาทางออกอยู่ เราศึกษาทางออกการยอมรับของประชาชน อาจจะไม่ใช่ข้อกฎหมายก็ได้ เพื่อจะเสนอกลับไปที่รัฐสภา ซึ่งจะตัดสินใจในวิธีทางกฎหมายว่าจะใช้วิธีการไหน แต่สิ่งที่อยากเห็นคือประชาชนต้องการอะไร กลไกอะไรที่จะทำให้เกิดการยอมรับมากกว่า ไม่เช่นนั้นไม่มีข้อสรุป สิ่งที่เรากำลังทำเหมือนกับหลายปัญหาถูกพูดแล้ววน ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร คนที่จะตัดสินใจได้คือประชาชน เราพยายามที่จะถามประชาชนว่าวิธีไหนที่คนไทยทั้งประเทศคิดว่าเป็นวิธีที่จะยอมรับร่วมกัน เราจะได้เสนอทางออกนั้น

- พรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยกับการทำประชามติหรือไม่

พรรคร่วมรัฐบาลเสนอมา 2 ทางคือ เห็นด้วยกับการทำประชามติ หรือการแก้รายมาตรา พรรคร่วมรัฐบาลเปิดทางออกไว้ เราควรจะคุยกันว่าเนื้อหาที่จะแก้

เราแก้รายมาตราตอบโจทย์หรือไม่ ถ้าตอบโจทย์แล้วไปได้ไหม สภาเอาไหม เพราะว่าคนที่โหวตไม่ใช่เพียงรัฐบาล รัฐบาลคือคนเสียงเดียว คนที่โหวตคือ ส.ส.ที่มาจากตัวแทนประชาชนทั้งประเทศ

- คนเสื้อแดงต้องการให้รัฐบาลลงมติวาระ 3 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ

ต้องพูดคุยกัน ให้คณะทำงานไปพูดคุย เพราะว่าต้องฟังทุกทางเลือก เช่น คนเสื้อแดงมองว่าให้โหวตวาระ 3 โหวตแล้วเป็นอย่างไร คนยอมรับหรือไม่ ถ้าแก้รายมาตราจะแก้ข้อไหนบ้าง แล้วคนยอมรับหรือไม่ การทำประชามติ เราจะทำประชามติเรื่องอะไร ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันว่าทำประชามติหัวข้ออะไร แล้วคนจะโหวตได้อย่างไร ต้องกลับไปคุยที่เนื้อหาก่อน ถ้าคุยเนื้อหาแล้วบอกว่าอย่างนี้ไม่เอา จะทำให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ลดน้อยลง ลดความซับซ้อนลง แล้วค่อยมาหาวิธีการให้เหลือทางเลือกสุดท้าย

- พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมาแล้วว่าให้ทำอะไรบ้างในปีหน้า

พ.ต.ท.ทักษิณคือหนึ่งเสียง เหมือนกับประชาชน วันนี้คนเสื้อแดงมีจุดยืน ฝ่ายค้านมีจุดยืน พรรคการเมืองมีจุดยืน ประชาชนมีกลุ่มหนึ่ง นักวิชาการมีกลุ่มหนึ่ง คือสิ่งที่ต้องฝากว่าอะไรที่เขาเรียกว่าเป็นส่วนรวมมากที่สุด เราควรจะเสนออย่างนั้น

- ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดูเหมือนเป็นปมปัญหา

ทำอย่างไรถึงจะก้าวข้ามหรือลดแรงเสียดทานได้ ตรงนี้ที่เราต้องคุยกันกันให้เนื้อหามีความชัดเจน ระบุประโยชน์ของประชาชนให้ชัดจะเห็นถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องการเห็นการขับเคลื่อน และประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนเป็นที่ตั้ง

"อย่างที่เรียนมาตลอดว่าหนังยังไม่ทันฉาย เราจะบอกว่าตอนจบเป็นอย่างไรคงไม่ได้ ต้องขอให้หนังท่อนกลางได้ฉายก่อนเพื่อให้ผู้ชมได้ดูตั้งแต่ต้นก่อนแล้วค่อยบอกว่าตอนจบเป็นอย่างไร ส่วนที่มองว่าผู้กำกับยังไม่เปลี่ยนคน ความรู้สึกของผู้ชมก็ยังเหมือนเดิม เชื่อว่าความจริงเท่านั้นผู้กำกับอาจจะเห็นใจก็ได้"

- กังวลมือที่มองไม่เห็นที่เคยสร้างปัญหาไว้กับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

วันนี้มีแต่สองมือเท่านั้น วันนี้เรามีหน้าที่ทำงานของเราไป เชื่อว่าประชาชนจะมองเห็น และไม่ห่วงอะไรไม่ว่าจะเป็นการเมือง หรือเศรษฐกิจ เราถือว่าเรามีหน้าที่ต้องทำงาน ต้องทำต่อไปให้ดีที่สุด ในส่วนของปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น คงต้องเดินหน้าต่ออย่างเข้มข้น โดยจะมีการลงไปในรายละเอียดของขั้นตอนต่างๆ ปิดช่องว่างขั้นตอนต่างๆ ของหน่วยงาน โดยจะใช้ระบบไอที หรือคอมพิวเตอร์เข้ามาตรวจ เพื่อลดการซ้ำซ้อนปิดช่องว่างการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม

เราพร้อมที่จะรับการตรวจสอบ

หน้า 2, มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2555