พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา : ′การศึกษาทางเลือก′ ทิศทางปฏิวัติการศึกษาไทย

วันที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:09:09 น.




มติชนฉบับพิเศษ 9 มกราคม 2556

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน




พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดห้องเผยใจถึงการศึกษาไทยในปัจจุบัน ซึ่งต้องทำหน้าที่หนักในการขัดเกลาความรู้และคุณธรรมให้แก่คนรุ่นใหม่เพื่อสู้ในเวทีโลก

ปัจจุบัน พารณ ดำรงตำแหน่งทางการศึกษาหลายตำแหน่ง ทั้ง รองประธานกรรมการมูลนิธิไทยคม ประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้

รวมทั้งตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย

พารณ เป็นผู้ศึกษาความเป็นไปของแวดวงการศึกษาในโลก ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ไทยจำเป็นต้องปรับตัวทางการศึกษาให้ทันโลก มุมมองของพารณจึงน่าติดตาม

และเมื่อได้สอบถามสภาพการณ์การศึกษาไทย พารณได้แสดงทรรศนะอย่างผู้รู้ในทันที

"ต้องยอมรับว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการศึกษาไทยพัฒนาไปอย่างช้าๆ ถ้าเทียบเคียงกับหลายประเทศตอนนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้เราเดินช้ากว่าประเทศอื่น เพราะติดกับดักกฎหมายและระเบียบต่างๆ ซึ่งตราออกมามากเกินความจำเป็น

การจัดการศึกษายังคงยึดแบบดั้งเดิมที่ใช้ครูยืนสอนหน้ากระดานดำ ครูมีบทบาทและมีความสำคัญมากกว่านักเรียนในห้องเรียน รวมถึงการสอนแบบฝืนธรรมชาติด้วยระบบท่องจำมากกว่าสร้างความเข้าใจ"

ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้...?

"ตอบได้เลยว่าเพราะสังคมส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อว่าการศึกษาและการเรียนรู้เกิดขึ้นได้เฉพาะโรงเรียนและจากครูเท่านั้น เด็กห้ามเก่งกว่าครู เพราะครูคือผู้กุมอำนาจทุกอย่าง ซึ่งระบบการศึกษาไทยรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด อย่างการปฏิรูปการศึกษารอบที่ผ่านมา ก็ไม่ไปไกลอย่างที่หลายๆ คนฝัน ยังวนเวียนกับปัญหาเดิมๆ อีกเรื่องที่ยิ่งน่าเสียดายช่วงปี 2540 รัฐบาลเคยประกาศนโยบายชายด์เซ็นเตอร์ (Child Center) หวังปฏิวัติระบบการศึกษาไทย โดยได้หยิบเอาแนวคิดการศึกษาแบบตะวันตกมาใช้ ซึ่งให้ความสำคัญกับนักเรียนเป็นหลัก ครูทำหน้าที่เพียงชี้แนะ พูดกันง่ายๆ ปล่อยให้นักเรียนรู้จักคิดเองบ้าง ไม่ใช่คอยให้ครูป้อนให้อย่างเดียว"

"ช่วงเวลานั้นแอบดีใจว่าถึงเวลาที่ระบบการศึกษาไทยจะได้รับการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นแค่ความฝันไม่เกิดขึ้นจริง กลายเป็นเพียงเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่แค่ปีสองปีก็ถูกลืมไป ท้ายที่สุดการศึกษาไทยกลับมายึดรูปแบบเดิมจนถึงทุกวันนี้"



"จากงานวิจัยเรื่องทิศทางการศึกษาในโลกอนาคต พบว่าร้อยละ 60 ยังคงใช้ระบบการศึกษาเป็นแบบดั้งเดิมคือ ใช้ครูยืนสอนหน้ากระดานดำและมีวิธีการสอนแบบเดิมๆ

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือร้อยละ 40 มองว่า ระบบการศึกษาทางเลือกกำลังเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้พัฒนาระบบการศึกษามากขึ้น

ในหลายประเทศพบว่า แนวโน้มของการศึกษาทางเลือกกำลังเพิ่มขึ้น เห็นได้จากสัดส่วนของโรงเรียนทางเลือกเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะทุกประเทศมองว่าการศึกษาทางเลือกจะนำเด็กไปสู่โลกยุคใหม่ได้ดีกว่าใช้แนวคิดการสอนแบบเดิมๆ"

"จากการเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติหลายครั้งที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์และแนวโน้มการจัดการศึกษานั้นกำลังเปลี่ยนไปมาก ส่วนใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาทางเลือกมากขึ้น อย่างเช่นในประเทศอิตาลี จัดการศึกษาทางเลือกตามแนวคิด เรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia) ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง หลักสูตรเป็นแบบปลายเปิด เด็กเรียนรู้ผ่านการทำโครงการเป็นหลัก ซึ่งก็มีโรงเรียนในไทยนำแนวคิดนี้มาใช้ เช่น โรงเรียนอนุบาล ณ ดรุณ โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ เป็นต้น"

"ส่วนประเทศเยอรมนี ได้ใช้แนวคิดวอลดอร์ฟ (Waldorf) จัดแผนการเรียนการสอนเป็นการพัฒนาไปตามช่วงอายุและสร้างสมดุลระหว่างวิชาการ ศิลปะ และการฝึกฝนด้านการปฏิบัติ เช่น โรงเรียนปัญโญทัย โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก เป็นต้น รวมถึงที่อังกฤษ เน้นจัดการศึกษาแบบ มอนเตสซอรี (Montessori) การจัดสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ให้เด็กได้มีอิสระในการเรียนรู้และทำงานด้วยตนเอง ตอนนี้เกือบทุกประเทศมุ่งพัฒนาการศึกษาทางเลือกควบคู่กับระบบการศึกษาเดิมซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก"

"ปัจจัยที่ทำให้ระบบการศึกษาทางเลือกได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้เรียนมีความแตกต่างกันทั้งเป้าหมาย การดำรงชีวิต และกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้นการศึกษาควรตอบสนองผู้เรียนได้หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงจะทำให้ผู้เรียนพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์รอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา คิดเป็น ทำเป็น ไม่ใช่การพัฒนาแต่เรื่องวิชาการเพียงอย่างเดียว การศึกษาควรมีความหลากหลายไม่ควรจำกัดการเรียนที่ระบบใดระบบหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญทุกวันนี้กระแสโลกการศึกษาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การเรียนแบบท่องจำไม่จำเป็นอีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้แบบสร้างความเข้าใจเริ่มมีความจำเป็นมากกว่า"

"อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางเลือกไม่ใช่เรื่องใหม่ ในประเทศไทยโรงเรียนทางเลือกเกิดขึ้นมามากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากการผลักดันให้เกิดสภาการศึกษาทางเลือกในปี 2552"

ปัจจุบันมีโรงเรียนที่จัดการศึกษาทางเลือกเต็มรูปแบบ และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนกว่า 200 แห่งแล้ว

"แต่ก็มีปัจจัยที่ทำให้การศึกษาทางเลือกในไทยถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเล็กๆ เพราะเกิดจากอุปสรรคในการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานไปใช้ในการจัดการสอน เนื่องจากมีกรอบแนวทางที่ไม่เอื้ออำนวยกับการศึกษาทางเลือก รวมถึงนักเรียนที่จบการศึกษาจากระบบนี้ ประสบปัญหาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังเน้นการคัดเลือกความรู้ด้านวิชาการเป็นหลัก ที่สำคัญการออกกฎหมายมารองรับยังดำเนินการไม่เสร็จหลายฉบับ เพราะที่ผ่านมาเป้าหมายของการจัดการศึกษาถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความคิดและความตั้งใจของผู้ที่เข้ามารับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในแต่ละยุคแต่ละสมัยทำให้ทุกอย่างวนเวียนอยู่ที่จุดเดิม"

"ดังนั้น ทิศทางการศึกษาในอนาคตของไทยต้องไม่ใช่ปิดหูปิดตาอยู่แต่ในประเทศอย่างเดียว ตอนนี้หลายประเทศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เริ่มแรกต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาระบบการศึกษาใหม่ โดยยึดกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป คิดอย่างเก่าคงไม่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้หมด แต่รัฐมนตรีต้องทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนให้ผู้บริหารใน ศธ.เปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาการศึกษาของไทยใหม่ ที่ผ่านมาคนที่เกี่ยวข้องยังไม่ยอมเปลี่ยนวิธีคิด จึงทำให้เวลาคิดนโยบายใหม่ๆออกมาก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักที"

"สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและเตรียมพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 นั้น มหาวิทยาลัยที่ผลิตครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีสร้างครูใหม่ เพื่อให้ได้ครูที่มีศักยภาพ ทิ้งวิธีการสอนแบบท่องจำ เพราะถ้ายังใช้วิธีเดิมการศึกษาไทยจะเป็นผู้ตามตลอดไม่มีโอกาสเป็นผู้นำแน่นอน อีกปัญหาคือเรื่องคนไทยหลายสิบล้านคนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จากการวิจัยพบว่าวิธีการสอนของเราสอนผิดวิธี เพราะเริ่มเรียนไวยากรณ์แล้วค่อยฝึกพูด ท้ายที่สุดทำให้คนไทยกลัวพูดผิดไวยากรณ์ เลยไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ"

"ที่สำคัญ ต้องย้อนกลับไปให้ความสำคัญกับนโยบายชายด์เซ็นเตอร์ มุ่งพัฒนาผู้เรียน ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 22 ที่ว่า "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ"

"เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยและโรงเรียนส่วนใหญ่ เดินผิดทางมุ่งแต่สอนท่องจำและยืนสอนหน้ากระดานดำอย่างเดียว รวมถึงพัฒนาหลักสูตรให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ในอนาคต เพราะเท่าที่ดูหลักสูตรบ้านเรายังโบราณมาก ยังใช้วิธีการบังคับเหมือนในอดีต ดังนั้นต้องทบทวนเรื่องการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยและเปิดกว้างมากขึ้น เพราะการใช้วิธีแบบเดิมน่าจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก"

"อีกเรื่องเราต้องเข้าร่วมเวทีประชุมระดับนานาชาติหรือว่าเวทีการนำเสนอผลวิจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับนวัตกรรมและทิศทางของการศึกษาในโลกอนาคตที่จัดขึ้นในประเทศต่างๆ ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องมักจะเพิกเฉยไม่ให้ความสำคัญทำให้ประเทศไทยไม่มีความรู้ใหม่หรือว่านวัตกรรมที่ทันสมัยที่จะนำมาใช้ในการช่วยพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ"

"อย่างไรก็ตาม หากจะสังคายนาระบบการศึกษาไทยทั้งระบบใหญ่คงเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งคงต้องใช้เวลานานนับ 10 ปี ดังนั้นมองว่าควรเริ่มในจุดเล็กๆ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วค่อยขยายออกไปเรื่อยๆ อย่างเช่น การส่งเสริมการศึกษาทางเลือกในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การศึกษาในอนาคต"

"สิ่งสำคัญ หากจะทำให้ระบบการศึกษาพัฒนาและมีคุณภาพทัดเทียมนานาประเทศ ทุกคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องก้าวออกไปดูว่าประเทศอื่นๆ เขาเปลี่ยนแปลงไปถึงไหนแล้ว อย่ามัวแต่กลัวการเปลี่ยนแปลง รวมถึงต้องเปิดใจยอมรับกับสิ่งใหม่ๆ เพื่ออนาคตและการก้าวผ่านวังวนเดิมของการศึกษาไทย"








ส่องตลาดรถ"ฮังการี" เห็นตลาด"อีซูซุดีแมคซ์" กับยอดขายในใจ!
เลือก "ปธ.-รองปธ.สปช." สะท้อนเอกภาพ"การปฏิรูป"
กดไลค์ทะลุล้านแล้ว ′น้องเมย์′ รัชนก อินทนนท์
ยกนิ้วให้! หนุ่ม รปภ.เมืองชล เก็บเงินสดกว่า 6 แสน คืนเจ้าของ
"ดีเอ็นเอ็น" กับการแสวงหา "ระบบแปล" ที่ก้าวพ้นช่องว่างทางภาษา
"ภาษีคนจน" แนวทางแก้จน สร้างคนขยัน รัฐบาลประยุทธ์?
ธปท.ชี้ “นาโนไฟแนนซ์” ไม่กระทบ “เอ็นพีแอล”
"แอลจี" ปล่อยสมาร์ทโฟนตัวเก่ง "จี3 สไตลัส" คุ้มค่ากับราคาที่ "ไม่ถึงหมื่น"
"คลังเอเปค" คาด เศรษฐกิจยังเสี่ยงขาลง
ชาวบ้าน อำเภอหนองจิก ปัตตานี รวมตัวคัดค้านย้ายโรงพัก
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
ไม่รู้ไม่ได้ เกี่ยวกับหมวกกันน็อค โดยเช็คราคา.คอม
ถิ่นเจริญกรุง เจริญนคร มหานครใหม่ที่ต้องจับตา
10 วิธีแก้ไขปัญหากวนใจในทาวน์เฮ้าส์ โดยเช็คราคา.คอม
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม