อนาคต หอมแดง ในประชาคมอาเซียน

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 13:27:53 น.


ผู้เขียน กับเกษตรกรเวียดนาม



คุณอรทัย จริยานพิวาทย์ และคณะที่ร่วมเดินทาง



เจรจากับผู้ส่งออกเวียดนาม



เกษตรกรกำลังปลูกหอมแดง



พื้นที่ปลูกหอมแดง ที่ อำเภอ Vinh Chau



ปลูกแบบยกร่อง



พันธุ์หอมแดง



หลุมที่ปลูกหอมแดง


เกษตรต่างแดน

ศักดา ศรีนิเวศน์
โทร. (081) 899-0710
s_sinives@yahoo.com

 

 

ยังไม่ทันถึงเวลาที่จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ใน ปี 2558 ความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรที่ปลูกไม้ผลที่สำคัญ เช่น ลำไย ทุเรียน และชมพู่ รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรอื่นก็เริ่มส่อเค้าให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกหอมแดง ที่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff Measures : NTMs.)


ซึ่งหลังจากที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ยกเลิกภาษีสินค้าเกษตร เป็นร้อยละ 0 ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2553 ก็ได้ออกกฎระเบียบควบคุมการนำเข้าสินค้าต่างๆ ได้แก่ ผัก และผลไม้ พืชหัว รวมทั้ง หอมแดง ไม่ต่ำกว่า 100 ฉบับ ที่สินค้าต้องปลอดจากสารเคมีและโลหะหนักตกค้าง การปนเปื้อนทางชีววิทยา เช่น มีแมลงศัตรูพืช หรือสิ่งมีชีวิตอื่นติดไปกับสินค้า หรือการปนเปื้อนของสารเคมีที่ต้องห้าม ที่สามารถทำลายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยมาตรการที่อินโดนีเซียประกาศใช้เพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผักและผลไม้ของประเทศไทย จะส่งผลให้เกิดปัญหาและอุปสรรคสำคัญต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่และเป็นตลาดหลักที่สำคัญของสินค้าเกษตรไทย


ปัจจุบัน เราต้องยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรของประเทศไทย ที่ส่งออกว่ายังมีสารเคมีตกค้าง โดยเฉพาะสารเคมีต้องห้ามของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเรายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เป็นเวลากว่า 5-6 ปีแล้ว เนื่องจากเกษตรกรของเรายังขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องการใช้สารเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยุดใช้สารเคมีฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 15 วัน จึงทำให้มีการตรวจพบสารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตรของเราในระดับสูง และเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำเกษตร ระบบ “การเกษตรที่ดีและเหมาะสม” (Good Agricultural Practices : GAP)


ความจำเป็นที่เกษตรกรผลิตเพื่อการค้าทุกคน จะต้องเข้าสู่ระบบ GAP ซึ่งการทำระบบ GAP นี้ จะเริ่มตั้งแต่การจดทะเบียนแหล่งเพาะปลูก โรงบรรจุ การรับรองวิธีการเพาะปลูกตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ CODEX ที่จะใช้เป็นมาตรฐาน  ASEAN GAP ต่อไป เป็นเรื่องที่เกษตรกรที่จะเข้าสู่ระบบนี้และผู้ส่งออกจะต้องปฏิบัติตามให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดโดยตลอดไป


นี่คือ มูลเหตุที่ทำให้คณะผู้ส่งออกหอมแดงรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตัดสินใจไปดูการปลูกหอมแดง ที่จังหวัดซ็อคตรัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหอมแดงแหล่งใหญ่ที่สำคัญของเวียดนาม เช่นเดียวกับจังหวัดศรีสะเกษของประเทศไทย เพื่อต้องการจะทราบว่าเกษตรกรเวียดนามและผู้ส่งออกของเขาประสบปัญหาเช่นเราหรือไม่ และในอนาคตเขาจะมีโอกาสเข้ามาเป็นคู่แข่งเราหรือไม่


จังหวัดซ็อคตรัง เป็น 1 ใน 30 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta) อันเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเวียดนาม ห่างจากนครโฮจิมินห์ 231 กิโลเมตร โดยอยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำฮั่ว (Hua River) มีภูมิอากาศที่เหมาะสมและดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกมาก


ผลผลิตจากการเพาะปลูกและการประมงเป็นรายได้หลักของจังหวัด มีพื้นที่ทั้งหมด 3,223 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกทั้งสิ้น 1,556,800 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าว 1,175,419 ไร่ พืชผัก 251,288 ไร่ ไม้ผล 31,250 ไร่ และอื่นๆ 98,843 ไร่ ในแต่ละปีสามารถผลิตข้าวได้ไม่น้อยกว่าปีละ 1.6 ล้านตัน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งที่สำคัญของประเทศอีกด้วย เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับชายฝั่งทะเลยาวถึง 72 กิโลเมตร


ใน ปี 2543-2549 มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เฉลี่ยมากกว่า ร้อยละ 11 โดยใน ปี 2547 มีอัตราการเจริญเติบโตถึง ร้อยละ 12.84 มีประชากร ประมาณ 1,272,200 คน ไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งปลูกข้าวและการประมงที่สำคัญของประเทศเท่านั้น จังหวัดซ็อคตรังยังเป็นแหล่งปลูกหอมแดงที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของเวียดนามอีกด้วย


ผู้เขียนได้ประสานงานกับเพื่อนที่เป็นผู้รับซื้อหอมแดงรายใหญ่รายหนึ่งของจังหวัดซ็อคตรัง ที่รู้จักกันมานานหลายปี เพราะเคยไปวางระบบการเติมอากาศในบ่อเลี้ยงกุ้งกับ คุณสมพงษ์ โชติวรรณ จาก บริษัท เรนดรอป ที่บ่อกุ้งของเขา และเคยไปรับประทานข้าวที่บ้านเขา ชื่อว่า คุณซาน เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ซึ่งในการดูงานลักษณะนี้แม้ว่าจะใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกันได้ แต่ก็ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะโอกาสที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนในการแปลความหมายเป็นไปได้มาก เพราะบางคำในภาษาอังกฤษความหมายค่อนข้างกว้าง คณะของเราจึงใช้ล่ามภาษาเวียดนาม-ไทย ซึ่งเป็นคนที่ผู้เขียนใช้แปลในงานที่สำคัญๆ มากว่า 5 ปีแล้ว เขามีความรู้ภาษาไทยเป็นอย่างดี อ่านออก เขียนได้ พูดได้ชัดเจนเหมือนคนไทย อย่างชนิดว่า ต้องยืนยันหรือนอนยัน ถึงจะเชื่อว่าเป็นคนเวียดนาม


คุณซาน ได้ให้ลูกน้องนำคณะของเราไปดูแปลงปลูกหอมแดงของเกษตรกรที่อยู่ในสังกัดของบริษัทเขา ที่เมืองเวิ่นห์โจว ซึ่งขณะที่เดินทางไป ผู้นำทางได้เล่าให้ฟังว่า ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดซ็อคตรังเป็นคนเชื้อสายเขมร ถึงร้อยละ 28.85 ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ประมาณ ร้อยละ 37.5 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้ (37.5) เป็นคนเชื้อสายเขมร ถึงร้อยละ 42.92 จังหวัดซ็อคตรัง แบ่งการปกครองออกเป็น 1 เมือง 8 อำเภอ 105 คอมมูน เมืองเวินห์โจว (Vinh Chau Town) เป็นแหล่งปลูกหอมแดงแหล่งที่ใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีที่สุด และประชาชนยากจนที่สุดในจังหวัดซ็อคตรัง โดยมีผู้ยากจนมาก ถึงร้อยละ 52.09


สาเหตุแห่งความยากจน ก็เนื่องมาจากการขาดเงินเพื่อใช้ลงทุนการผลิต ขาดการจ้างงาน และมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ล้าหลัง เมืองเวินห์โจว มีพื้นที่ทั้งหมด 289,125 ไร่ มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 22,814 ครัวเรือน โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายเขมร ถึงร้อยละ 77 (ปี 2551) ดินส่วนใหญ่เป็นดินเค็มและเป็นกรด เนื่องจากอยู่ติดกับทะเล จึงเป็นปัญหาที่ทำให้พืชผลผลิตการเกษตรที่เกษตรกรปลูกได้รับความเสียหายจากดินเค็มเป็นอันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้งจะเกิดการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อใช้ในการเพาะปลูกค่อนข้างรุนแรง


การปลูกหอมแดงที่นี่จะปลูกได้ปีละ 3 ครั้ง ครั้งแรกปลูกช่วงปลายฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ครั้งที่สอง เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และครั้งที่สามปลูกเพื่อเก็บหอมไว้ทำพันธุ์ เดือนมีนาคมถึงเมษายน หลังจากนั้น จะไม่สามารถปลูกได้อีก เพราะขาดแคลนน้ำจืด


รูปแบบของการปลูกพืชของเกษตรกรที่นี่จะเป็นการปลูกพืชแบบหมุนเวียน โดยการปลูกหอมแดงสลับกับการปลูกพวกธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว และงา หรือปลูกหอมแดงสลับกับการปลูกข้าวแบบบ้านเรา ซึ่งจังหวัดซ็อคตรังจัดว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม ทั้งพันธุ์ข้าวหอมของเวียดนามเองและข้าวหอมพันธุ์เนียงมะลิของเขมร หรือหอมมะลิไทย นั่นเอง
เมืองเวินห์โจว เป็นแหล่งเพาะปลูกหอมแดงที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามมายาวนานกว่า 100 ปี โดยมีพื้นที่เพาะปลูกหอมแดงทั้งสิ้น  ประมาณ 25,000 ไร่ ได้ผลผลิตรวมกว่า 80,000 ตัน ต่อปี ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ประมาณ 1,600 กิโลกรัม


การเพาะปลูก ยังเป็นแบบดั้งเดิม เกษตรกรจะคัดเลือกพันธุ์หอมที่ปลูกเก็บไว้ทำพันธุ์เองในปีต่อไปอย่างพิถีพิถัน หอมแดงที่ปลูกที่นี่จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าแหล่งอื่นในเวียดนาม กล่าวคือ สีจะมีลักษณะแดงเข้ม มีกลิ่นฉุน และกรอบ ซึ่งไม่มีที่ใดเทียบเท่า จึงเป็นคำพูดที่เรียกหอมแดงกันติดปากของคนเวียดนามว่า “หอมแดงเวินห์โจว” เหมือนที่บ้านเราเรียกส้มโอดัง ว่า “ส้มโอนครชัยศรี”


การปลูกจะเป็นแบบยกร่อง ความกว้างของแปลง 1.20 เมตร แปลงสูง 20 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแปลง 20 เซนติเมตร จำนวนแถวที่ปลูก 8 แถว ต่อแปลง ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ต้นทุนเพาะปลูก ประมาณ 16,000,000 ด่อง หรือประมาณ 14,800 บาท (1 บาท เท่ากับ 675 ด่อง) เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีตามคำแนะนำของร้านขายสารเคมี ซึ่งเหมือนเกษตรกรบ้านเรามากที่สุด คือ เชื่อร้านค้ามากกว่าเจ้าหน้าที่เกษตรของรัฐ ผลผลิตของหอมแดงทั้งประเทศกว่าครึ่งหนึ่งส่งออกไปประเทศจีน มีเกษตรกรทำหอมแดง GAP เช่นกัน แต่ไม่มาก ปัญหาเรื่องการทำ GAP ก็เหมือนกันกับบ้านเรา


จากการดูงานครั้งนี้ ผู้ส่งออกหอมแดงไปอินโดนีเซีย รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือ คุณอรทัย จริยานพิวาทย์ แห่ง ห.จ.ก.  สิทธิกรณ์ดีพืชผล ศรีสะเกษ กล่าวว่า หากเปรียบเทียบแล้ว หอมแดงที่เกษตรกรไทยปลูกมีคุณภาพและรสชาติดีกว่าหอมแดงของเวียดนามแน่นอน ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ก็สูงกว่า สิ่งที่สู้เวียดนามไม่ได้ก็คือ เกษตรกรเวียดนามมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ในเรื่องการส่งออกรัฐบาลของเวียดนามให้การสนับสนุนดีมาก แต่เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่ของเขาส่งไปขายจีนและอินเดีย ดังนั้น ปัญหาในการขายผลผลิตหอมแดงของเขา จึงไม่รุนแรงเหมือนเช่นบ้านเรา โดยในปีนี้คาดว่าผลกระทบในเรื่องการขายผลผลิตของเกษตรกรไทยจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศใช้ เช่น การประกาศจำกัดจุดนำเข้าหรือท่าเรือ (Entry points) สำหรับผักและผลไม้ รวม 47 รายการ และพืชหัว ซึ่งรวมทั้งหอมแดง ที่จากเดิมมีจุดนำเข้าหรือท่าเรือ 14 แห่ง เหลือเพียง 4 แห่ง เท่านั้น มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 19 มิถุนายน 2555


“อินโดนีเซียให้เหตุผลว่า ผักและผลไม้ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อโรคและแมลงศัตรูพืชสูง และการตรวจสอบที่ท่าเรือทั้ง 4 แห่ง ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยมีปริมาณมาก และท่าเรือของเขามีความสามารถไม่เพียงพอที่จะเข้าไปตรวจสอบ เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการกีดกันผักและผลไม้ไทยอย่างแน่นอน ทำให้ผักและผลไม้ไทยส่งออกได้ยากขึ้น เนื่องจากอินโดนีเซียสามารถผลิตทุเรียน ลำไย ชมพู่ และหอมแดง ได้เช่นเดียวกับไทย แต่คุณภาพสู้เราไม่ได้ และคนของเขานิยมบริโภคผลไม้ของไทยมากกว่า เขาจึงใช้มาตรการกีดกัน”


คุณอรทัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ท่าเรือสุราบายา ที่ไทยจะต้องนำสินค้าไปขึ้นนั้น มีศักยภาพต่ำกว่าท่าเรือจาการ์ตาถึง 10 เท่า และไม่สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเกษตรจากไทยในช่วงฤดูกาลผลไม้ ซึ่งโดยเฉลี่ยประมาณ วันละ 150-200 ตู้ นอกจากนี้ การออกของที่ท่าเรือสุราบายายังใช้เวลาที่นานกว่า จากเดิมที่ท่าเรือจาการ์ตา 2 วัน เป็น 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาผลไม้ของไทยสูงขึ้น สูญเสียคุณภาพ และส่งออกได้น้อยลง


สำหรับ หอมแดง นั้น ทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้กำหนดให้ผู้นำเข้าของประเทศเขาและผู้ส่งออกจากประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ คือผู้ที่จะขออนุญาตนำเข้าจะต้องนำเอกสารที่ผู้ส่งออกได้รับการตรวจรับรองตามที่กำหนด ไปแสดงต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศเขาเพื่อขออนุญาตนำเข้า ซึ่งประกอบไปด้วยเอกสาร (ขอยกมาเฉพาะสาระสำคัญบางส่วน) ดังนี้
1. หนังสือจดทะเบียนผู้ประกอบการค้าของผู้ส่งออก ที่ออกโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาล
2. หนังสือรับรองโรงงานบรรจุ ที่ได้รับตรวจสอบว่าได้มาตรฐานตามที่กำหนด
3. หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน GAP ของเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรที่จำหน่ายให้กับผู้ส่งออก
4. หนังสือรับรองการตรวจสอบสารเคมีและโลหะหนักตกค้าง ที่ได้รับการตรวจรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐ
5. ข้อมูลระยะเวลาการเก็บเกี่ยวของเกษตรกรที่ผู้ส่งออกเป็นผู้ให้ข้อมูล
6. ข้อมูลสต๊อกสินค้าของผู้ส่งออก
7. หนังสือรับรองการปลอดโรคพืช


โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย จะส่งบริษัทที่ได้รับการมอบหมายให้เป็นผู้ตรวจสอบ มาตรวจสอบบริษัทที่ส่งออกที่ประเทศไทย เพื่อให้การรับรอง หากการตรวจสอบผ่านก็จะได้รับการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้ส่งออกเข้าไปในประเทศอินโดนีเซียได้ ซึ่งตรงนี้ยากมาก และจะส่งผลให้หอมแดงที่ผลิตได้ในฤดูนี้ไม่สามารถส่งออกได้


คุณอรทัย ระบุว่า ขณะนี้ขั้นตอนต่างๆ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และหอมแดงที่จะส่งออกไม่ได้ทั้งหมดของประเทศก็อาจจะต้องนำมากองรวมที่หน้าศาลากลางจังหวัด กดดันให้รัฐบาลต้องออกมาซื้อหอมแดงเก็บไว้ให้เน่าเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา เพราะในแต่ละปีประเทศไทยส่งออกหอมแดงไปอินโดนีเซียไม่ต่ำกว่า 1,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ปริมาณต่อตู้อยู่ที่ 27-29 ตัน หรือ ประมาณ 28-30 ล้านกิโลกรัม


“ปัญหานี้ เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงและผู้ส่งออกยังคงต้องได้รับความเดือดร้อนและรอการแก้ไขจากภาครัฐไปอีกนานเท่าใดไม่มีผู้ใดที่สามารถจะให้คำตอบได้ เนื่องจากการทำงานของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งลงเรือลำเดียวกัน แต่พายไม่พร้อมกัน อีกทั้งงบประมาณและบุคลากรที่จะปฏิบัติงานในการตรวจรับรอง GAP เพื่อขึ้นทะเบียนเกษตรกรก็มีไม่เพียงพอ กว่าจะดำเนินการตรวจรับรองได้ เกษตรกรก็เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว เป็นเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่เริ่มโครงการจวบจนปัจจุบัน แม้ว่าผู้ส่งออกบางท่านยินดีที่จะออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจรับรอง GAP ให้กับเกษตรกร แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่เพียงพอ”


คุณอรทัย บอกด้วยว่า ในระยะเวลาที่จำกัดเช่นนี้ ขอยืนยันว่า ไม่ใช่เพราะผู้ปฏิบัติงานไม่สนใจ แต่เป็นเพราะผู้แทนราษฎรไม่ให้ความสำคัญ แม้ว่าปัญหานี้จะได้มีการพูดคุยกันทั้งภาคราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ส่งออก และรายงานให้รัฐบาลทุกรัฐบาลทราบมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ใช้วิธีแก้ปัญหากันที่ปลายเหตุเสมอ ทั้งๆ ที่ทราบต้นเหตุของปัญหาดี แต่ไม่คิดแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ มากมายกว่าการที่รัฐจะยอมลงทุนจัดสรรงบประมาณดำเนินการและค่าใช้จ่ายในการเพิ่มบุคลากรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อใด เกษตรกร ผู้ส่งออก จะประสบกับปัญหาอย่างแน่นอน


นี่คือ สัญญาณเตือนที่มาจากประเทศสมาชิกประเทศเดียวเท่านั้น ในขณะที่ยังไม่เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราก็ตั้งรับกันไม่ทันแล้ว และหากเปิดประชาคมฯ แล้วอีกหลายประเทศทำบ้าง เกษตรกรไทยและผู้ส่งออกจะสาหัสกันเพียงใด
----------------------------
เอกสารอ้างอิง
Developing a community-based model on onion-based cultivation crops to adapt to climate change impact (droughts and saline intrusion) in Vinh Chau Commune, Vinh Chau District, Soc Trang Province-CBA/VN/SPA/09/07
Department of Agriculture of Vinh Chau District, Women Union of Vinh Chau Commune. from June, 2010 to Sep 2012








ดูกันชัดๆ 197 สนช. ปี 2557 ใครเป็นใคร ? วาระพวกเขาอยู่ยาวนานแค่ไหน ?
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ยื่นลาออกบอร์ด"ปตท."แล้ว แจ้งเหตุมีภารกิจอื่น
′เอฟไอวีบี′ ยืนยัน ′โดมินิกัน′ หล่นดิวิชั่น 2, ′ไทย′ เจ้าภาพสนาม 2 เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2015
ดราม่า! "ช่างภาพดัง" ฟ้องวู้ดดี้ เกิดมาคุย เหตุนำภาพไปใช้โดยไม่ขออนุญาต
สหรัฐถอนกำลังพ้นเฟอร์กูสัน หลังสถานการณ์ดีขึ้น
กทม.ขยายเวลาผู้ค้าท่าเตียนถึง20ก.ย.ครบกำหนดไม่ย้ายจับทันที
ถังน้ำมัน 20,000 ลิตร ระเบิด เจ้าของปั๊มดับสยอง
"เจนี่" รับคำท้า Ice Bucket Challenge พร้อมหนุ่มปริศนาโผล่ในคลิป
กบ สื่ออะไร : อรุณ วัชระสวัสดิ์
"ทักษิณ" บอกสมาชิกเพื่อไทยให้โอกาสรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทำงานบริหารประเทศ
สงสารฮานาโกะ
ลางบอกเหตุ เมื่อเบรกมีปัญหา โดยเช็คราคา.คอม
จองโรงแรมอย่างชาญฉลาด โดยเช็คราคา.คอม
บ้าน SCG HEIM ดียังไง? โดยเช็คราคา.คอม
Gusto "บ้านอร่อย" ปรุงยังไง ให้ขายดี โดยเช็คราคา.คอม