มทร. ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี เพาะ-ขยาย พันธุ์ปลาพื้นบ้านของจังหวัดเพื่อการอนุรักษ์

วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 21:39:51 น.




 

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา  เรื่อง/ รูป

 


สาเหตุสำคัญความเสื่อมโทรมของแม่น้ำ คู คลอง ทะเลสาบ หนอง บึง และแหล่งน้ำต่างๆ ล้วนเป็นเหตุผลให้เกิดการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลา


ประการสำคัญอันนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมล้วนมาจากมนุษย์เป็นหลัก ดังนั้น หากมองเชิงลึกภาพที่สะท้อนบางอย่างอาจทำให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น คู คลอง อันเคยเป็นเส้นชีวิตของชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นที่ถ่ายเทของเสียของชุมชน ระบบนิเวศที่ปล่อยให้กระแสน้ำไหลไปตามธรรมชาติกลับสร้างเขื่อนกักกั้นเป็นน้ำนิ่ง หรืออ่างเก็บน้ำบางแห่งที่ต้องการสร้างขึ้นเพื่อนำน้ำมาใช้ประโยชน์ แต่ไปสร้างผลเสียให้แก่ระบบนิเวศและสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนที่ใช้ประโยชน์มาแต่เดิม 

 


อันนี้ยังไม่รวมถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดความจำเป็นที่ต้องรุกล้ำเข้าไปในเขตธรรมชาติจนกระทั่งมีการก่อสร้างมากมายและถมทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำและกีดขวางทางเดินของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ถนน สนามบิน โรงงานอุตสาหกรรม และนำมาสู่การปล่อยของเสียจากบ้านเรือน โรงงาน


สิ่งเหล่านี้มักพบเห็นได้ง่ายตามเมืองต่างๆ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าผลลัพธ์จากสิ่งเหล่านี้ทำให้สัตว์น้ำและระบบนิเวศขาดสมดุลไปทันที ปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ การพลิกฟื้นให้ธรรมชาติเหล่านั้นกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือแม้แต่อากาศ


มีหลายองค์กรที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ และมีความพยายามที่จะแก้ปัญหาในแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น สุดแต่ว่าใครจะเป็นเจ้าภาพและรับผิดชอบเรื่องใดโดยตรงเท่านั้น

 


สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และเล็งเห็นว่าควรบริหารจัดการทรัพยากรด้านประมงและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มุ่งนำเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เกิดประสิทธิผลต่อภาคครัวเรือนและประเทศชาติ ดังนั้น ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งคือการสำรวจ รวบรวมปลาพื้นบ้านประจำท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรีให้เป็นระบบ ศึกษาชีววิทยาพื้นฐาน จัดการเพาะและขยายพันธุ์ปลาทุกชนิดเพื่อให้ได้จำนวนปลามากที่สุด แล้วจึงนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เพื่อสร้างความสมดุลในอนาคต


อาจารย์วัชระ น้อยคงคา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง เล่าว่า หน้าที่คือ การเร่งเพาะพันธุ์ เพื่อขยายจำนวนปลาพื้นบ้านที่ใกล้สูญพันธุ์ให้เพิ่มขึ้นมามากแล้วนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์


สำหรับปลาพื้นบ้านที่เป็นปลาประจำท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรีมีหลายชนิด หลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มปลาซิว เช่น ซิวหางแดง ซิวข้างขวาน  ซิวควาย เป็นต้น กลุ่มปลาตะเพียน เช่น แก้มช้ำ ตะเพียนขาว สร้อยนกเขา เสือสุมาตรา เป็นต้น กลุ่มปลากด เช่น แขยงหิน กดเหลือง กลุ่มปลาหายาก เช่น ดุมซี เสือดำ จิ้งจก และดุกลำพัน เป็นต้น


ภายหลังที่ได้มีการลงพื้นที่เก็บรวบรวมสายพันธุ์ปลาประจำถิ่นได้ตามที่ต้องการระดับหนึ่ง จึงนำปลาเหล่านั้นมาแสดงให้ประชาชนชม และได้รับความสนใจเป็นอย่างดี จนนำมาสู่การเปิดเป็น “สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน” ในเวลาต่อมา


อาจารย์วัชระ บอกต่อว่า ไม่เพียงแค่การเพาะขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์เท่านั้น แต่เนื่องจากปลาท้องถิ่นบางชนิดที่มีความสวยงามและเหมาะกับการนำไปเลี้ยงเป็นปลาตู้ ดังนั้น เมื่อทางคณะสามารถเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ จึงมีการต่อยอดด้วยการส่งเสริมให้ผู้สนใจทั่วไปนำความรู้ เทคนิค การเพาะพันธุ์ไปประกอบอาชีพหารายได้เสริม


ปลาชนิดนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาอะโรวาน่า เป็นปลาสวยงามที่มีขนาดใหญ่ และนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะถือเป็นปลามงคลและนำโชค ส่วนที่มีชื่อเรียกตะพัด เพราะเป็นชื่อที่เรียกของทางจังหวัดจันทบุรีและตราด และยังพบครั้งแรกที่ตราด


ส่วนแหล่งอื่นที่พบ ได้แก่ ทางภาคใต้ เช่น ที่สุราษฎร์ธานี ยะลา และปัตตานี ซึ่งจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า “ปลาทองอ่อน”


ปลาตะพัด มีการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งการบริโภคหรือเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม แต่ที่ได้รับความนิยมมากคือ การนำไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมากกว่า ที่น่าตกใจมาก เพราะปลาพันธุ์นี้กำลังใกล้สูญพันธุ์ไปจากภาคตะวันออก


ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาสวยงามที่มีค่าชนิดนี้ไว้ จึงทำงานวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความดกของไข่ อัตราการรอดตาย และเพาะขยายพันธุ์ปลาให้มีจำนวนมากก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ


อาจารย์วัชระ อธิบายถึงวิธีการและขั้นตอนการเพาะปลาตะพัดในช่วงเริ่มต้นว่า จะต้องเก็บข้อมูลจากแหล่งที่พบพันธุ์ปลาก่อน แล้วหาข้อมูลการเลี้ยงปลาชนิดนี้จากชาวบ้าน จากนั้นจึงซื้อลูกพันธุ์ปลาชนิดนี้จากชาวบ้านที่เก็บ แล้วนำไปเพาะเลี้ยงด้วยการเตรียมบ่อดินสำหรับเลี้ยง พ่อ-แม่พันธุ์ ขนาด 2 ไร่ ลึก 2.50 เมตร บริเวณขอบบ่อปลูกพรรณไม้น้ำจำพวกอะเมซอนและกก จากนั้นปล่อย พ่อ-แม่พันธุ์ ที่มีอายุ 2 ปี แล้วเลี้ยงรวมกัน


เตรียมบ่อดินอีกแห่งสำหรับใช้เป็นบ่อเพาะ ที่มีขนาด 10 คูณ 20 เมตร จำนวน 4 บ่อ แล้วให้ปรับสภาพน้ำเหมือนบ่อเลี้ยง จากนั้นแยก พ่อ-แม่พันธุ์ ที่มีการจับคู่กันลงในบ่อ พรางด้วยซาแรนที่มีความทึบแสง 60 เปอร์เซ็นต์ ติดตั้งไว้ข้างบ่อ แล้วให้อาหารปลาด้วยปลาข้างเหลือง วันละ 1 ครั้ง


ระหว่างที่ปลามีการจับคู่และจะวางไข่ในราวเดือนมีนาคม-เมษายน  โดยในช่วงนี้ให้สังเกตบริเวณคางจะโป่งพองออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ริมฝีปาก บน-ล่าง ปิดไม่สนิท เมื่อเห็นความผิดปกติเช่นนี้เกิดขึ้น ให้ใช้อวนขนาดเล็ก ตาถี่ จับ พ่อ-แม่ ปลาที่คิดว่ามีไข่อยู่ในปากเพื่อเปิดปากนำไข่ออกมา
แล้วนำไข่ที่ได้ใส่ลงในถังฟักที่เตรียมไว้ ไข่ที่ได้จะมีสีส้ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.1 เซนติเมตร และไข่จะฟักเป็นตัว ภายใน 48 ชั่วโมง


ผลการวิจัยปรากฏว่า จากจำนวนแม่พันธุ์ปลาทั้งหมด 40 ตัว มีแม่ปลาที่สามารถให้ลูกได้เพียง 8 ตัว เฉลี่ยปริมาณความดกของไข่ 15.87 ฟอง ต่อแม่ อัตราการรอดตายจากลูกปลาทั้งหมด 127 ตัว แล้วเลี้ยงอนุบาลเป็นระยะเวลา 5 เดือน เหลือลูกปลา 85 ตัว


อาจารย์วัชระ บอกว่า ที่ผ่านมามีการเพาะเลี้ยงปลาตะพัดมาแล้ว จำนวน 6 รุ่น ขณะนี้ผลการทำงานถือว่าดีในระดับหนึ่ง คือสามารถพัฒนาการเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ และความตั้งใจต่อไปคือต้องการเพิ่มจำนวนปลาให้มากยิ่งขึ้น เพื่อรอวันปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ


อาจารย์วัชระ บอกว่า เพิ่งเพาะได้สำเร็จ ภายหลังได้ศึกษามาถึง 3 ปี ถือเป็นปลาที่มีสายพันธุ์ใกล้กับปลาตะเพียน แต่จากลักษณะเด่นและแปลกคือ มีปากที่ดูดกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร มีตำแหน่งปากอยู่ด้านล่างของหู ดูคล้ายกับปลาซัคเกอร์ จึงมักพบปลาชนิดนี้จะอยู่ชุกชุมในบริเวณน้ำตก เพราะมีออกซิเจนสูงและมีตะไคร่น้ำอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากไม่พบปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำดังกล่าว สันนิษฐานได้ 2 อย่าง คือ น้ำกำลังเสีย เพราะปลาชนิดนี้ถือเป็นตัวชี้วัดดัชนีคุณภาพน้ำได้ หรือปลาถูกจับไปขาย ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าวนำไปสู่การสูญพันธุ์ของปลาชนิดนี้


อาจารย์วัชระ บอกว่า อุปสรรคอย่างหนึ่งของการเพิ่มประชากรปลาจิ้งจกคือ ฤดูกาล ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเริ่มต้นจะใช้ พ่อ-แม่พันธุ์ตามธรรมชาติ แต่การหา พ่อ-แม่พันธุ์ เหล่านั้นยังขาดความสมบูรณ์และคุณภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากฤดูกาลและความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ


ปลาจิ้งจก มีขนาดตัวโตเต็มวัย ประมาณ 10 เซนติเมตร ประเทศที่พบปลาชนิดนี้นอกจากไทยแล้ว มักพบในประเทศแถบอาเซียนที่อยู่รอบประเทศไทย


ปัจจุบัน การเพาะขยายพันธุ์ปลาชนิดนี้ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง และต้องมีการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้จำนวนมากต่อไป


อาจารย์ญาณนันท์ สุนทรกิจ อาจารย์ประจำสาขาประมง หนึ่งในทีมงานวิจัยกล่าวเสริมว่า นอกจากนั้นแล้ว ยังมีความสำเร็จทางด้านการเพาะพันธุ์ปลาซิวหางแดงและปลาซิวข้างขวาน  ซึ่งปลาเหล่านี้ถือเป็นตัววัดคุณภาพน้ำ เพราะเป็นปลาสูงที่หากินตามผิวน้ำ ดังนั้น หากมีสารเคมีชนิดใดตกลงไปในแหล่งน้ำเพียงแค่ 0.001 มิลลิกรัม ต่อลิตร จะมีผลต่อปลาชนิดนี้ทันที


“ดังนั้น ถ้าปลาเหล่านี้ตาย ฟันธงได้เลยว่า แหล่งน้ำบริเวณนั้นมีความผิดปกติแน่นอน เพราะปลาพันธุ์นี้ตายง่าย จึงถูกจัดเป็นปลาสูง และจะสูญพันธุ์เร็ว อีกประเด็นของการสูญพันธุ์เนื่องจากเป็นปลาที่มีความสวยงาม จึงมักถูกจับไปเลี้ยงเป็นปลาตู้ หรืออาจถูกจับไปเป็นอาหาร เพราะสามารถจับได้ง่ายด้วยการตักขึ้นมาแล้วจะได้ทั้งตัวเล็กตัวน้อยเป็นครอบครัว ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จึงหมดโอกาสให้ปลาชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์


ทั่วประเทศไทยมีพันธุ์ปลาซิวอยู่ จำนวน 16 ชนิด แต่ที่จันทบุรีมีถึง 10 ชนิด ขณะนี้ทางคณะมีโครงการจะเก็บรวบรวมพันธุ์ให้ได้มากที่สุด จากนั้นจะเพาะเก็บไว้เพื่อให้ได้จำนวนมากเพียงพอก่อนแล้วจึงจะปล่อยลงแหล่งน้ำตามธรรมชาติเพื่อสร้างสมดุลต่อไป”


การปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ดูแลพันธุ์ปลาพื้นบ้านรวมไปถึงสัตว์น้ำอีกหลายอย่างในจังหวัดจันทบุรีนั้น หากคนทั่วไปยังขาดความรู้ หรือแม้แต่ยังไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านั้นก็อาจนำมาซึ่งอุปสรรคต่อเจตนารมณ์


ดังนั้น ทางคณาจารย์และนักศึกษาของคณะต่างมีความเห็นในแนวทางเดียวกันคือ ควรรวบรวมปลาพื้นบ้านทั้งหมด และสัตว์น้ำชนิดอื่น พร้อมรายละเอียด แล้วจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้เห็น ได้รู้ จึงถือเอางานสำคัญของมหาวิทยาลัย คืองานรักษ์เหลืองจันท์ วันดอกไม้บาน ในปี 2546 เป็นจุดเริ่มต้นนับจากนั้น


ในครั้งนั้นจัดแสดงปลาในตู้ ที่อยู่ภายในเต็นท์เป็นการชั่วคราว ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก กระทั่งเวลาต่อมามีการปรับปรุงอาคาร ตกแต่งบรรยากาศให้เป็น สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าชมได้ทุกวัน


สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำพื้นบ้าน ตั้งอยู่บริเวณสาขาเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี เป็นแหล่งที่รวบรวมพันธุ์ปลาพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่มีมากกว่า 60 ชนิดและสายพันธุ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเป็นแหล่งความรู้เรื่องพันธุ์ปลาพื้นบ้านของจังหวัด ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าชมได้ตลอดเวลา ทุกวันในเวลาราชการ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ สาขาเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี โทรศัพท์ (039) 307-260, (039) 307-261-4 ต่อ 184


ระหว่าง วันที่ 11-17 กุมภาพันธ์ 2556 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จัดงาน “ราชมงคลรักษ์เหลืองจันท์ วันดอกไม้บาน ครั้งที่ 12” ณ วิทยาเขตจันทบุรี อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

 


 










"นิคม" ดักคอ หาช่องเปิดประชุมวุฒิฯ เตรียมตั้งนายกฯม.7
วิธีดูฟิล์มกรองแสงหมดอายุ
อบต.ไอเดีย เจ๋ง สร้างสไลเดอร์ขนาดใหญ่ให้เด็กๆ เล่นสงกรานต์ พุ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ไม่มีเวลาให้ความรัก ′ฟิล์ม รัฐภูมิ′ กำลังสร้างอนาคต
นักท่องเที่ยวแห่ไหว้พระพุทธชินราชแน่นวัด ซื้อกล้วยตากของฝากขึ้นชื่อกันอุตลุด
เล็งริบรางวัล′นาหมื่นศรี′คืน ฉาวหนัก ตกแต่งบัญชี ส่อฉ้อโกง
ชัยเกษม นิติสิริ จุดกระแสมาตรา 7 ชนมาตรา 7
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ : คุณสุเทพเองก็ช่างกระไร เรียนจบมาทางรัฐศาสตร์แท้ๆ
16 เมษายน กปปส. หยุดพัก 1 วัน ก่อนเดินหน้าลุย 17 เมษา สู่วันพิชิตชัยชนะ
"โอ๊ค" ซัดระบอบอำมาตย์ วางแผนผลักปท.ถึงทางตันแล้วดัน"ม.7"ตะแบงตั้งรัฐบาล
กาแฟโสม เคล็ดลับอัพฟิต ของชาวออฟฟิศรุ่นใหม่
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น