สีหนุ เดอะ ไฟนอล แฟนตาซี "คนการเมือง" ที่สุดในโลก ???

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 12:40:58 น.




โดย ปิยมิตร ปัญญา piyamitara@gmail.com  มติชน 3 ก.พ.56


ในยามมีชีวิต "บุคคลสาธารณะ" ถูกติดตาม จับตามองและ "ตัดสิน" จากรายละเอียดของพฤติกรรมถี่ยิบ บางคราวรายละเอียดของการตัดสินใจเพียงเล็กน้อย กลับถูกจดจำและครอบงำตัวตนของแต่ละคนไปยาวนานยิ่ง

น่าแปลกที่เมื่อถึงกาลแตกดับ ทุกอย่างกลับถูกหลอมรวม หลงเหลือเพียงภาพประทับเพียงไม่กี่ภาพ หลากสิ่งหลายอย่างถูกคัดทิ้งไปอย่างไม่ไยดี อีกบางสิ่งบางอย่างกลับจำหลักเป็นความทรงจำที่เหลือเชื่อสำหรับคนบางคน

ทอดทิ้งภาระหนักอึ้งที่เหลือในการ "พิพากษา" ใครคนใดคนหนึ่งเอาไว้ให้กับนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เท่านั้น

สำหรับสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระวรราชบิดา อดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชา นักประวัติศาสตร์มีเหตุและผลหลายหลาก ที่จะบ่งชี้ว่า ตัวตนแห่งพระองค์เป็นแบบหนึ่งแบบใด ณ ห้วงเวลาหนึ่งเวลาใด

แต่คงไม่ง่ายนักที่จะชี้ขาดถึง "บทบาท" และ "อิทธิพล" โดยรวมที่ "เจ้าสีหนุ" ทรงมีต่อประเทศชาติและสังคมเขมร นับแต่เบื้องต้นในยุคทศวรรษ 1950 เรื่อยมาจนถึง ณ กาลปัจจุบัน

แต่สำหรับชาวกัมพูชาทั่วไป โดยเฉพาะผู้คนจำนวนมากที่เป็นคน "ร่วมสมัย" กับเจ้านายในราชสกุล "นโรดม" ผู้นี้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใดที่จะบ่งบอกถึงความในใจของพวกเขาที่มีต่อ "พระวรราชบิดา" ผู้เป็นเสมือน "พ่อ" ของเขมรทั้งแผ่นดินผู้นี้

พระเมรุมาศวิจิตรงดงาม ต้องตามโบราณราชประเพณี รายล้อมด้วยเรือนปะรำพิธีตามแบบฉบับดั้งเดิม แต่งแต้มสีสันสดใส ใหม่จนเกินจริง ภายในเนื้อที่ของทุ่ง เวียล เมียน สวนสาธารณะด้านหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ถูกจำแลงขึ้นเป็นราชฌาปนสถานชั่วคราวดุจเนรมิต ไม่เพียงสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในความรุ่มรวยของอารยะวัฒนธรรมของชนชาติเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นชัดเจนอย่างยิ่งถึงความพยายามปรุงแต่งจินตนภาพให้เพริดแพร้วถึงขีดสุด ถวายแด่บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย

เป็นฉากสุดท้ายของเทพนิยายบรรเจิดเพื่อส่งเสด็จฯสู่สวรรคาลัย ที่พสกนิกรสามารถรวมจิตรวมใจบันดาลให้เกิดขึ้นได้แด่พระองค์

สอดรับเหมาะเจาะอย่างยิ่งกับวิถีชีวิต เปี่ยมสีสันมากรสชาติของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ชีวิตที่จัดจ้าน คลับคล้ายกับนิยายมากกว่าจะเป็นความเป็นจริงได้สำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

สำหรับเจ้าสีหนุ แม้ในวาระสุดท้ายของการรำลึกอาลัย ทุกอย่างยังเป็นแฟนตาซีเหนือความเป็นจริงอยู่ร่ำไป



ในต่างกรรม ต่างวาระ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ถูกมองและยึดถือจากหลายๆ คนว่าเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดมาโดยตลอด และทุกครั้งที่ผ่านมา พระองค์พิสูจน์ให้เห็นเช่นเดียวกันว่า นิยามที่กำหนดให้อย่างผลีผลามสำหรับพระองค์นั้น ผิดพลาด หรือไม่ก็บกพร่อง ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น "นักองค์ราชวงศ์นโรดม สีหนุ" ที่ถูกเจ้าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศส เลือกขึ้นมาเป็นพระประมุขด้วยเหตุผลไม่เพียงว่า ทรงสืบเชื้อสายจากสองราชสกุลอันจะทำให้การครองราชย์กลายเป็นการประนีประนอมสำหรับราชวงศ์ทั้งหลายในกัมพูชา หากแต่สืบเนื่องด้วยว่า เจ้าชายองค์น้อยน่าจะควบคุมกำกับได้ไม่ยาก ดุจเดียวกับ "ลูกแกะ" ในกำมือ

แต่แล้ว "แกะ" ก็กลายเป็น "เสือ" ไปในไม่ช้าไม่นาน

ในยามรุ่งโรจน์และสงบสันติที่มีขึ้นน้อยครั้งในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของกัมพูชาระหว่าง คริสต์ทศวรรษที่ 50 และ 60 เคยมีผู้เรียกขานพระองค์ว่า "เพลย์บอย ปรินซ์" หรือกระทั่ง "กษัตริย์เพลย์บอย" ลางคนให้นิยามลึกลงไปในรายละเอียดของรูปลักษณ์และความพิถีพิถันส่วนพระองค์ว่า "เซ็กซี่ ปรินซ์" ที่ดูเหมือนจะบอกเล่าถึงความฟุ้งเฟ้อ เห่อเหิม การใช้ชีวิตอย่างหรูหราและทันสมัยชนิดบอกเล่ากันไม่รู้จบ

กระทั่งเคยเป็น "นักรัก" คนที่เคยข้องแวะอยู่กับสุภาพสตรีในคราวเดียวกันมากถึง 19 คน และลงเอยด้วยการมีมเหสี 6 โอรส 8 ธิดาอีก 6 พระองค์

กระนั้นเมื่อศึกสงคราม ความปั่นป่วนวุ่นวาย รัฐประหารและการเข่นฆ่ามาถึง เจ้าสีหนุ ก็แสดงพระองค์ให้เห็นได้อีกครั้งว่า สามารถรับมือกับทุกอย่างได้ และรับมือได้อย่างดีอีกด้วย

พระองค์ยังทรงเป็นผู้กำหนดบางสิ่งบางอย่างได้ แม้ไม่หมดจดก็ตามที ในขณะที่ยังคง "เซ็กซี่" อยู่นั่นเอง

บางคนยึดถือเจ้าสีหนุว่าเป็น นัก "ชาตินิยม" บางคราวก็ถูกกล่าวขานถึงในฐานะนัก "สังคมนิยม"

ในความทรงจำของนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ ที่ใส่ใจในรายละเอียด เหตุและผล ความเป็น "สีหนุ" มีหลากสิ่งหลายอย่างที่ยังครุมเครือ ไม่ชัดเจน เป็นข้อกังขาที่ยังไม่มีคำตอบอยู่อีกมากมาย

นักวิชาการบางคนยังกังขากับการเดินทางกลับประเทศในฐานะเป็น "ประมุขแต่ในนาม" ในยุคสมัยเรืองอำนาจของ พล พต พร้อมกับตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบร่วมใน "การเข่นฆ่าแห่งศตวรรษ" ที่เปลี่ยนกัมพูชาให้กลายเป็น "ทุ่งสังหาร"

อีกบางคนเคลือบแคลงอย่างยิ่งว่า ทั่วโลกมีพื้นที่มีประเทศมากมาย ด้วยเหตุใดกัน สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ถึงได้เลือกดินแดนที่เต็มไปด้วยความมืดมนอย่าง "เปียงยาง" ใน "เกาหลีเหนือ" ในยุคของ "คิม อิล ซุง" เป็นสถานที่ที่พำนัก พักผ่อนอย่างสบายอกสบายใจในการใช้ชีวิตหลังได้รับการสถาปนากลับมาเป็นกษัตริย์แห่งกัมพูชาอีกครั้ง

แต่ไม่ว่าใครจะกังขาและเคลือบแคลงมากมายเพียงใด ในความรู้สึกเรียบง่ายของประชาชนชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ สีหนุก็ยังคงเป็นสีหนุ

เป็นพระวรราชบิดา ที่ยังคงเปี่ยมด้วยศักดิ์และศรีอันควรค่าแก่การยกย่อง เคารพ หรือกระทั่งบูชา

เป็นตัวแทนของเกียรติภูมิอันรุ่งโรจน์และสงบสันติที่เขมรทุกผู้ใฝ่ฝันถึง และถวิลหาอยู่ตลอดเวลา!



ระยะทางสั้นๆ เพียง 6 กิโลเมตร จากพระบรมราชวังจตุรมุขมงคล ผ่านถนนเลียบท่าเทียบเรือสีโสวัฒน์ คีย์ ต่อไปยัง สีหนุ บูเลอวาร์ด, นโรดม บูเลอวาร์ด และ โสธีรส บูเลอวาร์ด มาจนจรดทุ่งพระเมรุด้านข้างพระราชวังอีกครั้ง ที่ถูกเลือกเป็นเส้นทางเคลื่อนขบวนพระศพ เต็มไปด้วยผู้คนในชุดขาวประดับริบบิ้นดำ เรียงราย เฝ้าแหนเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อถวายสักการะและส่งเสด็จฯ

นี่ยังไม่นับอีกเป็นจำนวนมากมายที่ปักหลักรอคอยรายล้อมอยู่โดยรอบบริเวณปะรำพิธีถวายพระเพลิงพระศพ ทางการกัมพูชาประเมินว่า ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศราว 1.5 ล้านคน เดินทางมาร่วมพิธียิ่งใหญ่ในรอบศตวรรษของประเทศครั้งนี้

"ความยิ่งใหญ่นี้เป็นวิธีแสดงออกถึงการไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นวีรบุรุษแห่งชาติของเราทุกคน"

ไม่ว่าจะหมายความตามนั้นหรือไม่ แต่สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ก็บอกกับผู้คนร่วมชาติผ่านวิทยุกระจายเสียงไปในวาระก่อนเริ่มพิธีการ

ด้านนอกพระบรมราชวัง คุท สีมน วัย 61 ปี กอดพระบรมฉายาลักษณ์ของอดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชากระชับแนบอก หลังเสร็จสิ้นการสวดภาวนาเพื่อพระองค์

"เมื่อต้องถวายพระเพลิงพระศพ ก็จะเป็นเวลาของการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับกัมพูชา จิตวิญญาณของเรามลายไปแล้ว" เธอบอกอย่างนั้น

"พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ดี ดีอย่างที่หาผู้ใดเปรียบเทียบมิได้"

เธอบอกได้เท่านั้น ด้วยอับจนถ้อยคำอยู่เพียงแค่นั้นเอง



เลียง สิคน ใช้ชีวิตอยู่ในชนบทต่างจังหวัดเมื่อตอนที่ได้รับรู้ข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระวรราชบิดาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมปีที่ผ่านมา ในฐานะหนึ่งในศิลปินสาขาจิตรกรรมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากที่สุดของประเทศ เลียง สิคน เคยเขียนภาพและสร้างสรรค์งานศิลป์ที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์มาแล้วมากมาย

กระนั้นในวาระของการสูญเสียยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะระงับทุกอย่าง หันมาจดจ่อกับการสร้างงานชุดใหม่ ถวายเป็นสักการะ พร้อมๆ กับแสดงออกถึงความอาลัย และบันทึกเหตุการณ์เอาไว้สำหรับรำลึกถึง

เลียง สิคน เดินทางเข้าเมืองหลวง ซึมซับบรรยากาศ ความโศกเศร้า ความอาลัยรักของผู้คนที่มีต่อพระองค์ด้วยตัวเอง ตลอดระยะเวลา 7 วันของการประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

ทุกคืน ตลอด 7 วัน เลียง สิคน ดุ่มเดินไปโดยรอบพระราชวัง เก็บรวบรวมกระดาษห่อก้านธูป ที่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดรวบรวมนำมาประกอบเป็นงานสื่อผสมชิ้นแรกในงานชุด "กู๊ดบาย แคมโบเดีย" ของเขา เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่ของเจ้าสีหนุ ปะติดปะต่อด้วยกระดาษห่อธูปเหล่านั้น

เขาให้ชื่อภาพนี้เอาไว้ว่า "เซเว่น เดย์ส มอร์นิ่ง"

งาน "พาราไดส์ ออฟ คิง สีหนุ" เป็นอีกชิ้นในชุดเดียวกันนี้ที่ใช้เทคนิคสื่อผสมเช่นเดียวกัน โดยการใช้ภาพถ่ายของเจ้าสีหนุในสถานที่สวยงามแตกต่างกันมากมายหลายแห่งหนทั่วโลกระหว่างที่ทรงพระชนม์ ตกแต่งอยู่เหนือพื้นหลังสีเทาอมฟ้าของท้องทะเลและนภากาศ สื่อนัยถึงสรวงสวรรค์ที่พระองค์สถิตอยู่ ณ เวลานี้

"พระองค์ทรงสถิตอยู่ในดินแดนที่งดงาม และสามารถเพ่งพินิจมายังกัมพูชาได้อีกครั้งแล้วในยามนี้" เขาบอก

ชิ้นที่สาม ใช้ชื่อ "กู๊ดบาย แคมโบเดีย" เช่นเดียวกับชื่อชุด เป็นจิตรกรรมเทคนิคสื่อผสม ด้วยภาพถ่ายของเจ้าสีหนุกับผู้นำต่างๆ ทั่วโลกและภาพเขียนสะท้อนถึงศาสนาแห่งโลก เพื่อสะท้อนถึงความสุขสงบ ในห้วงเวลาของการอำลา เขาบอก

งานชิ้นสุดท้ายเป็นงานจิตรกรรม ที่อาจบ่งบอกถึง "ตัวตน" แห่งสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ในความคิดของศิลปินผู้นี้ได้มากที่สุด

ตรงกลางภาพคือเจ้าสีหนุ ด้านหนึ่งซึ่งส่อนัยในทางสร้างสรรค์ เป็นบรรดา "ไอคอน" ระดับโลกทั้งหลาย รวมทั้งราชาร็อกแอนด์โรลอเมริกันอย่าง "เอลวิส เพรสลีย์"

อีกด้าน เป็นส่วนของการ "ทำลายล้าง" ที่เด่นชัดที่สุดในภาพคือโฉมหน้าของ เคง เก็ก เอียบ หรือที่โลกรู้จักในชื่อ "สหายดุช" เจ้าของผลงาน "ตุลสเลง" ที่บันลือไปทั่วโลก



ในโลกของจินตนาการเกินจริง เหตุและผลย่อมเป็นเรื่องลำดับรองลงมา ในชีวิตจริงของบางคน มีบางครั้งที่เหตุและผลไม่ใช่เรื่องที่สำคัญเป็นลำดับแรกสุดสำหรับใช้ในการตัดสินใจ

กระนั้นเหตุและผลย่อมสำคัญอย่างยิ่งเสมอในโลกของความเป็นจริง

ชีวิตที่โลดแล่นอย่างพิสดารของเจ้านโรดม สีหนุ ชนิดที่กินเนสส์บุ๊ก เวิลด์ ออฟ เรคคอร์ด จำต้องบันทึกไว้ว่า ทรงเป็น "คนการเมือง" ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แตกต่างกันมากมายที่สุดในโลก พระมหากษัตริย์ 2 สมัย ทรงเป็นประมุขพิธีการแห่งรัฐ (ดำรงตำแหน่งกษัตริย์โดยไม่ได้รับการบรมราชาภิเษก) 2 สมัย ประธานาธิบดี 1 สมัย นายกรัฐมนตรี 2 สมัย และประมุขแห่งรัฐของรัฐบาลพลัดถิ่นของพระองค์เองอีก 1 สมัย อาจทำให้นักประวัติศาสตร์ยุ่งยากอยู่บ้างในการนิยามความเป็น "สีหนุ"

แต่ที่ชัดเจนสำหรับชาวกัมพูชาก็คือ พระองค์รักกัมพูชา รักพสกนิกรของพระองค์ ทรงละทิ้งพระราชอำนาจในทันทีที่ตระหนักว่า "ลูกๆ" ของพระองค์อยู่ในวิถีที่เหมาะที่ควรแล้วเท่านั้น

นั่นเพียงพอต่อการสักการะด้วยรักกลับคืน

ใครบางคน บอกเอาไว้ว่า

"เวลา จักเปิดโปงอสัตย์และมดเท็จใดๆ ที่ซุกซ่อนไว้ออกมาทั้งหมด ประวัติศาสตร์ไม่เคยโกหก"

ณ บัดนี้ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ สถิตอยู่ ณ เบื้องหน้าของประวัติศาสตร์แล้ว!








′นิพิฏฐ์′ โพสต์เสียดายศักยภาพมธ.แนะรวมตัว หันมามอง แก้ปัญหา จะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนอดีต
พล.ท.ปรีชาแสดงความยินดี′สมยศ′นั่งผบ.ตร.เผยเป็นคนใจดี เทิดทูนสถาบัน
กมธ.งบฯ ตัดงบเงิน′สำรอง-สมทบ-ชดเชย′ขรก.กว่า1พันล้านบาท
แห่ชื่นชม "ตุ๊ก เดือนเต็ม" เข้าช่วยคนถูกรถชน แบบไม่ห่วงตัวเอง
หมอเจตน์ลั่นโหวต‘บิ๊กตู่’นั่งนายกฯ‘ศิษฐวัชร’ปัดตอบ ยัน′สนช.′ไม่มีการล็อคโหวต
"บัณฑูร ล่ำซำ" พร้อมรับคำท้าราดน้ำแข็ง แต่ขอเปลี่ยนเป็นน้ำมนต์ 9 วัดได้ไหม..?
"ดี้-นิติพงษ์" เผยวันนี้ ตร.จะมาสอบปากคำ หลังมี "ไวรัสแว้นๆ" แปลงเพลง "ต้นไม้ของพ่อ"
สปสช.เสนออภ. ลดขั้นตอนจัดซื้อยา หลังถูกอัดผลิตยาไม่ทัน กระทบผู้ป่วย
′บุรีรัมย์′ ยื่นฟ้องศาลปกครองถอนโทษ ′คาร์เมโล่′ เรียกค่าเสียหาย 20 ล้าน
"สมยศ"เปิดใจครั้งแรก! ได้เป็น "ผบ.ตร." ถือเป็นวาสนา-ปัดแตะมือ "เอก" รับช่วงผบ.ตร.คนต่อไปต่อ
สงสารฮานาโกะ
ลางบอกเหตุ เมื่อเบรกมีปัญหา โดยเช็คราคา.คอม
จองโรงแรมอย่างชาญฉลาด โดยเช็คราคา.คอม
Gusto "บ้านอร่อย" ปรุงยังไง ให้ขายดี โดยเช็คราคา.คอม
บ้าน SCG HEIM ดียังไง? โดยเช็คราคา.คอม