"ลาว คำหอม-พนมเทียน"คว้ารา​งวัล "นักเขียนอ​มตะ" ครั้งที่ 6 ประจำปี 2555

วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556 เวลา 20:00:37 น.




 

ทุกปีมูลนิธิอมตะจะคัดเลือกบุคคลที่ทรงคุณวิเศษ ผู้อุทิศชีวิตเพื่อสร้างสรรค์แวดวงวรรณกรรมไทย เพราะความเป็นอมตะคือการใช้ความคิดอ่านตรึกตรอง ขีดเขียนงานวรรณกรรม เพื่อจรรโลงสังคมอย่างต่อเนื่อง
 
ปี 2555 เป็นปีพิเศษในประวัติการมอบรางวัล “นักเขียนอมตะ” ของมูลนิธิ เพราะได้ มอบรางวัลอันมีคุณค่าให้แก่ปูชนียบุคคลสองท่านในแวดวงวรรณกรรม คือ “ลาว คำหอม” และ “พนมเทียน”
 
“ลาว คำหอม” หรือ “คำสิงห์ ศรีนอก” เป็นนักเขียนที่สร้างมโนสำนึกในด้านสังคมและ การเมืองอย่างมีคุณค่า สร้างพลังให้แก่จิตวิญญาณของผู้อ่าน ด้วยกระบวนการแห่งชีวิตที่ลึกซึ้งเข้าใจ ในปรากฏการณ์ที่เป็นไปในบริบทของสังคมประเทศ ด้วยภาพสะท้อนที่เต็มไปด้วยโลกทัศน์ และชีวทัศน์ ที่เปิดกว้าง
 
ผลงานในเชิงวิพากษ์อันหนักแน่นของท่าน สร้างความสั่นสะเทือนต่อการรับรู้ในความเป็นจริง ของความรู้สึกจริงที่ยังคงติดตรึงอยู่กับความทรงจำ กระทั่งกลายเป็นหมุดหมายของการรังสรรค์
 
ผลงานวรรณกรรมของ “ลาว คำหอม” มีความหมายต่อชีวิต ทั้งในนามของความเป็นนักเขียนที่ยืนยง และในนามของความเป็นประชาชนที่มีหัวใจอันหยั่งลึกต่อการรับผิดชอบบนวิถีศรัทธาที่น่ายกย่อง
 
“พนมเทียน” หรือ “ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ” เขียนนวนิยายเรื่องแรกเมื่ออายุ 16 ปี ปัจจุบันมีผลงานนับร้อยเรื่องในแนวต่างๆ ทั้งเรื่องบู๊ เรื่องรัก เรื่องอาชญากรรม เรื่องผจญภัย  และจินตนิยาย
 
ผลงานของ “พนมเทียน” ครองใจผู้อ่านทุกรุ่น ทุกเพศ ทุกวัย มายาวนานกว่าหกทศวรรษ  นักอ่าน และนักเขียนรุ่นใหม่ในปัจจุบันยังคงตามอ่านนวนิยายของ “พนมเทียน” อย่างต่อเนื่อง “เพชรพระอุมา” ผลงานชิ้นอมตะ เป็น 1 ใน 101 เรื่อง ของงานเขียนในดวงใจของนักอ่านและนักเขียน ที่สำรวจโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
 
นวนิยายของ “พนมเทียน” ไม่ได้ให้แต่ความบันเทิงใจด้วยจินตนาการอันบรรเจิด และภาษาที่สร้างจินตภาพเร้าผัสสะทางอารมณ์เท่านั้น  แต่ได้สะท้อนปัญหาของสังคมตามยุคสมัยมาอย่าง ต่อเนื่อง
 
ตัวละครของ “พนมเทียน” เป็นภาพสะท้อนของมนุษย์ที่มีคุณธรรม  มีความเป็นผู้นำ กล้าหาญ หนักแน่น เสียสละ ยุติธรรม ซื่อสัตย์ กตัญญู ซึ่งน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนไทยในยุคปัจจุบัน
 
การให้รางวัลแก่ “ลาว คำหอม” ก็ด้วยเหตุว่า ชีวิตและงานของท่าน คือการทำให้ผู้คน ได้เห็นทั้งร่างและวิญญาณของสังคมไทยอย่างซื่อตรง ลึกซึ้ง ขณะที่การให้รางวัลแก่ “พนมเทียน” ก็เพราะชีวิตการทำงานของท่าน เคลื่อนไหว จับทางอารมณ์ของสังคมไทยได้อย่างไม่มีใครเหมือน
 
ปีนี้มูลนิธิอมตะเห็นว่า สังคมไทยต้องก้าวข้ามความแตกต่าง ชนิดที่ให้ร้ายสังคมจนแตกแยก และชื่นชมความแตกต่างที่จะช่วยให้การเดินทางสู่อนาคตของสังคมไทย เป็นไปด้วยก้าวย่างที่จริงจัง มั่นคง และรื่นรมย์ เช่นที่ “นักเขียนอมตะ” ทั้งสองได้มีคุณูปการต่อสังคมไทยมาชั่วชีวิต
 
รางวัลแห่งเกียรติยศ “นักเขียนอมตะ” เป็นรางวัลที่มูลนิธิอมตะริเริ่มขึ้นจากแนวความคิดของ นายประภัสสร เสวิกุล อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย นำเสนอต่อ นายวิกรม กรมดิษฐ์  ประธานมูลนิธิอมตะ ใน พ.ศ. 2546 ซึ่งในขณะนั้นได้ทำงานร่วมกันในการจัดทำหนังสือชีวประวัติเชิงนวนิยาย “ผมจะเป็นคนดี” ทั้งนี้ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อยกย่องนักเขียนไทยที่มีความสามารถให้ปรากฏ และเป็นกำลังใจแก่นักเขียนผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า อันควรแก่การนำเสนอเพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงสู่สังคมไทยและสากล
 
มูลนิธิอมตะได้เรียนเชิญคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณามอบรางวัลให้แก่นักเขียนอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบรางวัลนักเขียนอมตะมาแล้ว 5 ท่าน ได้แก่

 

1. นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ หรือนามปากกา “เสนีย์ เสาวพงศ์” “นักเขียนอมตะ” คนที่ 1 
2. นายโรจ งามแม้น หรือนามปากกา “เปลว สีเงิน” “นักเขียนอมตะ” คนที่ 2
3. นายโกวิท อเนกชัย หรือนามปากกา “เขมานันทะ” “นักเขียนอมตะ”  คนที่ 3 
4. นายสมบัติ พลายน้อย หรือนามปากกา “ส.พลายน้อย” นักเขียนอมตะ คนที่ 4
5. พระไพศาล วิสาโล นักเขียนอมตะ คนที่ 5
 
การพิจารณามอบรางวัล “นักเขียนอมตะ” ดำเนินมาจนถึงปีที่ 6 โดยรางวัล “นักเขียนอมตะ” ถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศซึ่งเปี่ยมด้วยคุณค่าและมาตรฐาน คงไว้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ อิสระ และเชิดชูประวัติแห่ง ผู้อุทิศตนที่ทุ่มเทสร้างผลงาน โดยมีหลักเกณฑ์ในการคัดสรรคือ

 

1. เป็นนักเขียนสัญชาติไทย  ยังมีชีวิตอยู่ในวันที่ทำการเสนอชื่อ
2. มีผลงานตีพิมพ์ต่อเนื่องเป็นภาษาไทย เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี
3. ผลงานดังกล่าวต้องมีคุณค่าสร้างสรรค์สังคมและมวลมนุษยชาติ
 
ทั้งนี้ผู้ได้รับรางวัล “นักเขียนอมตะ” จะได้รับเงินสนับสนุน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมเหรียญทองคำแกะสลักรูปนางอินทร์ ต้นตระกูลกรมดิษฐ์ และใบประกาศเกียรติคุณ
 
มูลนิธิอมตะจะจัดพิธีมอบรางวัลพร้อมนิทรรศการเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ “นักเขียนอมตะ” หลังจากประกาศผลให้แก่สาธารณชนทราบแล้ว โดยแต่ละปีที่ผ่านมาได้รับเกียรติจาก นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล
 

คณะกรรมการพิจารณารางวัล “นักเขียนอมตะ”  ประจำปี 2555
 
1.ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส  ชวลิต ประธานกรรมการ
2.ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  กรรมการ
3.ศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์  สถาอานันท์  กรรมการ
4.ศาสตราจารย์ ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ กรรมการ
5.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สกุล บุณยทัต กรรมการ
6.นายอดุล จันทรศักดิ์  กรรมการ
7.นายประภัสสร เสวิกุล  กรรมการ
8.นายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา  เลขานุการ

 

 

 

 









ยางยังดิ่ง! ฤดูเปิดกรีดใหม่"เหนือ-อีสาน"แปรรูปล่ม ยางก้อนถ้วย3โลไม่ถึง100บ.
จบแบบเงียบๆ ไฟไหม้ปริศนาบ้านพัทลุง หลังไม่มีใครเข้าแจ้งความ
เปิดจุดผ่านแดนพิเศษด่านสิงขร ส่งเสริมการค้า-ลงทุน ไทย-เมียนมาร์
เผยภาพ"อ่างดองสรีระสังขาร"สมบูรณ์ของหลวงพ่อคูณ
แทบไปไม่เป็น! "สุภาพสตรี"เจอปัญหาอะไร ในงานหนังเมืองคานส์?
โชว์ห่วย แต่ไม่ “ห่วย” ด้วยกลยุทธ์เด็ด ส่งสารสั้น ๆ ถึงลูกค้า อ่านไป ขำไป
"พุทธะอิสระ"เชื่อ เหตุชุมนุมครบรอบ1รปห. ทำ"คสช.อยู่ยาว"
Mad Max : Fury Road หนังมาสเตอร์พีซประจำปี
′ฟันหลุด′จากอุบัติเหตุ ดึงสติก่อน เพราะต่อกลับได้!
ของเล่นของวัช : คอลัมน์ ชิมชิล-ชิล โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
รู้จัก "พอร์นนัลโด้" จอมถล่มประตูแห่งวงการหนังโป๊ญี่ปุ่น ลั่นจะทำงานจนอายุ 100 ปี!
อุทาหรณ์คนอยากสวย "ส้ม ตีสิบ" หลงเชื่อหมอกระเป๋าหลอกฉีดซิลิโคนเหลว ทำหน้าเกือบพัง!
เพจดังยกกรณีศึกษา "กลกิโมโน-สุดแค้นแสนรัก" เมื่อดาราดังละครแป้ก แต่ดาราไม่ปังละครดัง!
สยิวอย่างเเรง!! ลีลา "เชอรี่ สามโคก" เลือกแตงโมสุดซี้ด!
เปรี้ยวได้อีก! "ต๊งเหน่ง รัดเกล้า" สายเดี่ยว-กางเกงขาสั้น ในวันสบายๆ ที่ไม่ใช่ "อีเเย้ม สุดเเค้นฯ"
iSWOP กับ AIS
เรียนดีเพราะเลิกเจ็บเท้า
เรียนดีเพราะเลิกเจ็บเท้า